⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1328/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1328/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่หมายค้นระบุเลขที่บ้านผิดไปเล็กน้อย แต่ผู้ถูกค้นยอมให้ตรวจค้นโดยดี ย่อมไม่ทำให้การตรวจค้นเสียไป 2. การพบเห็นผู้ต้องหากระทำความผิดซึ่งหน้า ย่อมเป็นเหตุให้เจ้าพนักงานมีอำนาจจับกุมได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ

ย่อคำพิพากษา

นายดาบตำรวจ ว. ค้นบ้านของจำเลยโดยมีหมายค้น ส่วนที่หมายค้นระบุเลขที่บ้านผิดไปหามีผลทำให้หมายค้นเสียไปไม่ ทั้งจำเลยก็ยอมให้ตรวจค้นบ้านโดยดี การค้นบ้านจำเลยจึงไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540 มาตรา 35 ( เหตุเกิด 9 กรกฎาคม 2540 เวลากลางวัน ) นายดาบตำรวจ ว. กับพวกเห็นจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับ เมื่อเข้าไปตรวจค้นบ้านจำเลยก็พบเมทแอมเฟตามีนอีก 1 เม็ด การกระทำของนายดาบตำรวจ ว. กับพวกกระทำต่อเนื่องกัน เมื่อพบเห็นจำเลยจำหน่าย และมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นความผิดซึ่งหน้าตาม ป.วิ.อ. มาตรา 80 จึงมีอำนาจจับจำเลยได้โดยไม่ต้องมีหมายจับตามมาตรา 78 (1) การตรวจค้นและจับจำเลยกระทำโดยชอบด้วยกฎหมาย พยานหลักฐานของโจทก์จึงมิใช่พยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 226

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 ม.34 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ม.35

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๑๕, ๖๖, ๖๗ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ และให้คืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก ๕ ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก ๕ ปี รวมจำคุก ๑๐ ปี คืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ แล้ว คงจำคุก ๗ ปี ๖ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า?มีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาแต่เพียงว่า พยานหลักฐานของโจทก์ในคดีนี้ชอบด้วยกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๖ หรือไม่ ที่จำเลยฎีกาว่า นายดาบตำรวจวิศนุกับพวกซึ่งมิใช่พนักงาน ฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ไปตรวจค้นบ้านของจำเลยและยึดของกลางแล้วจับจำเลยมาดำเนินคดีโดยไม่มี หมายค้นและหมายจับอันถูกต้องเป็นเรื่องจงใจทำต่อจำเลยโดยผิดกฎหมาย เพราะจำเลยได้รับความคุ้มครองตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๓๕ ในการที่จะอยู่อาศัยและครอบครองเคหสถาน โดยปกติสุข พยานหลักฐานของโจทก์จึงเป็นพยานหลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา ๒๒๖ นั้น เห็นว่า นายดาบตำรวจวิศนุไปค้นบ้านของจำเลยโดยมีหมายค้นไปด้วย ดังจะเห็นได้ว่าได้มีการทำบันทึกการตรวจค้นจับกุมที่ด้านหลังของหมายค้น และในหมายดังกล่าวมีข้อความระบุให้ค้นบ้านนายเล้ง แก้วพรายงาม ซึ่งเป็นชื่อจำเลย ส่วนที่ระบุเลขที่บ้านเป็นเลขที่ ๕๓/๓ ไม่ตรงกับเลขที่บ้านของจำเลยซึ่งเป็นบ้านเลขที่ ๕๕/๓ น่าจะเป็นเรื่องเขียนตัวเลขผิดพลาดไป ดังจะเห็นได้จากรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีที่ได้ลงไว้ก่อนไปตรวจค้นบ้านของจำเลยว่า ได้ระบุชื่อจำเลยและบ้านของจำเลยเป็นบ้านเลขที่ ๕๔/๓ การระบุเลขที่ของบ้านจำเลยผิดไปดังกล่าวหามีผลทำให้หมายค้นดังกล่าวเสียไปไม่ ทั้งจำเลยก็ยอมให้นายดาบตำรวจวิศนุตรวจค้นบ้านของจำเลยโดยดี การตรวจค้นบ้านของจำเลยจึงไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๓๕ ตามที่จำเลยฎีกา ส่วนที่ นายดาบตำรวจวิศนุกับพวกจับจำเลยมาดำเนินคดีเนื่องจากนายดาบตำรวจวิศนุกับพวกเห็นจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ให้แก่สายลับ เมื่อเข้าไปตรวจค้นบ้านของจำเลยก็พบเมทแอมเฟตามีนอีก ๑ เม็ด ซึ่งจำเลยเบิกความยอมรับว่าเป็นของจำเลย การกระทำของนายดาบตำรวจวิศนุกับพวกกระทำต่อเนื่องกัน เมื่อพบเห็นจำเลยกระทำความผิดฐานจำหน่าย ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ และฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นความผิดซึ่งหน้าดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๘๐ นายดาบตำรวจวิศนุกับพวกจึงมีอำนาจ จับจำเลยได้โดยไม่ต้องมีหมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๗๘ (๑) การกระทำของ นายตำรวจวิศนุกับพวกเป็นการตรวจค้นและจับจำเลยโดยชอบด้วยกฎหมาย พยานหลักฐานของโจทก์มิใช่พยาน หลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบด้วยประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๖ ตามที่จำเลยอ้างแต่อย่างใด ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1328/2544 พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี โจทก์ นายเล้ง แก้วพรายงาม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี · จำเลย - นายเล้ง แก้วพรายงาม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · ทองหล่อ โฉมงาม · ธำรงศักดิ์ ขมะวรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายสบเกียรติ วัฒนถาวร · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายวิวรรต นิ่มละมัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6635/2551ฎีกา 880/2502ฎีกา 729/2489ฎีกา 4979/2541ฎีกา 884/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1149/2536ฎีกา 845/2487ฎีกา 644/2464ฎีกา 2470/2515ฎีกา 1998/2553ฎีกา 4519/2544ฎีกา 915/2478ฎีกา 8764/2554ฎีกา 2429/2551ฎีกา 2414/2551ฎีกา 1172/2510ฎีกา 3361/2536ฎีกา 5253/2549ฎีกา 637/2481ฎีกา 1134/2550ฎีกา 1041/2506ฎีกา 386/2529ฎีกา 1214/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา