⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7841/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7841/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ความแตกต่างเล็กน้อยในการเบิกความของพยานโจทก์ ไม่ใช่ข้อแตกต่างที่เป็นสาระสำคัญที่จะทำลายน้ำหนักพยานหลักฐานโจทก์ * คำซัดทอดของผู้ร่วมกระทำความผิดที่มิใช่การซัดทอดเพื่อให้ตนเองพ้นผิด สามารถรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้ * การกระทำที่แบ่งหน้าที่กันทำในการค้ายาเสพติด ถือเป็นการร่วมกระทำความผิด * ศาลฎีกาสามารถแก้ไขการปรับบทลงโทษให้ถูกต้องได้ แม้โจทก์จะไม่ได้ฎีกาในส่วนนั้น โดยไม่เป็นการเพิ่มโทษแก่จำเลย

ย่อคำพิพากษา

การที่พยานโจทก์ไม่เบิกความยืนยันข้อเท็จจริงดังเช่นที่พยานโจทก์ปากอื่นเบิกความอาจเป็นเพราะพยาน จำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้แน่ชัด ไม่ใช่ข้อแตกต่างที่เป็นสาระสำคัญที่จะทำลายน้ำหนักพยานหลักฐานโจทก์แต่อย่างใด แม้การจับกุมจำเลยที่ 3 และที่ 4 จะเกิดจากการซัดทอดของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกัน แต่คำซัดทอดดังกล่าวมิใช่การซัดทอดเพื่อให้ตัวจำเลยที่ 1 และที่ 2 พ้นผิด จึงรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้ จำเลยที่ 3 และที่ 4 ได้ร่วมกันติดต่อนำเมทแอมเฟตามีนของกลางมาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จำหน่าย และลักษณะการกระทำความผิดมีการติดต่อระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 2 กับฝ่ายจำเลยที่ 3 และที่ 4 ตั้งแต่ต้นโดยให้ฝ่ายจำเลยที่3 และที่ 4 เป็นผู้จัดหาเมทแอมเฟตามีน ส่วนจำเลยที่ 1 และที่ 2 จะเป็นฝ่ายจำหน่าย เมื่อจำหน่ายได้เงินแล้วจะนำเงินมาแบ่งกันจึงเป็นการร่วมกระทำความผิดโดยแบ่งหน้าที่กันทำ มิใช่เป็นเรื่องใช้ให้จำหน่าย จำเลยที่ 3 ถึงที่ 4 มีความผิดฐานร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย แม้ว่าโจทก์จะไม่ฎีกาเกี่ยวกับความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของจำเลยที่ 3 และที่ 4 แต่เป็นเรื่องการปรับบทลงโทษ ศาลฎีกาสามารถแก้ไขให้ถูกต้อง โดยไม่เพิ่มโทษจำเลยที่ 3 และที่ 4 ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.212 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.84 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๓๓ ริบของกลาง จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคสอง (ที่ถูก วรรคหนึ่งด้วย) , ๖๖ วรรคสอง โจทก์อุทธรณ์ ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๕ และริบรถยนต์กระบะของกลาง จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ขอให้ลงโทษสถานเบา จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ อุทธรณ์ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค ๘ จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องถอนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ อนุญาตและให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๑ เสียจากสารบบความ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคสอง, ๖๖ วรรคสอง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มรตรา ๘๓ และมาตรา ๖๖ วรรคสอง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๖ และพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๖ (๑) ? จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การที่ร้อยตำรวจเอก ก. จารุ พยานโจทก์ไม่ได้เบิกความยืนยันว่า จำเลยที่ ๒ จะเข้าไปนับเงินในรถเก๋งหรือไม่ ดังเช่นที่จ่าสิบตำรวจประยูรเบิกความนั้น อาจเป็นเพราะร้อยตำรวจเอก ก. จารุ จำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้แน่ชัด ไม่ใช่ข้อแตกต่างที่เป็นสาระสำคัญที่จะทำลายน้ำหนักพยานหลักฐานโจทก์แต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษาเกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย สำหรับจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ นั้น จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การซัดทอดว่าเจ้าของเมทแอมเฟตามีนของกลางกำลังรออยู่ที่บ้านจำเลยที่ ๒ เพื่อรับเงินค่าเมทแอมเฟตามีนซึ่งนำมาให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ช่วยจำหน่าย เจ้าพนักงานตำรวจจึง ติดตามไปจับกุมจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ได้ที่บ้านจำเลยที ๒ ในทันที ชั้นจับกุมจำเลยที่ ๓ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๔ ให้การปฏิเสธ และร้อยตำรวจโทศิริชัยพนักงานสอบสวนเบิกความว่าชั้นสอบสวนจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ให้การ รับสารภาพ เห็นว่า แม้การจบกุมจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ จะเกิดจากการซัดทอดของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันแต่คำซัดทอดดังกล่าวมิใช่การซัดทอดเพื่อให้ตัวจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ พ้นจากความผิด จึงรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้ จากพยานหลักฐานโจทก์รับฟังได้ว่า จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ได้ร่วมกันติดต่อนำเมทแอมเฟตามีนของกลางมาให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จำหน่าย และจากรายละเอียดในบันมึกคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ จะเห็นได้ว่า ลักษณะการกระทำเช่นนั้น มีการติดต่อระหว่างฝ่ายจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ กับฝ่ายจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ตั้งแต่ต้น โดยให้ฝ่ายจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ เป็นผู้จัดหาเมทแอมเฟตามีน ส่วนจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จะเป็นฝ่ายจำหน่าย เมื่อจำหน่ายได้เงินแล้วจะนำเงินมาแบ่งกัน ลักษณะจึงเป็นการร่วมกระทำความผิดโดยแบ่งหน้าที่กันทำมิใช่เป็นเรื่องใช้ให้จำหน่ายแต่อย่างใด พยานหลักฐานโจทก์รับฟังได้ว่า จำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๔ ได้ร่วมกับจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย แม้ว่าโจทก์จะไม่ได้ฎีกาเกี่ยวกับความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ แต่เป็นเรื่องการปรับบทลงโทษ ศาลฎีกาสามารถแก้ไขให้ถูกต้องโดยเพิ่มโทษจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ได้ พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นด้วย นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๘ . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7841/2544 พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี โจทก์ นายณรงค์ หุ่นสิงห์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี · จำเลย - นายณรงค์ หุ่นสิงห์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน ปัทมราชวิเชียร · สมชัย เกษชุมพล · สุมิตร สุภาดุลย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายคำแหง เกตุมาก · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายสมชาติ ธัญญาวินิชกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6635/2551ฎีกา 185/2535ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 824/2535ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1992/2530ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 1148/2534ฎีกา 628/2493ฎีกา 831/2541ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2936/2543ฎีกา 11/2539ฎีกา 635/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา