⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7333/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7333/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรือความไม่เหมาะสมในบริเวณศาล ถือเป็นการละเมิดอำนาจศาลที่ศาลมีอำนาจลงโทษได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการทางอาญาตามปกติ การออกข้อกำหนดเพื่อห้ามบุคคลเข้าในบริเวณศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 30 จะกระทำได้ต่อเมื่อมีเหตุจำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือเพื่อให้กระบวนพิจารณาเป็นไปโดยเที่ยงธรรมและรวดเร็วเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

ผู้ถูกกล่าวหาอ้างตนเองว่าเป็นอัยการและหลอกลวงผู้กล่าวหาในบริเวณศาลชั้นต้น ทั้งมีการรับเงินกันที่โรงอาหารซึ่งอยู่ภายในบริเวณศาลชั้นต้น แม้เหตุจะมิได้เกิดขึ้นต่อหน้าศาลแต่ก็เกิดในบริเวณศาล การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาจึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล อันเป็นการกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษผู้ถูกกล่าวหาได้โดยหาจำต้องดำเนินการทางพนักงานสอบสวนไม่ การที่ศาลจะออกข้อกำหนดใด ๆ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 30 ได้จะต้องเป็นกรณีที่เห็นจำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาล และเพื่อให้กระบวนพิจารณาดำเนินไปตามเที่ยงธรรมและรวดเร็วด้วย แต่การออกข้อกำหนดแก่ผู้ถูกกล่าวหา ห้ามผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาในบริเวณศาลชั้นต้นตามคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่ปรากฏว่ากระทำเพื่อให้กระบวนพิจารณาเรื่องใดดำเนินไปตามเที่ยงธรรมและรวดเร็ว กรณีจึงไม่ต้องตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 30 ในอันที่ศาลจะพึงออกข้อกำหนดแก่ผู้ถูกกล่าวหาได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.30 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.31 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.33

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยแพ้คดีในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๔๗/๒๕๓๖ ของศาลชั้นต้น เรื่องที่ดินโดยจำเลยเป็นผู้กล่าวหาร้องเรียนต่อศาลชั้นต้นว่า ผู้กล่าวหามีความประสงค์จะยื่นฎีกา จึงเดินทางมาที่ศาลชั้นต้นเพื่อหาทนายความและเสียค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกา ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งอ้างตนเองว่าเป็นอัยการพร้อมกับมอบนามบัตรให้และจะจัดการเรื่องคดีให้ โดยตกลงค่าใช้จ่าย ค่าทนายความและค่าธรรมเนียมศาลเป็นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท หากแพ้คดีจะคืนเงินให้ ผู้ถูกกล่าวหารับเงินจำนวนดังกล่าวไปจากผู้กล่าวหาที่บริเวณโรงอาหารหลังศาลชั้นต้น แล้วผู้ถูกกล่าวหาเขียนสัญญากู้เงินให้ผู้กล่าวหาไว้ และติดต่อให้นายชุมพล สว่างพลกรัง เป็นทนายความในชั้นฎีกาให้ นายชุมพลบอกให้ผู้กล่าวหานำเงินมาเสียค่าธรรมเนียมศาล ผู้กล่าวหาจึงบอกให้ผู้ถูกกล่าวหานำเงินมาเสียค่าธรรมเนียมศาล แต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ยอมเสีย ผู้กล่าวหาจึงเสียค่าธรรมเนียมศาลเอง หลังจากนั้นผู้กล่าวหาทราบว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่ใช่อัยการ แต่เป็นนายประกันที่ศาลชั้นต้น จึงรู้ว่าถูกผู้ถูกกล่าวหาหลอกลวง ผู้กล่าวหาต้องการเงินคืนจากผู้ถูกกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหายื่นคำร้องว่า ญาติของผู้กล่าวหามารับผู้ถูกกล่าวหาไปที่บ้าน แล้วนำคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๑ มาให้ ผู้ถูกกล่าวหาตรวจดูแล้วเห็นว่าจำเลยมีสิทธิจะยื่นฎีกาได้ ตกลงค่าทนายความและค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหมดเป็นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท โดยให้เงินที่บ้านญาติผู้กล่าวหา และถ้าหากแพ้คดีในชั้นฎีกาผู้ถูกกล่าวหาจะคืนเงินให้ทั้งหมด จึงทำสัญญากู้เงิน ๖๐,๐๐๐ บาท ให้ผู้กล่าวหาไว้ ผู้ถูกกล่าวหาให้นายชุมพล สว่างพลกรัง เป็นทนายความให้และจ่ายค่าทนายความกับค่าธรรมเนียมศาลรวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกเป็นเงิน ๒๑,๕๗๐ บาท ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ววินิจฉัยว่า ผู้ถูกกล่าวหาอ้างตนว่าเป็นอัยการทำงานที่ศาลชั้นต้น เรียกเงินค่าใช้จ่ายจากผู้กล่าวหาเพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาวิ่งเต้นให้ชนะคดี โดยรับเงินที่โรงอาหารของศาลชั้นต้น การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นการกระทำที่ไม่ชอบและก่อให้เกิดความเสียหายแก่ศาล จึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล ซึ่งเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๑ (๑) อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๓ ให้จำคุกนายไสว จันทร์ภิรมย์ ผู้ถูกกล่าวหามีกำหนด ๖ เดือน และออกข้อกำหนดห้ามผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาในบริเวณศาลชั้นต้นมีกำหนด ๓ ปี นับแต่วันมีคำสั่งเว้นแต่จะเป็นคู่ความในคดีเสียเอง ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกผู้ถูกกล่าวหามีกำหนด ๓ เดือน และออกข้อกำหนดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๐ ห้ามผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาในบริเวณศาลชั้นต้นมีกำหนด ๑ ปี นับแต่วันฟังคำพิพากษานี้ เว้นแต่เป็นคู่ความในคดีเสียเองหรือมีเหตุจำเป็นโดยต้องแจ้งให้ศาลชั้นต้นทราบก่อนทุกครั้งไป นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษา (ที่ถูกเป็นคำสั่ง) ศาลชั้นต้น ผู้ถูกกล่าวหาฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? ที่ผู้ถูกกล่าวหาฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า กรณีของผู้ถูกกล่าวหามิได้มีการจ่ายเงินและรับเงินกันต่อหน้าศาล จึงลงโทษผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้นั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๓ โดยผู้ถูกกล่าวหามิได้ฎีกาโต้เถียงว่า ผู้ถูกกล่าวหาอ้างตนเองว่าเป็นอัยการและหลอกลวงผู้กล่าวหาในบริเวณศาลชั้นต้น ทั้งมีการรับเงินกันที่โรงอาหารซึ่งอยู่ภายในบริเวณศาลชั้นต้นด้วย แม้เหตุจะมิได้เกิดขึ้นต่อหน้าศาลแต่ก็เกิดในบริเวณศาล การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาจึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลอันเป็นการกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ซึ่งศาลมีอำนาจลงโทษผู้ถูกกล่าวหาได้โดยหาจำต้องดำเนินการทางพนักงานสอบสวนดังที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้างในฎีกาไม่ ฎีกาข้อนี้ของผู้ถูกกล่าวหาฟังไม่ขึ้นเช่นเดียวกัน แต่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ออกข้อกำหนดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๐ ห้ามผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาในบริเวณศาลชั้นต้นมีกำหนด ๑ ปี นับแต่วันฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๓ เว้นแต่เป็นคู่ความเสียเองหรือมีเหตุจำเป็น โดยต้องแจ้งให้ศาลชั้นต้นทราบก่อนทุกครั้งนั้น เห็นว่า การที่ศาลจะออกข้อกำหนดใด ๆ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๐ ได้จะต้องเป็นกรณีที่เห็นจำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาล และเพื่อให้กระบวนพิจารณาดำเนินไปตามเที่ยงธรรมและรวดเร็วด้วย แต่การออกข้อกำหนดแก่ผู้ถูกกล่าวหาตามคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๓ ไม่ปรากฏว่ากระทำเพื่อให้กระบวนพิจารณาเรื่องใดดำเนินไปตามเที่ยงธรรมและรวดเร็ว กรณีจึงไม่ต้องตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๐ ในอันที่ศาลจะพึงออกข้อกำหนดแก่ผู้ถูกกล่าวหาได้ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ออกข้อกำหนดห้ามผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาในบริเวณศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๓. (วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ - กำพล ภู่สุดแสวง - สุรชาติ บุญศิริพันธ์) ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7333/2544 นางผัน ปัญญาสิทธิ์ กับพวก โจทก์ นางเฉลียว สียางนอกหรือศรียางนอก ผู้กล่าวหา นายไสว จันทร์ภิรมย์ ผู้ถูกกล่าวหา นางเฉลียว สียางนอกหรือศรียางนอก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางผัน ปัญญาสิทธิ์ กับพวก · ผู้กล่าวหา - นางเฉลียว สียางนอกหรือศรียางนอก · ผู้ถูกกล่าวหา - นายไสว จันทร์ภิรมย์ · จำเลย - นางเฉลียว สียางนอกหรือศรียางนอก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายฐิตวัชร อุดรพิมพ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายสถิตย์ ไพเราะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4681-4682/2528ฎีกา 2916/2522ฎีกา 7988/2551ฎีกา 9134/2551ฎีกา 3016/2522ฎีกา 5100/2543ฎีกา 894/2469ฎีกา 1858/2548ฎีกา 4102/2549ฎีกา 1882/2515ฎีกา 12413/2547ฎีกา 4113/2532ฎีกา 2695-2696/2527ฎีกา 4498/2546ฎีกา 3344/2530ฎีกา 195/2497ฎีกา 1018/2510ฎีกา 1120/2539ฎีกา 2678/2529ฎีกา 2962/2547ฎีกา 1316/2519ฎีกา 1248/2535ฎีกา 3471/2524ฎีกา 7/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา