⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8740/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8740/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากสัญญาไม่ปิดอากรแสตมป์ให้บริบูรณ์ จะไม่สามารถนำเอกสารนั้นมาใช้เป็นพยานหลักฐานเพื่อฟ้องร้องบังคับคดีได้

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์ปิดแสตมป์บนสัญญากู้เงินและสัญญาค้ำประกันไม่บริบูรณ์ จะใช้เอกสารทั้งสองฉบับเป็นพยานหลักฐานในคดีไม่ได้ ถือได้ว่าโจทก์ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมหรือผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ โจทก์จึงฟ้องร้องให้บังคับคดีแก่จำเลยทั้งสองไม่ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่ง และมาตรา 680 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.205 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680 ประมวลรัษฎากร ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 1,455,340 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน 1,369,735 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้ให้โจทก์แล้วเสร็จ จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและจำเลยที่ 1 ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 1,455,340 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 1,369,735 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 29 เมษายน 2540) เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินจำนวนดังกล่าวแทนจำเลยที่ 1 และให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท คำขออื่นให้ยก จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า สัญญากู้เงินและสัญญาค้ำประกันเงินกู้ ซึ่งปิดแสตมป์ไม่บริบูรณ์นั้นจะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีได้หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 205 มีหลักว่า ในคดีที่คู่ความฝ่ายหนึ่งขาดนัดคู่ความฝ่ายที่ไม่ขาดนัดจะชนะคดีได้ต่อเมื่อได้นำสืบพยานหลักฐานต่อศาลจนเป็นที่พอใจว่า ข้ออ้างของตนมีมูลและไม่ขัดต่อกฎหมายเท่านั้น ในคดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้รับผิดตามสัญญากู้เงินและสัญญาค้ำประกันเงินกู้โดยอ้างเอกสารทั้งสองฉบับเป็นพยานเอกสารสนับสนุนข้ออ้างของโจทก์ ดังนั้นการที่จะรับฟังพยานเอกสารดังกล่าวของโจทก์ได้ โจทก์จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 คือจะต้องปิดแสตมป์บนเอกสารนั้นให้บริบูรณ์เสียก่อน เมื่อโจทก์ปิดแสตมป์บนเอกสารทั้งสองฉบับไม่บริบูรณ์เช่นนี้แล้วจึงใช้เอกสารทั้งสองฉบับเป็นพยานหลักฐานในคดีไม่ได้ จึงถือได้ว่าโจทก์ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมหรือผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ โจทก์จึงฟ้องร้องให้บังคับคดีแก่จำเลยทั้งสองไม่ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่ง และมาตรา 680 วรรคสอง พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8740/2543 นางขันทอง พลเมืองดี โจทก์ นายพัลลภ ธนูธรรมทัศน์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางขันทอง พลเมืองดี · จำเลย - นายพัลลภ ธนูธรรมทัศน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิบูลย์ มีอาสา · สุวัตร์ สุขเกษม · วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายอดุลย์ ขันทอง · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายสุรภพ ปัทมะสุนธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6938/2539ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 1800/2511ฎีกา 272/2490ฎีกา 3219/2534ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2423/2550ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1896/2492ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 991/2548ฎีกา 2657/2534ฎีกา 306/2506ฎีกา 2356/2534ฎีกา 1940/2535ฎีกา 85/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา