⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8888/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8888/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่จะเป็นความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 จะต้องเป็นการเข้าไปถือการครอบครองหรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองที่ดินของผู้อื่นโดยปกติสุข หากจำเลยครอบครองที่ดินอยู่ก่อนที่โจทก์จะซื้อที่ดิน การกระทำนั้นไม่ถือเป็นการบุกรุก.

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 จะต้องได้ความว่าโจทก์ร่วมเป็นเจ้าของ หรือมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทอยู่ในขณะที่กล่าวหาว่าจำเลยเข้าไปในที่ดินพิพาทเพื่อถือการครอบครองหรือเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์ร่วมโดยปกติสุข จำเลยเป็นลูกจ้างของ ส. ต่อเนื่องมาถึง ค. มีหน้าที่ดูแลที่ดินพิพาทจำเลยอยู่ในที่ดินพิพาทตลอดมานับแต่ ส. ยังมีชีวิตอยู่ จนกระทั่ง ส. ถึงแก่กรรม และ ค. ผู้จัดการมรดกของ ส. โอนที่ดินพิพาทให้แก่ พ. แล้ว พ. โอนขายที่ดินต่อให้แก่โจทก์ร่วม การที่จำเลยเข้าไปครอบครองที่ดินพิพาทอยู่ก่อนโจทก์ร่วมมาซื้อที่ดินพิพาทเช่นนี้ ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยเข้าไปในที่ดินพิพาทเพื่อถือครอบครองและรบกวนการครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์ร่วมโดยปกติสุขตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362 การกระทำของจำเลยย่อมไม่เป็นความผิดฐานบุกรุกที่ดินพิพาทของโจทก์ร่วมตามฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.362

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งหกร่วมกันบุกรุกเข้าไปปักเสาขึงลวดหนามทำรั้วในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1306 ของบริษัทเอ.เอส.เอ็น. โฮลดิ้ง จำกัด ผู้เสียหาย เพื่อถือการครอบครองที่ดินทั้งหมดและเป็นการรบกวนการครอบครองที่ดินของผู้เสียหายโดยปกติสุข ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 362, 365 ระหว่างพิจารณา บริษัทเอ.เอส.เอ็น โฮลดิ้ง จำกัด ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362, 365(3) จำคุก 6 เดือน สำหรับจำเลยอื่นให้ยกฟ้อง โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1ด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เดิมนายสด กูรมะโรหิตเป็นเจ้าของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1306ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เนื้อที่ 40 ไร่ 6 ตารางวา ซึ่งทางราชการออกเอกสารสิทธิให้เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2519 และเป็นที่ดินพิพาทคดีนี้ ต่อมานายสดถึงแก่กรรม นายครรชิต กูรมะโรหิต เป็นผู้จัดการมรดกของนายสดตามคำสั่งศาลแพ่งคดีหมายเลขแดงที่ 3854/2521ครั้นวันที่ 4 ธันวาคม 2534 ได้มีการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้แก่คุณหญิงพงา ดุลยธรรมธาดาราชวรสภาบดี และคุณหญิงพงาจดทะเบียนโอนขายให้แก่โจทก์ร่วมเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2534 จากนั้นโจทก์ร่วมเข้าดำเนินการยึดถือรังวัดเพื่อปรับสภาพที่ดิน แต่จำเลยที่ 1 ซึ่งพักอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทขัดขวางอ้างว่าเป็นที่ดินของตนและทำการขึงรั้วลวดหนามปักเสาคอนกรีตเพื่อล้อมรอบบริเวณที่ดินพิพาท นายขวัญชัย แย้มชุติซึ่งมีหน้าที่ดูแลที่ดินของโจทก์ร่วมจึงร้องทุกข์ต่อนายดาบตำรวจละม่อมฟุ้งสุนทร เจ้าพนักงานตำรวจปฏิบัติหน้าที่ประจำตู้ยามหนองจับเต่าทำการจับกุมจำเลยที่ 1 กับพวก ส่งมอบแก่ร้อยตำรวจโทบำรุง รักษ์บำรุงสกุลพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอสัตหีบดำเนินคดีนี้ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมมีว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า กรณีจะเป็นความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 ตามที่โจทก์ฟ้องจะต้องได้ความว่าโจทก์ร่วมเป็นเจ้าของหรือมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทอยู่ในขณะที่กล่าวหาว่าจำเลยที่ 1 เข้าไปในที่ดินพิพาทเพื่อถือการครอบครอง หรือเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์ร่วมโดยปกติสุข คดีนี้แม้จะรับฟังข้อเท็จจริงได้ตามที่โจทก์และโจทก์ร่วมนำสืบว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของนายสดต่อเนื่องมาถึงนายครรชิต มีหน้าที่ดูแลที่ดินพิพาท จำเลยที่ 1 อยู่ในที่ดินพิพาทในฐานะบริวารของนายครรชิตก็แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 อยู่ในที่ดินพิพาทตลอดมานับแต่นายสดยังมีชีวิตอยู่จนกระทั่งนายสดถึงแก่กรรม และนายครรชิต ผู้จัดการมรดกของนายสดโอนที่ดินพิพาทให้แก่คุณหญิงพงา แล้วคุณหญิงพงาโอนขายที่ดินพิพาทต่อให้แก่โจทก์ร่วม การที่จำเลยที่ 1 เข้าไปครอบครองที่ดินพิพาทอยู่ก่อนโจทก์ร่วมมาซื้อที่ดินพิพาทเช่นนี้ ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 เข้าไปในที่ดินพิพาทเพื่อถือการครอบครองและรบกวนการครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์ร่วมโดยปกติสุขตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362 ดังกล่าวมาข้างต้น การกระทำของจำเลยที่ 1 ย่อมไม่เป็นความผิดฐานบุกรุกที่ดินพิพาทของโจทก์ร่วมตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษายกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1 ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8888/2544 พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ บริษัท เอ.เอส.เอ็น โฮลดิ้ง จำกัด โจทก์ นาย สมโภชน์ งามขำ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - บริษัท เอ.เอส.เอ็น โฮลดิ้ง จำกัด · จำเลย - นาย สมโภชน์ งามขำ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชาย จุลนิติ์ · อำนวย เต้พันธ์ · ชวลิต ตุลยสิงห์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6630/2556ฎีกา 624/2524ฎีกา 2314/2529ฎีกา 5274/2531ฎีกา 363/2518ฎีกา 7958/2555ฎีกา 3664-3665/2534ฎีกา 3081/2524ฎีกา 5471/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 1898/2505ฎีกา 2718/2538ฎีกา 5543/2534ฎีกา 18654/2555ฎีกา 1936/2522ฎีกา 435/2535ฎีกา 489/2551ฎีกา 2269/2538ฎีกา 246/2515ฎีกา 1142/2514ฎีกา 1468/2527ฎีกา 1763/2506ฎีกา 5483/2543ฎีกา 45/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ