⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 924/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 924/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำรับของจำเลยที่ให้ไว้ในชั้นสอบสวน แม้จะเกิดจากการที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่จำเลย ก็ไม่ถือว่าเป็นการล่อลวงให้จำเลยรับสารภาพ หากพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการไปเพื่อทราบข้อเท็จจริงตามอำนาจหน้าที่

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยฐานขับรถด้วยความประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จำเลยปฏิเสธว่าขณะเกิดเหตุจำเลยนอนหลับ โดย ว. ผู้ตายเป็นผู้ขับรถยนต์กระบะคันที่เกิดเหตุ แต่ในชั้นสอบสวนจำเลยรับว่าเป็นผู้ขับรถยนต์กระบะคันที่เกิดเหตุ แม้พนักงานสอบสวนจะแจ้งแก่จำเลยว่า ว. ยังไม่ตายซึ่งผิดไปจากความจริงนั้น ไม่ถือเป็นการ ล่อลวงเพื่อจูงใจให้จำเลยรับว่าเป็นผู้ขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 135 อันจะมีผลให้ไม่อาจฟังตามคำรับของจำเลยได้หากแต่เป็นการดำเนินการที่ พนักงานสอบสวนได้ทำไปเพื่อทราบข้อเท็จจริงตามอำนาจของกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.135

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,300, 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43, 157 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291, 300, 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(2)(4)(6), 157 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุดังฟ้อง รถยนต์คันเกิดเหตุจำนวน 2 คัน คือ รถยนต์ตู้คันหมายเลขทะเบียน ย-3866 ชลบุรี กับรถยนต์กระบะคันหมายเลขทะเบียนน-5044 หนองคาย เฉี่ยวชนในทิศทางที่แล่นสวนทางกัน มีผู้ที่มากับรถยนต์ทั้งสองคันดังกล่าวถึงแก่ความตายและบาดเจ็บตามฟ้อง มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเป็นประการแรกว่า จำเลยเป็นผู้ขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุหรือไม่ โจทก์มีพันตำรวจโทเพ็ญ กรุดพันธ์ และร้อยตำรวจเอกวิจิตร ชุมแวงวาปีพนักงานสอบสวนเป็นพยานเบิกความประกอบกันว่า ภายหลังเกิดเหตุพยานทั้งสองติดตามไปสอบปากคำจำเลยซึ่งได้รับบาดเจ็บเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลบึงกาฬ จำเลยรับต่อพยานทั้งสองว่าจำเลยเป็นผู้ขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุปัญหานี้จำเลยต่อสู้ว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยเมาสุราหลับอยู่ในรถยนต์กระบะคันดังกล่าวซึ่งมีนายวาทิตย์เป็นผู้ขับ เห็นว่าพยานโจทก์ทั้งสองปากต่างเป็นเจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติการตามหน้าที่และไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน ทั้งสอบปากคำจำเลยในช่วงกระชั้นชิดต่อเนื่องกับเหตุการณ์จนจำเลยไม่มีเวลาเสริมแต่งข้อเท็จจริงได้ทันท่วงที จึงมีเหตุอันควรเชื่อดังที่พยานโจทก์ดังกล่าวเบิกความโดยไม่ระแวงสงสัยว่าเป็นการปรักปรำจำเลย ที่จำเลยต่อสู้โดยอ้างว่าจำเลยมิได้เป็นผู้ขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุ น่าจะเป็นเพราะต้องการให้ตนเองพ้นผิด ซึ่งฟังหักล้างคำพยานโจทก์ดังกล่าวไม่ได้ ส่วนที่ร้อยตำรวจเอกวิจิตรแจ้งแก่จำเลยที่โรงพยาบาลบึงกาฬว่านายวาทิตย์ยังไม่ตายซึ่งผิดไปจากความจริงนั้นไม่ถือเป็นการล่อลวงเพื่อจูงใจให้จำเลยรับว่าจำเลยเป็นผู้ขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 135 อันจะมีผลให้ไม่อาจฟังตามคำรับของจำเลยได้ดังจำเลยฎีกา หากแต่เป็นการดำเนินการที่พนักงานสอบสวนได้ทำไปเพื่อทราบข้อเท็จจริงตามอำนาจของกฎหมาย ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 ฟังว่า จำเลยเป็นผู้ขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย จำเลยรับว่าขณะเกิดเหตุจำเลยมีอาการเมาสุราประกอบกับทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสารของโจทก์สอดคล้องต้องกันมีเหตุผลและน้ำหนักรับฟังได้ กรณีเชื่อได้ว่าจำเลยขับรถในขณะมึนเมาล้ำเส้นแบ่งกึ่งกลางถนนเข้าไปในทางเดินรถสวนโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลเช่นนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์และจำเลยอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่ อันเป็นเหตุให้รถทั้งสองคันชนกัน การที่จำเลยนำสืบต่อสู้ว่ามิได้กระทำโดยประมาทโดยไม่มีพยานหลักฐานอื่นสนับสนุนย่อมไม่พอฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่า เหตุเกิดเพราะจำเลยประมาทนั้นจึงชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 924/2544 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดบึงกาฬ โจทก์ นาย ธวัชชัย แสงมะณี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดบึงกาฬ · จำเลย - นาย ธวัชชัย แสงมะณี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัตร์ สุขเกษม · วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · วิบูลย์ มีอาสา
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6651/2538ฎีกา 1214/2555ฎีกา 1542/2540ฎีกา 9378/2539ฎีกา 2215/2548ฎีกา 7667/2549ฎีกา 2140/2545ฎีกา 2888/2535ฎีกา 1341/2509ฎีกา 440/2501ฎีกา 3312/2537ฎีกา 3562/2529ฎีกา 1039/2482ฎีกา 3170/2535ฎีกา 4765/2543ฎีกา 365/2481ฎีกา 4020/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ