⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7847/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7847/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีสาเหตุขัดเคืองกันมาก่อน ไม่ถือเป็นเจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเสมอไป หากไม่มีการติดตามหรือวางแผนล่วงหน้า และการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเมื่อพบหน้ากัน ถือเป็นการฆ่าโดยเจตนาธรรมดา ไม่ใช่การฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน. ความผิดฐานพาอาวุธปืนและมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นความผิดต่างกรรมกัน.

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยกับผู้ตายมีสาเหตุขัดเคืองกันมาก่อนก่อนเกิดเหตุ ถือไม่ได้เสมอไปว่าจะเป็นเหตุให้จำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและไม่ปรากฏตามทางนำสืบของโจทก์ว่า หลังจากที่จำเลยและผู้ตายมีเรื่องขัดเคืองกันในครั้งก่อน แล้วจำเลยมีความอาฆาตคอยติดตามที่จะทำร้ายผู้ตายอีก ทั้งบ้านจำเลยและบ้านผู้ตายก็มิได้อยู่จังหวัดเดียวกัน ผู้ตายเพิ่งมาบ้านที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านพ่อตาแม่ยายและอยู่ใกล้กับบ้านจำเลยในวันเกิดเหตุนั้นเอง การที่จำเลยฆ่าผู้ตายมิได้เป็นการซุ่มยิง แต่เป็นการใช้อาวุธปืนยิงจากข้างล่าง 1 นัด แล้วเดินตามขึ้นไปยิงผู้ตายบนบ้านที่เกิดเหตุอีก 1 นัด และยังใช้อาวุธมีดแทงทำร้ายผู้ตายต่อหน้าญาติจำเลยและญาติผู้ตายอีกหลายคน ผิดวิสัยที่จะเป็นการฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ความคิดของจำเลยที่จะฆ่าผู้ตายเกิดขึ้นอย่างกะทันหันเมื่อเห็นผู้ตายที่บ้านที่เกิดเหตุโดยจำเลยมิได้มีการตระเตรียมการหรือมีการวางแผนมาก่อน จำเลยจึงมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตาม ป.อ. มาตรา 288 เท่านั้น ความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และฐานพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร เป็นความผิดต่างกรรมกัน แต่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตาม พ.ร.บ. อาวุธปืน ฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ. มาตรา 90 จึงไม่ถูกต้อง แต่โจทก์มิได้อุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกาจึงแก้ไขให้ถูกต้องโดยไม่เพิ่มเติมโทษจำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.130 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.131 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289 ประมวลกฎหมายอาญา ม.371

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗ , ๘ ทวิ , ๗๒ , ๗๒ ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒ , ๙๑ , ๒๘๘ , ๒๘๙ , ๓๗๑ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาลงโทษจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุดังฟ้อง มีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงนายจำนง เสียงดัง ผู้ตาย ๒ นัด กระสุนปืนถูกผู้ตายที่บริเวณหน้าอก ปลายคาง และแขนข้างซ้าย และคนร้ายยังใช้อาวุธมีดแทงและเชือดคอผู้ตายลึกถึงครึ่งคอโดยมีเจตนาฆ่า เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย คดีมีปัญหาว่าจำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค ๙ หรือไม่ เห็นว่า นางนัดเบิกความว่า ก่อนเกิดเหตุประมาณ ๖ ถึง ๗ เดือน จำเลยมีเรื่องไม่พอใจผู้ตายถึงขนาดที่จำเลยชักมีดจะแทงผู้ตาย แต่มีผู้อื่นมาห้ามไว้ ส่วนนางจินดาเบิกความว่า ผู้ตายกับจำเลยมีเรื่องทะเลาะกันหลายปีมาแล้ว จึงยังฟังไม่ได้แน่ชัดว่า จำเลยและผู้ตายเคยมีเรื่องขัดเคืองกันเมื่อใด แต่ก็เห็นได้ว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนเกิดเหตุคดีนี้นานมาแล้ว การที่จำเลยกับผู้ตายมีสาเหตุขัดเคืองกันมาก่อนนั้น ถือไม่ได้เสมอไปว่าจะเป็นเหตุให้จำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และไม่ปรากฏตามทางนำสืบของโจทก์ว่า หลังจากที่จำเลยและผู้ตายมีเรื่องขัดเคืองกันในครั้งก่อนแล้ว จำเลยมีความอาฆาตคอยติดตามที่จะทำร้ายผู้ตายอีก ทั้งบ้านจำเลยและบ้านผู้ตายก็มิได้อยู่จังหวัดเดียวกัน ผู้ตายเพิ่งมาบ้านที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านพ่อตาแม่ยายและอยู่ใกล้กับบ้านจำเลยในวันเกิดเหตุนั้นเอง ที่จำเลยฆ่าผู้ตายครั้งนี้ก็มิได้เป็นการซุ่มยิง แต่เป็นการที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงจากข้างล่าง ๑ นัด แล้วเดินตามขึ้นไปยิงผู้ตายบนบ้านที่เกิดเหตุอีก ๑ นัด และยังใช้อาวุธมีดแทงทำร้ายผู้ตายต่อหน้าญาติจำเลยและญาติผู้ตายอีกหลายคนผิดวิสัยที่จะเป็นการฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เชื่อว่า ความคิดของจำเลยที่จะฆ่าผู้ตายเกิดขึ้นอย่างกะทันหันเมื่อเห็นผู้ตายที่บ้านที่เกิดเหตุโดยมิได้มีการตระเตรียมการหรือมีการวางแผนมาก่อนมากกว่า จำเลยจึงมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ เท่านั้น ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ (๔) ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา สำหรับความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และฐานพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร เป็นความผิดต่างกรรมกัน ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ นั้น ไม่ถูกต้อง แต่โจทก์มิได้อุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกาจึงแก้ไขให้ถูกต้องโดยไม่เพิ่มเติมโทษจำเลย พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ อีกกระทงหนึ่ง สำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ให้จำคุกตลอดชีวิต เมื่อรวมกับโทษจำคุกในความผิดกระทงอื่นแล้ว คงลงโทษได้เพียงจำคุกตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ (๓) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๙. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7847/2544 พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง โจทก์ นายสมปอง หนูอินทร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง · จำเลย - นายสมปอง หนูอินทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)หัสดี ไกรทองสุก · ชนะ ภาสกานนท์ · ธาดา กษิตินนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพัทลุง - นายเฉลิมพงศ์ ขันตี · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายประจวบ กระจ่างทิม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 185/2535ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 824/2535ฎีกา 7651/2552ฎีกา 4180/2548ฎีกา 8080/2538ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 226/2529ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 730/2486ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1148/2534ฎีกา 551/2514ฎีกา 831/2541ฎีกา 2813/2566ฎีกา 8297/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา