⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2499/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2499/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจับกุมโดยเจ้าพนักงานที่ไม่ได้แสดงตนว่าเป็นเจ้าพนักงานและไม่ได้แจ้งการกระทำตามหน้าที่ อาจทำให้ผู้ถูกจับเข้าใจผิดว่าเป็นการกระทำที่เป็นภัยต่อตนเองได้ หากผู้ถูกจับขัดขวางการจับกุมในสถานการณ์เช่นนั้น จะไม่มีความผิดฐานขัดขวางเจ้าพนักงาน

ย่อคำพิพากษา

สิบตำรวจตรี ย. และสิบตำรวจตรี ส. ไม่ได้แสดงหลักฐานหรือบอกกล่าวแก่จำเลยขณะจะเข้าตรวจค้นว่าตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจกระทำการตามหน้าที่ และมิได้แต่งเครื่องแบบตำรวจ เมื่อจำเลยไม่มีทางรู้ได้ว่าสิบตำรวจตรี ย. และ สิบตำรวจตรี ส. เป็นเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งจะปฏิบัติตามหน้าที่ พฤติการณ์ที่มีชายแปลกหน้า 2 คน เดินตรงเข้าหาจำเลยขณะจำเลยขับรถจักรยานยนต์เข้าจอดที่หน้าร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ จึงอาจทำให้จำเลยเข้าใจได้ว่าจะเข้ามาทำร้าย และเมื่อจำเลยวิ่งหนี ชายดังกล่าวก็วิ่งไล่หมายจับกุมเช่นนี้ แม้จำเลยต่อสู้ขัดขวางไม่ให้จับกุม จำเลยก็หามีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ไม่ ข้อเท็จจริงที่โจทก์อ้างมาในฎีกาว่า พยานโจทก์เบิกความไว้ชัดเจนว่า ขณะวิ่งไล่จับกุมจำเลยเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมได้แจ้งให้จำเลยทราบว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจขอตรวจค้นตามคำเบิกความของสิบตำรวจตรี ย. ตอบพนักงานอัยการผู้แทนโจทก์ถามติง แต่ในชั้นพยานเบิกความตอบคำถามซักและคำถามค้าน หาปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ เมื่อ ป.วิ.พ. มาตรา 118 ซึ่งต้องนำมาใช้กับคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 15 บัญญัติว่า ในการที่คู่ความฝ่ายที่อ้างพยานจะถามติงพยาน ห้ามมิให้คู่ความฝ่ายนั้นใช้คำถามอื่นใดนอกจากคำถามที่เกี่ยวกับคำพยานเบิกความตอบคำถามค้าน ดังนั้นโจทก์จึงไม่อาจยกเอาคำเบิกความของสิบตำรวจตรี ย. ที่ว่าได้แจ้งให้จำเลยทราบว่า พยานเป็นเจ้าพนักงานตำรวจแล้วมาเป็นประโยชน์แก่คดีโจทก์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.118 ประมวลกฎหมายอาญา ม.138

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๙ เวลากลางวัน จำเลยกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันกล่าวคือ จำเลยมีอาวุธปืนพกลูกซองขนาด ๑๒ จำนวน ๒ กระบอก ไม่มีเครื่องหมายทะเบียนของเจ้าพนักงานประทับไว้กับมีเครื่องกระสุนปืนลูกซอง ขนาด ๑๒ จำนวน ๗ นัด ไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับใบอนุญาต และจำเลยพาอาวุธปืน ดังกล่าวติดตัวไปในหมู่บ้าน โดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวและเมื่อสิบตำรวจตรี ยงยุทธ ตั๋นคำ พร้อมกับพวกซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดต่อกฎหมาย พบจำเลย และขอตรวจค้นอันเป็นการปฏิบัติการตามหน้าที่ จำเลยต่อสู้และขัดขวางในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้อาวุธปืนข้างต้นยิงสิบตำรวจตรี ยงยุทธ ๑ นัด โดยเจตนาฆ่า แต่กระสุนปืนไม่ถูกสิบตำรวจตรี ยงยุทธ เนื่องจากหลบทัน เจ้าพนักงานจับจำเลยพร้อม ยึดอาวุธปืนดังกล่าว กระสุนปืน ๖ นัด ปลอกกระสุนปืน ๑ ปลอก เป็นของกลาง กระสุนปืนของกลางหมดไปในการตรวจพิสูจน์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘, ๑๔๐, ๒๘๙ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐, ๓๗๑, ๙๑, ๓๒, ๓๓ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ ริบอาวุธปืนและปลอกกระสุนปืนของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘ วรรคสอง, ๓๗๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ วรรคหนึ่ง, ๗๒ วรรคสาม, ๗๒ ทวิ วรรคสอง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ จำคุก ๑ ปี ฐานมีอาวุธปืนมีหมายเลขทะเบียนของผู้อื่นไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก ๑ ปี ฐานพาอาวุธปืนให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุก ๔ เดือน รวมจำคุก ๒ ปี ๔ เดือน ริบอาวุธปืนและปลอกกระสุนปืนของกลาง ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการ ตามหน้าที่ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยไม่ฎีกา ความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและฐาน พาอาวุธปืนไปในเมืองฯ จึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๖ คงมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ดังฟ้องหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว ตามทาง นำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าสิบตำรวจตรี ยงยุทธ และสิบตำรวจตรี สังคม พยานโจทก์ได้แสดงหลักฐานหรือ บอกกล่าวแก่จำเลยขณะจะเข้าตรวจค้นว่าตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจกระทำการตามหน้าที่ ทั้งที่พยานโจทก์ทั้งสอง กับจำเลยไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เมื่อข้อเท็จจริงก็ฟังได้ตามคำพยานโจทก์ทั้งสองด้วยว่าพยานต่างมิได้แต่งเครื่องแบบตำรวจ จำเลยจึงไม่มีทางรู้ได้ว่าสิบตำรวจตรี ยงยุทธ และสิบตำรวจตรี สังคม เป็นเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งจะปฏิบัติตามหน้าที่ พฤติการณ์ที่มีชายแปลกหน้า ๒ คนเดินตรงเข้าหาจำเลยขณะจำเลยขับรถจักรยานยนต์เข้าจอดที่หน้าร้านซ่อม รถจักรยานยนต์จึงอาจทำให้จำเลยเข้าใจได้ว่าจะเข้ามาทำร้าย และเมื่อจำเลยวิ่งหนี ชายดังกล่าวก็วิ่งไล่หมายจับกุม เช่นนี้ เห็นว่า แม้จำเลยจะได้ต่อสู้ขัดขวางไม่ให้จับกุม จำเลยก็หามีความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการ ปฏิบัติการตามหน้าที่ดังโจทก์ฟ้องไม่ ที่โจทก์อ้างมาในฎีกาว่า พยานโจทก์เบิกความไว้ชัดเจนว่า ขณะวิ่งไล่จับกุมจำเลยเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมได้แจ้งให้จำเลยทราบว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจขอตรวจค้นแล้วนั้นเห็นว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวปรากฏตามคำเบิกความของสิบตำรวจตรี ยงยุทธ ตอบพนักงานอัยการผู้แทนโจทก์ถามติง แต่ในชั้นพยาน เบิกความตอบคำถามซักและคำถามค้านหาปรากฎข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ เมื่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๑๘ ซึ่งต้องนำมาใช้กับคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ บัญญัติว่า ในการที่คู่ความ ฝ่ายที่อ้างพยานจะถามติงพยาน ห้ามมิให้คู่ความฝ่ายนั้นใช้คำถามอื่นใดนอกจากคำถามที่เกี่ยวกับคำพยานเบิกความตอบคำถามค้าน ดังนั้นโจทก์จึงไม่อาจยกเอาคำเบิกความของสิบตำรวจตรี ยงยุทธ ที่ว่าได้แจ้งให้จำเลยทราบว่า พยานเป็นเจ้าพนักงานตำรวจแล้วมาเป็นประโยชน์แก่คดีโจทก์ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2499/2544 พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก โจทก์ นายมาย มาแจ้ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก · จำเลย - นายมาย มาแจ้ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โนรี จันทร์ทร · พินิจ เพชรรุ่ง · ทวีวัฒน์ แดงทองดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายวิชิต คงรัตนชาติ · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 2918/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1305/2547ฎีกา 230/2510ฎีกา 4046/2536ฎีกา 913/2538ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 164/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 6911/2544ฎีกา 7937/2538ฎีกา 3604/2533ฎีกา 6321/2544ฎีกา 235/2540ฎีกา 3329/2550ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1166/2491ฎีกา 4636/2543ฎีกา 4970/2538ฎีกา 15230/2555ฎีกา 2491-2493/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา