คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7/2543
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเปลี่ยนตัวผู้ต้องหาโดยมิชอบในคดีอาญา ถือเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล และศาลมีอำนาจสั่งลงโทษผู้กระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลได้ แม้ผู้กระทำผิดจะไม่ใช่คู่ความและไม่ได้อยู่ต่อหน้าศาลก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
แม้การเปลี่ยนตัวผู้ต้องหาจะกระทำตั้งแต่ในชั้นสอบสวนก่อนดำเนินกระบวนพิจารณาในศาล แต่ในที่สุดก็จะต้องมีการดำเนินคดีในศาลเป็นการต่อเนื่องกันไป การเปลี่ยนตัวผู้ต้องหาในคดีอาญาโดยมิชอบดังกล่าวย่อมเป็นเหตุให้ผู้กระทำผิดที่แท้จริงไม่ต้องถูกลงโทษ ทำให้กระบวนพิจารณาในศาลไม่อาจดำเนินไปโดยเที่ยงธรรมได้ ต้องถือว่าการกระทำของผู้ต้องหาเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 31 (1) ประกอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 15
การกระทำที่เป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตาม ป.วิ.พ.มาตรา 31 (1) มีอยู่ด้วยกัน 2 ประการ ได้แก่การขัดขืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลตามมาตรา 30 อันว่าด้วยการรักษาความสงบเรียบร้อยประการหนึ่งกับการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลอีกประการหนึ่ง เฉพาะการรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาลเท่านั้นที่จะต้องเป็นคู่ความหรือบุคคลภายนอกที่อยู่ต่อหน้าศาลดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 30 ส่วนการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลนั้นหาได้มีข้อจำกัดดังกล่าวไม่ ศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจสั่งลงโทษผู้ถูกกล่าวหา ตามป.วิ.พ. มาตรา 33 ได้ แม้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 จะมิใช่คู่ความและมิได้อยู่ต่อหน้าศาลก็ตาม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ๔๒ พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหลังสวน · ผู้ถูกกล่าวหา - นางนิสา สุดสวาสดิ์ กับพวก · จำเลย - นายประทุม บัวทอง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อภิชาต สุขัคคานนท์ · ยินดี วัชรพงศ์ ต่อสุวรรณ · จังหวัด วิเชียรสรรค์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดหลังสวน - นายเกียรติยศ ไชยศิริธัญญา · ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ - นายธวัช เศรษฐมงคล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา