⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5695/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5695/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิพากษาคดีอาญา ศาลต้องพิจารณาและสืบพยานโดยเปิดเผยต่อหน้าจำเลย และโจทก์ต้องนำสืบให้ได้ความชัดแจ้งปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยได้กระทำความผิดจริง จึงจะพิพากษาลงโทษจำเลยได้

ย่อคำพิพากษา

การพิพากษาคดีอาญาหาได้มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดให้ศาลจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญาคดีอื่น แม้ศาลฎีกาจะพิพากษาลงโทษ จ. ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดร่วมกับจำเลยและคดีถึงที่สุดแล้วก็ตาม โจทก์จะอ้างข้อเท็จจริงในคดีที่ จ. เป็นจำเลยมาให้ศาลรับฟังลงโทษจำเลยคดีนี้หาได้ไม่เพราะในคดีอาญาศาลจะต้องดำเนินการพิจารณาและสืบพยานโดยเปิดเผยต่อหน้าจำเลย โจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความชัดแจ้งปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยได้กระทำความผิดจริงจึงจะพิพากษาลงโทษได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 288, 364, 365 และนับโทษจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1462/2541 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 2 ในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 288, 364 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานพยายามฆ่าซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 13 ปี 4 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ตามวันและเวลาเกิดเหตุในฟ้องนายจิรพันธ์หรือพันธ์ ดำมุณี จำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3968/2540 ของศาลชั้นต้นกับกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 15 คน ขับรถจักรยานยนต์หลายคันไปที่บ้านนายนิกรเมืองมี ผู้เสียหายที่ 1 แล้วนายจิรพันธ์กับวัยรุ่นอีก 2 คน เข้าไปในบริเวณบ้านของผู้เสียหายที่ 1 ช่วยกันฉุดลากตัวนายสรพงษ์ เมืองมี บุตรผู้เสียหายที่ 1 จะพาออกไปนอกรั้วบ้าน แต่นายสรพงษ์สะบัดหลุดแล้ววิ่งไปหยิบอาวุธปืนมาให้ผู้เสียหายที่ 1 กลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดจึงขับรถจักรยานยนต์ออกไปโดยขว้างลูกระเบิดมาที่รั้วบ้านผู้เสียหายที่ 1 สะเก็ดระเบิดถูกนายประเสริฐขวัญทองอินทร์ ผู้เสียหายที่ 2 บริเวณหลังและขาข้างซ้าย เป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 2 ได้รับอันตรายแก่กาย ตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์เอกสารหมาย จ.6 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อแรกว่า คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3968/2540 ของศาลชั้นต้นซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียวกับคดีนี้ ศาลฎีกาได้พิพากษาลงโทษนายจิรพันธ์ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 231/2542 โดยวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยศาลควรฟังข้อเท็จจริงคดีนี้ไปในทางเดียวกับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 231/2542 นั้น เห็นว่า การพิพากษาคดีอาญาหาได้มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดให้ศาลจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีอาญาคดีอื่น แม้ศาลจะพิพากษาลงโทษนายจิรพันธ์ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดร่วมกับจำเลยและคดีถึงที่สุดแล้วก็ตาม โจทก์จะอ้างข้อเท็จจริงในคดีที่นายจิรพันธ์เป็นจำเลยมาให้ศาลรับฟังลงโทษจำเลยคดีนี้หาได้ไม่ เพราะในคดีอาญาศาลจะต้องดำเนินการพิจารณาและสืบพยานโดยเปิดเผยต่อหน้าจำเลย โจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความชัดแจ้งปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยได้กระทำความผิดจริง จึงจะพิพากษาลงโทษจำเลยได้ ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5695/2544 พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี โจทก์ นาย ระพินหรือพิน ดำมุณี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี · จำเลย - นาย ระพินหรือพิน ดำมุณี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ เนตรมัย · อัธยา ดิษยบุตร · ปรีดี รุ่งวิสัย
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4715/2542ฎีกา 1917/2559ฎีกา 481/2526ฎีกา 6405/2550ฎีกา 4273-4274/2534ฎีกา 1308/2533ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1482/2538ฎีกา 1500/2542ฎีกา 1957/2515ฎีกา 1982/2519ฎีกา 5393/2540ฎีกา 1249-1250/2492ฎีกา 1913/2534ฎีกา 3119/2558ฎีกา 11216/2555ฎีกา 4282/2536ฎีกา 1948/2520ฎีกา 533/2521ฎีกา 2274/2525ฎีกา 451/2531ฎีกา 276/2520ฎีกา 7339/2540ฎีกา 1468/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ