⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4302/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4302/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ต่อเนื่องกันและมีเจตนาเดียวกัน อาจเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันได้ หากแต่ละส่วนของการกระทำนั้นสำเร็จไปแล้วโดยตัวของมันเอง และมีลักษณะเป็นการกระทำที่แยกต่างหากจากการกระทำส่วนอื่น

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยฉุดผู้เสียหายออกจากทางเดินเข้าไปในป่าข้างทางที่เกิดเหตุแล้วกระทำชำเราผู้เสียหายนั้น แม้การที่จำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายจะเป็นพฤติการณ์ที่จำเลยกระทำอนาจารผู้เสียหายด้วย และมีลักษณะเป็นการกระทำต่อผู้เสียหายที่ต่อเนื่องกันก็ตาม แต่การที่จำเลยฉุดตัวผู้เสียหายออกจากทางเดินเข้าไปในป่าข้างทางที่เกิดเหตุเป็นการแสดงเจตนาส่วนหนึ่งของจำเลย โดยมีเหตุจูงใจที่จะนำตัวผู้เสียหายไปกระทำชำเรา อันเป็นการกระทำส่วนหนึ่งที่สำเร็จไปแล้วต่างหากจากการที่จำเลยกระทำชำเราผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันเป็น 2 กระทง คือความผิดฐานพาหญิงไปเพื่ออนาจารกระทงหนึ่งและเป็นความผิดฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอีกกระทงหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.277 ประมวลกฎหมายอาญา ม.284

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑, ๒๗๗ วรรคสอง, ๒๘๔ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๒๗ วรรคสอง (ที่ถูกมาตรา ๒๗๗ วรรคสอง), ๒๘๔ วรรคแรก เป็นความผิดหลายกรรมให้เรียงกระทงลงโทษ ฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน ๑๓ ปี จำคุก ๑๒ ปี ฐานพาเด็กหญิงไปเพื่อการอนาจารจำคุก ๓ ปี รวมจำคุก ๑๕ ปี คำรับสารภาพในชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หนึ่งในสาม คงจำคุก ๑๐ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๔ วรรคแรก คงลงโทษจำคุกจำเลย ๘ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ฎีกาว่า การที่จำเลยฉุดผู้เสียหายเข้าไปในป่าทีเกิดเหตุแล้วกระทำชำเราผู้เสียหายนั้น เป็นความผิดฐานพาผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๔ วรรคแรก แล้ว มิใช่เป็นความผิดดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ วินิจฉัยนั้น เห็นว่า การที่จำเลยมีเจตนาจะกระทำชำเราผู้เสียหาย จึงตัดสินใจเข้าฉุดตัวผู้เสียหายจากทางเดินเข้าไปในป่าข้างทางบริเวณที่เกิดเหตุแล้วกระทำชำเราผู้เสียหายทันทีนั้น แม้การที่จำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายจะเป็นพฤติการณ์ที่จำเลยกระทำอนาจารผู้เสียหายด้วย และการกระทำของจำเลยดังกล่าวจะมีลักษณะเป็นการกระทำต่อผู้เสียหายที่ต่อเนื่องกันก็ตาม แต่การที่จำเลยฉุดตัวผู้เสียหายจากทางเดินเข้าไปในป่าข้างทางที่เกิดเหตุ เป็นการแสดงเจตนาส่วนหนึ่งของจำเลย โดยมีเหตุจูงใจที่จะนำตัวผู้เสียหายไปกระทำชำเรา อันเป็นการกระทำส่วนหนึ่งที่สำเร็จไปแล้วต่างหากจากการที่จำเลยกระทำชำเราผู้เสียหาย ดังนั้นถึงแม้ป่าบริเวณที่เกิดเหตุซึ่งจำเลยกระทำชำเราจะอยู่ไม่ไกลจากทางเดินที่ผู้เสียหายเดินอยู่ก่อนฉุดผู้เสียหายเข้าไปมากนัก ก็ถือได้ว่าจำเลยได้พาผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๔ วรรคแรก แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ วินิจฉัยว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นบริเวณเดียวกัน ไม่ถือว่าจำเลยมีเจตนากระทำผิดฐานพาผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารอีกกรรมหนึ่งนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๔ วรรคแรก อีกกรรมหนึ่ง จำคุก ๓ ปี ลดโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๒ ปี รวมเป็นจำคุก ๑๐ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4302/2545 พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร โจทก์ นายวุฒิไกร พวงศรี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดยโสธร · จำเลย - นายวุฒิไกร พวงศรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ เพชรรุ่ง · โนรี จันทร์ทร · ทวีวัฒน์ แดงทองดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยโสธร - นายฤทธิรงค์ สมอุดร · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสุรพันธ์ ละอองมณี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 729/2483ฎีกา 8297/2540ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 8833/2554ฎีกา 3864/2546ฎีกา 2664/2520ฎีกา 5957/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา