⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1742/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1742/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสืบข้อเท็จจริงที่ได้ปฏิบัติมาต่อกันภายหลังการทำสัญญา ไม่เป็นการสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสารอันต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 (ข)

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินพิพาทจากโจทก์เพื่อปลูกสร้างบ้านอยู่อาศัย ตามหนังสือสัญญาแบ่งเช่าที่ดิน แม้ว่าตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94 (ข) ห้ามมิให้ศาลยอมรับฟังพยานบุคคลเพื่อเพิ่มเติม ตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในสัญญาดังกล่าว จึงต้องฟังว่าจำเลยเช่าที่ดินพิพาทเพื่อปลูกสร้างบ้านอยู่อาศัยก็ตาม แต่คดีนี้จำเลยให้การว่าโจทก์ยินยอมให้จำเลยปลูกสร้างบ้านในที่ดินพิพาทเพื่อให้บุคคลภายนอกเช่า หนังสือสัญญาแบ่งเช่าที่ดินนั้นไม่สมบูรณ์ ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทข้อแรกว่า จำเลยผิดสัญญาเช่าที่ดินพิพาทโจทก์หรือไม่ ซึ่งในการวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทดังกล่าวนี้นอกจากศาลจะต้องฟังข้อเท็จจริงที่ปรากฏในหนังสือสัญญาแบ่งเช่าที่ดินแล้ว ศาลจำต้องฟังพยานบุคคลที่จำเลยนำสืบมาประกอบหนังสือสัญญาแบ่งเช่าที่ดินดังกล่าวว่า โจทก์หรือจำเลยได้กระทำการใดหรือไม่กระทำการใดผิดไปจากข้อตกลงตามหนังสือสัญญาแบ่งเช่าที่ดิน อันจะถือได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา ดังนั้น จำเลยผู้เช่าย่อมนำสืบข้อเท็จจริงที่ได้ปฏิบัติมาต่อกันได้ ไม่เป็นการสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสารอันต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94 (ข) ที่ศาลอุทธรณ์พิจารณาพยานหลักฐานของโจทก์จำเลยแล้วรับฟังพยานบุคคลว่าโจทก์ยินยอมให้จำเลยปลูกสร้างบ้านในที่ดินพิพาทเพื่อให้บุคคลภายนอกเช่าได้ จำเลยจึงไม่ได้กระทำผิดสัญญาเช่าที่ดินพิพาท ไม่เป็นการรับฟังพยานบุคคลซึ่งต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94 วรรคท้าย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องตามสัญญาเช่าที่ดิน ขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายพร้อมกับรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดิน ที่แบ่งเช่าโฉนดที่ ๕๑๑๓ ตำบลบางขุนเทียน (บางปะทุน) อำเภอบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร กับให้จำเลยชำระ ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะขนย้ายออกไป จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายพร้อมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินที่แบ่งเช่า โฉนดที่ ๕๑๓๓ ตำบลบางขุนเทียน (บางปะทุน) อำเภอบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ เดือนละ ๔,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายพร้อมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป กับให้จำเลย ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ ๕,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ โดยอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? ที่โจทก์ฎีกาเป็นข้อกฎหมายว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่าจำเลยเช่าที่ดินพิพาทเพื่อปลูกสร้างบ้านอยู่อาศัย ตามหนังสือสัญญาแบ่งเช่าที่ดินเอกสารหมาย จ. ๑ การที่จำเลยนำสืบพยานบุคคลว่ายังมีข้อตกลงนอกเหนือไปจากข้อความในสัญญาดังกล่าวจึงเป็นการสืบเพิ่มเติม ตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความ ในเอกสารซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ (ข) จึงไม่อาจรับฟังพยานบุคคลตามที่จำเลยนำสืบได้ แต่ปรากฏว่าศาลอุทธรณ์นำข้อเท็จจริงที่ว่า โจทก์ยินยอมให้จำเลยปลูกสร้างบ้านในที่ดินพิพาท ให้บุคคลภายนอกเช่าได้ จำเลยจึงไม่ได้กระทำผิดสัญญา และจำเลยยังคงมีสิทธิอยู่ในที่ดินพิพาทได้ โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยไม่ได้ เป็นการรับฟังพยานบุคคลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินพิพาทจากโจทก์เพื่อปลูกสร้างบ้านอยู่อาศัย ตามหนังสือสัญญาแบ่งเช่าที่ดินเอกสารหมาย จ. ๑ แม้ว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ (ข) ห้ามมิให้ศาลยอมรับฟังพยานบุคคลเพื่อเพิ่มเติม ตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในสัญญาดังกล่าว จึงต้องฟังว่าจำเลยเช่าที่ดินพิพาทเพื่อปลูกสร้างบ้านอยู่อาศัยก็ตาม แต่คดีนี้ จำเลยให้การว่าโจทก์ยินยอมให้จำเลยปลูกสร้างบ้านในที่ดินพิพาทเพื่อให้บุคคลภายนอกเช่า หนังสือสัญญาแบ่งเช่า ที่ดินเอกสารหมาย จ. ๑ นั้นไม่สมบูรณ์ ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทข้อแรกว่า จำเลยผิดสัญญาเช่าที่ดินพิพาทโจทก์หรือไม่ ซึ่งในการวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทดังกล่าวนี้นอกจากศาลจะต้องฟังข้อเท็จจริงที่ปรากฏในหนังสือสัญญาแบ่งเช่าที่ดินตามเอกสารหมาย จ. ๑ แล้ว ศาลจำต้องฟังพยานบุคคลที่จำเลยนำสืบมาประกอบหนังสือสัญญา แบ่งเช่าที่ดินดังกล่าวว่า โจทก์หรือจำเลยได้กระทำการใดหรือไม่กระทำการใดผิดไปจากข้อตกลงตามหนังสือสัญญาแบ่งเช่าที่ดินเอกสารหมาย จ. ๑ อันจะถือได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา ดังนั้น จำเลยผู้เช่าย่อมนำสืบข้อเท็จจริงที่ได้ปฏิบัติมาต่อกันได้ ไม่เป็นการสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสารอันต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ (ข) ที่ศาลอุทธรณ์พิจารณาพยานหลักฐานของโจทก์จำเลยแล้วรับฟังพยานบุคคลว่า โจทก์ยินยอมให้จำเลยปลูกสร้างบ้านในที่ดินพิพาทเพื่อให้บุคคลภายนอกเช่าได้ จำเลยจึงไม่ได้กระทำผิดสัญญาเช่าที่ดินพิพาท ไม่เป็นการรับฟังพยานบุคคลซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ วรรคท้าย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษา มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1742/2545 นายอรุณ แหวนเกตุ โจทก์ นายเต๊ะ ราชนิยม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอรุณ แหวนเกตุ · จำเลย - นายเต๊ะ ราชนิยม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เดิมพัน จรรยามั่น · สมชัย เกษชุมพล · สุมิตร สุภาดุลย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งธนบุรี - นางอรพันท์ เพ็ญตระการ · ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิมชัย จารุไพบูลย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5302/2548ฎีกา 1015/2509ฎีกา 1452/2511ฎีกา 824/2519ฎีกา 1590/2513ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 1561/2520ฎีกา 1229/2545ฎีกา 2812/2539ฎีกา 1030/2509ฎีกา 817/2490ฎีกา 1339/2543ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2186/2550ฎีกา 6801/2540ฎีกา 794/2509ฎีกา 891/2510ฎีกา 1896/2492ฎีกา 1550/2493ฎีกา 3649/2525ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 825/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา