⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 594/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 594/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ไม่ดำเนินการตามคำสั่งศาลภายในระยะเวลาที่กำหนด ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยื่นอุทธรณ์และขอให้ศาลชั้นต้นมีหนังสือไปยังศาลจังหวัดสงขลาเพื่อจัดส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลย ต่อมาโจทก์แถลงต่อศาลชั้นต้นว่า ส่งสำเนาอุทธรณ์ไม่ได้ ขอสืบหาภูมิลำเนา ศาลชั้นต้นสั่งว่า "อนุญาตให้สืบหาภูมิลำเนาได้ภายในวันที่ 20 มกราคม 2542" วันที่ 6 มกราคม 2542 โจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยตาย ขอตรวจสอบทายาทหรือผู้จัดการมรดก หรือผู้ปกครองทรัพย์มรดก และสืบว่ามีทรัพย์มรดกหรือไม่แล้วจะขอให้เรียกเข้ามาแทนที่จำเลย หรือกรณีที่จำเลยไม่มีทรัพย์มรดกโจทก์จะถอนอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่า "อนุญาตถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2542" คำสั่งดังกล่าวไม่เป็นการขัดต่อ ป.วิ.พ. มาตรา 42 แต่เป็นดุลพินิจที่จะสั่งได้เพื่อให้กระบวนพิจารณาดำเนินไปโดยรวดเร็ว โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องดำเนินการ การที่โจทก์ไม่ดำเนินการ ถือว่าโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดอันเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2) ประกอบด้วยมาตรา 246 และตามมาตรา 132 (1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.42 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย ๓๑๘,๒๒๓ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๓๐๑,๒๗๖ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ระหว่างพิจารณาศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ ๒ ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ ให้โจทก์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้อีกฝ่ายภายใน ๑๕ วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์ ต่อมาวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๔๒ เจ้าหน้าที่ศาลรายงานว่า โจทก์ไม่สามารถนำส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยที่ ๑ เนื่องจากจำเลยที่ ๑ ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์สืบหาทายาทจำเลยที่ ๑ ถึงวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒ แต่โจทก์มิได้ดำเนินการแต่อย่างใด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในอุทธรณ์โจทก์เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๔๑ ว่า "?รับอุทธรณ์ของโจทก์ให้ผู้อุทธรณ์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้อีกฝ่ายภายใน ๑๕ วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งอุทธรณ์" และในวันเดียวกับที่โจทก์ยื่นอุทธรณ์ โจทก์ยื่นคำแถลงว่า จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลจังหวัดสงขลา ขอให้ศาลชั้นต้นมีหนังสือไปยังศาลจังหวัดสงขลาเพื่อจัดส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยที่ ๑ ศาลชั้นต้นจัดการให้ ต่อมาวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๔๑ โจทก์ยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า พนักงานเดินหมายของศาลจังหวัดสงขลารายงานว่า ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยที่ ๑ ไม่ได้ เนื่องจากเป็นบ้านเช่าและจำเลยที่ ๑ ย้ายไปอยู่ที่อื่น ขอสืบหาภูมิลำเนาที่แน่นอนของจำเลยที่ ๑ เป็นเวลา ๒๐ วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า "อนุญาตให้โจทก์สืบหาภูมิลำเนาของจำเลยได้ภายในวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๔๒" วันที่ ๖ มกราคม ๒๕๔๒ โจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ ๑ ถึงแก่ความตาย ขอตรวจสอบทายาทหรือผู้จัดการมรดก จำเลยที่ ๑ หรือบุคคลอื่นใดที่ปกครองทรัพย์มรดกจำเลยที่ ๑ และสืบว่า จำเลยที่ ๑ มีทรัพย์มรดกตกทอดแก่ทายาทหรือไม่ เมื่อได้ข้อเท็จจริงประการใดแล้ว โจทก์จะร้องขอให้มีคำสั่งเรียกทายาทหรือบุคคลอื่นใดเข้ามาแทนที่จำเลยหรือกรณีที่จำเลยที่ ๑ ไม่มีทรัพย์มรดก โจทก์จะได้ขอถอนอุทธรณ์ต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า "อนุญาตถึงวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒" คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวไม่เป็นการขัดต่อ ป.วิ.พ. มาตรา ๔๒ ดังที่โจทก์ฎีกา แต่เป็นดุลพินิจของศาลชั้นต้นที่จะสั่งได้เพื่อให้กระบวนพิจารณาดำเนินไปโดยรวดเร็ว โจทก์มีหน้าที่ต้องดำเนินการตามคำร้องภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด หากโจทก์มีเหตุไม่สามารถดำเนินการได้ภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็ชอบที่จะแจ้งเหตุให้ศาลชั้นต้นทราบเพื่อขอขยายระยะเวลาหรือขอให้มีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่เห็นสมควร หรือหากไม่เห็นพ้องกับคำสั่งศาลชั้นต้น ก็ชอบที่จะอุทธรณ์คำสั่งในภายหลังได้ การที่โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินการตามคำร้องโดยไม่แจ้งเหตุให้ศาลชั้นต้นทราบภายในกำหนดเวลา ต้องถือว่าโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดอันเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๗๔ (๒) ประกอบด้วย มาตรา ๒๔๖ และตามมาตรา ๑๓๒ (๑) ซึ่งนำมาใช้บังคับในชั้นอุทธรณ์ด้วยโดยอนุโลม บัญญัติให้ศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความได้โดยไม่ต้องวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นเรื่องนี้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 594/2544 บริษัทวชิระธนสินประกันภัย จำกัด โจทก์ นายณัฐพล แซ่ยับหรือพฤกษ์ภักดี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทวชิระธนสินประกันภัย จำกัด · จำเลย - นายณัฐพล แซ่ยับหรือพฤกษ์ภักดี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย เตโชพิทยากูล · สุเทพ เจตนาการณ์กุล · วิชัย วิสิทธวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งธนบุรี - นายไพจิตร สวัสดิสาร · ศาลอุทธรณ์ - นายชัยยันต์ ศุขโชติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3191/2532ฎีกา 7980/2551ฎีกา 3813/2535ฎีกา 5732/2552ฎีกา 1010/2539ฎีกา 609/2526ฎีกา 6025/2538ฎีกา 2076/2542ฎีกา 2018/2548ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1337/2533ฎีกา 7154/2551ฎีกา 8366/2557ฎีกา 1114/2549ฎีกา 866/2518ฎีกา 361/2539ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 1390/2506ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1498/2548ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา