⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3036/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3036/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดอาญา ศาลจะสั่งริบเสียทั้งหมด แม้ว่าทรัพย์สินนั้นจะเป็นของผู้กระทำความผิดเองก็ตาม เว้นแต่ผู้ร้องขอเป็นเจ้าของที่แท้จริงและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานร่วมกันเล่นการพนันสลากกินรวบโดยไม่ได้รับอนุญาตและขอให้ริบทรัพย์ของกลางคือ เงินสดจำนวน 8,231,480 บาท โพยสลากกินรวบ 86 แผ่น สมุดฉีก 3 เล่ม ปากกา 2 ด้าม เครื่องคิดเลข 4 เครื่อง และต้นขั้วโพยสลากกินรวบ 6 เล่ม ซึ่งเป็นเครื่องมือและทรัพย์สินที่ใช้ในการเล่นการพนันสลากกินรวบ จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องและคดีถึงที่สุดแล้ว จึงต้องฟังยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องและทรัพย์ของกลางเป็นเครื่องมือและทรัพย์สินที่ใช้ในการเล่นการพนันสลากกินรวบ จำเลยจะมาโต้เถียงข้อเท็จจริงในชั้นขอคืนของกลางให้รับฟังเป็นอย่างอื่นว่าเงินสดของกลางบางส่วนจำนวน 800,000 บาท เป็นทรัพย์ที่ยึดได้จากตัวจำเลยโดยจำเลยไม่ได้เอาออกพนันหาได้ไม่ การร้องขอคืนของกลางที่ศาลสั่งริบตาม ป.อ. มาตรา 36 ศาลจะสั่งคืนได้ต่อเมื่อปรากฏว่าผู้ร้องขอเป็นเจ้าของที่แท้จริงและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด เมื่อจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง ศาลก็จะสั่งคืนของกลางให้ไม่ได้ จึงไม่มีเหตุที่จะรับคำร้องขอให้คืนของกลางของจำเลยไว้ไต่สวนต่อไป ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งแปดสิบแปดฐานร่วมกันเล่นการพนันสลากกินรวบโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติการพนัน พ. ศ. ๒๔๘๗ มาตรา ๔, ๕, ๖, ๑๐, ๑๒, ๑๕ และริบของกลาง จำเลยทั้งแปดสิบแปดให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฐานเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้จำคุกคนละ ๖ เดือน และปรับจำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๘๘ ฐานเป็นผู้ร่วมเล่นคนละ ๒,๕๐๐ บาท กับให้ริบเงินสดจำนวน ๘,๒๓๑,๔๘๐ บาท โพยสลากกินรวบ ๘๖ แผ่น สมุดฉีก ๓ เล่ม ปากกา ๒ ด้าม เครื่องคิดเลข ๔ เครื่อง และต้นขั้วโพยสลากกินรวบ ๖ เล่ม ของกลาง และให้จำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๘๘ จ่ายสินบนแก่ผู้นำจับกึ่งหนึ่งของจำนวนเงินค่าปรับ จำเลยที่ ๖๑ ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ ๖๑ ร่วมเล่นการพนันเป็นเงินเพียง ๕๐๐ บาท ตามที่เขียนในโพยสลากกินรวบท้ายฟ้อง ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินที่จับได้ในวงเล่น ส่วนเงินจำนวน ๘๐๐,๐๐๐ บาท ที่เจ้าพนักงานตำรวจยึดจากตัวจำเลยที่ ๖๑ เป็นทรัพย์สินซึ่งมิได้เอาออกพนัน จึงมิใช่ทรัพย์สินอันต้องริบตามพระราชบัญญัติการพนัน พ. ศ. ๒๔๗๘ มาตรา ๑๐ ขอให้คืนเงินจำนวน ๘๐๐,๐๐๐ บาท ของกลางแก่จำเลยที่ ๖๑ ศาลชั้นต้นตรวจคำร้องแล้ววินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติการพนัน พ. ศ. ๒๔๗๘ มิได้บัญญัติหลักเกณฑ์เรื่องการ ขอคืนทรัพย์ของกลางไว้ และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖ ผู้ที่จะขอคืนของกลางได้ต้องเป็นบุคคลภายนอก มีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ ๖๑ จำเลยที่ ๖๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน จำเลยที่ ๖๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๖๑ ว่ากรณีมีเหตุสมควรที่จะรับคำร้องของจำเลย ที่ ๖๑ ไว้ไต่สวนต่อไปหรือไม่ เห็นว่า ตามคำร้องของจำเลยที่ ๖๑ จำเลยที่ ๖๑ ยอมรับว่าโจทก์ได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งแปดสิบแปด ฐานร่วมกันเล่นการพนันสลากกินรวบโดยไม่ได้รับอนุญาตและขอให้ริบทรัพย์ของกลางคือ เงินสดจำนวน ๘,๒๓๑,๔๘๐ บาท โพยสลากกินรวบ ๘๖ แผ่น สมุดฉีก ๓ เล่ม ปากกา ๒ ด้าม เครื่องคิดเลข ๔ เครื่อง และต้นขั้วโพยสลากกินรวบ ๖ เล่ม ซึ่งเป็นเครื่องมือและทรัพย์สินที่ใช้ในการเล่นการพนันสลากกินรวบ จำเลยทั้งแปดสิบแปดให้การ รับสารภาพตามฟ้อง และคดีได้ถึงที่สุดแล้ว ดังนั้น คดีจึงต้องฟังยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ ๖๑ ได้กระทำความผิดตามฟ้องและทรัพย์ของกลางเป็นเครื่องมือและทรัพย์สินที่ใช้ในการเล่นการพนันสลากกินรวบ จำเลยที่ ๖๑ จะมาโต้เถียงข้อเท็จจริงในชั้นขอคืนของกลางให้รับฟังเป็นอย่างอื่นว่าเงินสดของกลางบางส่วนจำนวน ๘๐๐,๐๐๐ บาท ไม่ใช่ทรัพย์สินที่ใช้ในการเล่นการพนัน แต่เป็นทรัพย์ที่ยึดได้จากตัวจำเลยที่ ๖๑ โดยจำเลยที่ ๖๑ ไม่ได้เอาออกพนันตามคำร้องหาได้ไม่ ทั้งการร้องขอคืนของกลางที่ศาลสั่งริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖ ศาลจะสั่งคืนได้ต่อเมื่อปรากฏว่าผู้ร้องขอเป็นเจ้าของที่แท้จริงและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด เมื่อจำเลยที่ ๖๑ เป็นผู้กระทำความผิดเสียเอง ศาลก็จะสั่งคืนของกลางให้ไม่ได้ จึงไม่มีเหตุที่จะรับคำร้องของจำเลยที่ ๖๑ ไว้ไต่สวนต่อไป พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3036/2544 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงชลบุรี โจทก์ นายนคร คงชม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลแขวงชลบุรี · จำเลย - นายนคร คงชม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรชาติ บุญศิริพันธ์ · กำพล ภู่สุดแสวง · วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงชลบุรี - นายอนุรัตน์ ลิ่มทอง · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายสมบัติ อรรถพิมล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 651/2507ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2345/2540ฎีกา 6911/2544ฎีกา 6868/2541ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 6321/2544ฎีกา 560/2529ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530ฎีกา 4470/2543ฎีกา 3329/2550ฎีกา 269/2537ฎีกา 4564/2543ฎีกา 2234/2535ฎีกา 1165/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา