⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6627/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6627/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยมีภูมิลำเนาหลายแห่ง การส่งหมายโดยการปิดหมาย ณ ภูมิลำเนาแห่งหนึ่งแห่งใด แม้จะชอบด้วยกฎหมาย แต่หากจำเลยไม่ได้รับหมายจริงและไม่ทราบเรื่องฟ้อง ก็ไม่อาจถือว่าจำเลยจงใจขาดนัดได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเคยพักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 213 จังหวัดชลบุรี ตามฟ้องและจำเลยมีที่อยู่ทางทะเบียน ณ บ้านดังกล่าวตลอดมา การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยรวมทั้งหมายนัดสืบพยานโจทก์ ส่งได้โดยวิธีปิดหมายไว้ ณ บ้านดังกล่าว แต่จำเลยไม่ได้อยู่อาศัยที่บ้านหลังนี้มากกว่า 10 ปีแล้ว โดยไปพักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 518/136 กับ บ้านเลขที่ 81/6 และไป ๆ มา ๆ ระหว่างบ้าน 2 หลังนี้โดยไม่ได้กลับไปที่บ้านเลขที่ 213 อีกเลย แต่ยังมิได้ย้ายทะเบียนออกจากบ้านหลังนี้ กรณีจึงเป็นเรื่องที่จำเลยมีภูมิลำเนาหลายแห่ง ดังนี้ แม้การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องและหมายนัดสืบพยานโจทก์ให้แก่จำเลยโดยการปิดหมายไว้ ณ บ้านเลขที่ 213 ดังกล่าว จะเป็นการส่งโดยชอบก็ตาม แต่ปัญหาว่าการส่งหมายเป็นไปโดยชอบหรือไม่กับปัญหาว่าจำเลยจงใจขาดนัดหรือไม่ เป็นคนละเรื่องกัน เมื่อจำเลยไม่ได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องและหมายนัดสืบพยานโจทก์ และจำเลยไม่ทราบเรื่องที่ถูกฟ้องนี้ จึงไม่อาจถือว่าจำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา กรณีมีเหตุสมควรอนุญาตให้พิจารณาใหม่ตามคำขอของจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.197 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.207 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.209 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.38 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.41

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๙๒๑,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ห้ามจำเลยเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเก็บค่าเช่าห้องแถว ซึ่งโจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินและให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์เดือนละ ๔๘,๕๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนถึงวันที่จำเลยเลิกยุ่งเกี่ยวกับการเก็บค่าเช่าตามสิทธิเก็บกินของโจทก์ กับให้จำเลย ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๒,๕๐๐ บาท จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่โดยอ้างว่า จำเลยไม่ได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องเนื่องจากจำเลยเพียงแต่มีชื่ออยู่ในสำเนาทะเบียนบ้านตามภูมิลำเนาในฟ้อง แต่จำเลยพักอาศัยอยู่บ้านอีกหลังหนึ่ง จำเลยเพิ่งทราบว่า ถูกฟ้องเมื่อมีผู้นำคำบังคับมาส่งให้จำเลยที่บ้านที่จำเลยพักอาศัย จำเลยไม่ได้ให้สิทธิเก็บกินแก่โจทก์และการจดทะเบียนสิทธิเก็บกินไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์คัดค้านว่า คำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยไม่ได้กล่าวโดยละเอียดซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล และการที่จำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่มีผลเท่ากับเป็นการยื่นฟ้องโจทก์ซึ่งเป็นบุพการีของจำเลย ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๖๒ จำเลยมีชื่ออยู่ในสำเนาทะเบียนตามภูมิลำเนาในฟ้อง การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยตามภูมิลำเนาในฟ้องจึงเป็นการส่งโดยชอบ เมื่อจำเลยไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนด เป็นการจงใจขาดนัดยื่นคำให้การ ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาใหม่ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน ค่าธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์เพียงข้อเดียวว่า จำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาหรือไม่ ส่วนปัญหาอื่น ๆ คงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ในปัญหาข้อนี้ข้อเท็จจริงได้ความตามทางไต่สวนว่า จำเลยเคยพักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ ๒๑๓ จังหวัดชลบุรี และมีที่อยู่ทางทะเบียน ณ บ้านดังกล่าวตลอดมา การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยรวมทั้งหมายนัดสืบพยานโจทก์ ส่งได้โดยวิธีปิดหมายไว้ ณ บ้านดังกล่าว แต่จำเลยนำสืบว่าจำเลยไม่ได้อยู่อาศัยที่บ้านหลังนี้มากกว่า ๑๐ ปีแล้ว โดยไปพักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ ๕๑๘/๑๓๖ จังหวัดชลบุรี กับบ้านเลขที่ ๘๑/๖ จังหวัดชลบุรี และไป ๆ มา ๆ ระหว่างบ้าน ๒ หลังนี้โดยไม่ได้กลับไปที่บ้านเลขที่ ๒๑๓ อีกเลย แต่ยังมิได้ย้ายทะเบียนออกจากบ้านหลังนี้ จำเลยได้รับเอกสารเพียงฉบับเดียวคือ คำบังคับ ซึ่งหลานของจำเลยนำไปให้จำเลยเมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๔๒ ดังนี้ ข้อนำสืบของจำเลยดังกล่าวมีน้ำหนักให้รับฟังได้เพราะโจทก์มิได้นำสืบหักล้างและมิได้ฎีกาโต้เถียง กรณีจึงเป็นเรื่องที่จำเลยมีภูมิลำเนาหลายแห่งทำนองเดียวกันกับโจทก์ที่ยังคงมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเลขที่ ๒๑๓ จังหวัดชลบุรี แต่โจทก์ระบุที่อยู่ของตนไว้ในคำฟ้องว่าอยู่ที่บ้านเลขที่ ๑๔๓ จังหวัดชลบุรี ดังนี้ แม้การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องและหมายนัดสืบพยานโจทก์ให้แก่จำเลยโดยการปิดหมายไว้ ณ บ้านเลขที่ ๒๑๓ ดังกล่าว จะเป็นการส่งโดยชอบก็ตาม แต่ปัญหาว่าการส่งหมายเป็นไปโดยชอบหรือไม่ กับปัญหาว่าจำเลยจงใจขาดนัดหรือไม่เป็นคนละเรื่องกัน เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยไม่ได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องและหมายนัดสืบพยานโจทก์ และจำเลยไม่ทราบเรื่องที่ถูกฟ้องคดีนี้ จึงไม่อาจถือว่าจำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา กรณีมีเหตุสมควรอนุญาตให้พิจารณาใหม่ตามคำขอของจำเลย คำพิพากษาศาลฎีกาที่โจทก์อ้างมาในฎีกานั้น ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษาคดีชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6627/2544 นางเยื้อน จูตะกานนท์ โจทก์ นางสาวรัตนา จูตะกานนท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเยื้อน จูตะกานนท์ · จำเลย - นางสาวรัตนา จูตะกานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · กำพล ภู่สุดแสวง · สุรชาติ บุญศิริพันธ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นางสาวภัทรพร จักรางกูร · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายวิศณุ เลื่อมสำราญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 378/2503ฎีกา 3780/2531ฎีกา 1442/2525ฎีกา 3094/2537ฎีกา 2133/2533ฎีกา 214/2510ฎีกา 42/2506ฎีกา 318/2527ฎีกา 4326/2541ฎีกา 543/2503ฎีกา 256/2493ฎีกา 1443/2538ฎีกา 3831/2552ฎีกา 675/2473ฎีกา 3567/2524ฎีกา 15018/2551ฎีกา 288/2486ฎีกา 1048/2510ฎีกา 1865/2517ฎีกา 3538/2536ฎีกา 1650/2520ฎีกา 1671/2539ฎีกา 2358/2518ฎีกา 1052/2480
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา