⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 122/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 122/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีซ้ำหรือฟ้องซ้อนในข้อหาเดียวกันต่อศาลอื่นที่มิใช่ศาลที่ได้มีคำสั่งประทับฟ้องไว้แล้ว เป็นฟ้องที่ต้องห้ามตามกฎหมาย และคำสั่งประทับฟ้องของศาลที่รับคดีซ้ำหรือคดีซ้อนไว้จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามที่ศาลชั้นต้นเป็นศาลแรกไว้แล้ว ต่อมาโจทก์กลับมาฟ้องจำเลยทั้งสามข้อหาเดียวกันต่อศาลจังหวัดปัตตานี ฟ้องคดีหลังของโจทก์ที่ศาลจังหวัดปัตตานีจึงเป็นฟ้องซ้อนต้องห้ามมิให้ฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 173 วรรคสอง (1) ประกอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 15 อันส่งผลให้คำสั่งประทับฟ้องของศาลจังหวัดปัตตานีไม่ชอบไปด้วยกรณีตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 18 (เดิม) ที่ห้ามมิให้ศาลใดศาลหนึ่งรับคดีซึ่งศาลอื่นได้สั่งรับประทับฟ้องไว้แล้ว ต้องเป็นกรณีที่ศาลอื่นรับประทับฟ้องไว้โดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น คดีนี้ศาลจังหวดปัตตานีมีคำสั่งประทับฟ้องไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติพระธรรมนูญศาลยุติธรรมดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องคดีต่อศาลชั้นต้นเป็นศาลแรก และศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาพิพากษา ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจพิจารณาคดีนี้ต่อไป ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2543 ให้จำหน่ายคดีโจทก์และศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนมานั้นจึงไม่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.173 ประมวลกฎหมายอาญา ม.328 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.18 พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.2484 ม.4 พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.2484 ม.48 พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.2484 ม.49

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 326, 328, 332 พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.2484 มาตรา 4, 48, 49, ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันโฆษณาหรือประกาศคำพิพากษาของศาลและคำขออภัยโจทก์เนื้อที่เต็มหน้าในหนังสือพิมพ์รายวันที่ออกจำหน่ายในกรุงเทพมหานครทุกฉบับ เป็นเวลา 15 วันติดต่อกัน ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันดำเนินการและออกค่าใช้จ่ายในการทำจดหมายเหตุบันทึกไว้ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการตามเอกสารท้ายฟ้องทุกฉบับที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน ณ หอสมุดแห่งชาติ ตามข้อความในคำขอที่ให้จำเลยทั้งสามประกาศคำพิพากษาของศาลและคำขออภัยโจทก์ดังกล่าวข้างต้น ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ระหว่างพิจารณา จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องว่า โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสามในมูลความผิดเดียวกันนี้ที่ศาลจังหวัดปัตตานี ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 928/2542 และศาลจังหวัดปัตตานีประทับฟ้องคดีดังกล่าวไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2542 ศาลชั้นต้นในคดีนี้จึงไม่อาจรับคดีนี้ไว้พิจารณาต่อไปตามพระราชบัญญัติให้ใช้พระธรรมนูญศาลยุติธรรม พ.ศ.2477 และพระธรรมนูญศาลยุติธรรมท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 18 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง (1) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนหมายจับจำเลยทั้งสาม และจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ศาลชั้นต้นสอบทนายโจทก์และทนายจำเลยทั้งสามแล้วต่างยอมรับว่าโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสามเรื่องเดียวกันที่ศาลชั้นต้นต่างๆ รวมทั้งสิ้น 8 ศาล ศาลชั้นต้นในคดีนี้เป็นศาลแรกที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสาม ส่วนศาลจังหวัดปัตตานีเป็นศาลแรกที่ประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณา ภายหลังจากที่ศาลชั้นต้นประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณานั้นศาลจังหวัดปัตตานีซึ่งประทับฟ้องไว้ก่อน มีคำสั่งจำหน่ายคดีของโจทก์เนื่องจากไม่อนุญาตให้โจทก์นำคดีดังกล่าวมารวมพิจารณากับคดีนี้ ส่วนคดีของโจทก์ที่ศาลอื่นๆ อีก 6 ศาล ศาลได้จำหน่ายคดีแล้วเช่นกัน คดีของโจทก์คงเหลือที่ศาลชั้นต้นเพียงศาลเดียว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งลงวันที่ 7 เมษายน 2543 ว่า ศาลชั้นต้นมีอำนาจพิจารณาพิพากษาของโจทก์ได้เพราะว่าคดีของโจทก์คงเหลืออยู่ที่ศาลชั้นต้นเพียงศาลเดียว ให้ยกคำร้องของจำเลยทั้งสามและให้นัดสืบพยานโจทก์ต่อไป จำเลยทั้งสามได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นและยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2543 ว่า ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของโจทก์ตามพระราชบัญญัติให้ใช้พระธรรมนูญศาลยุติธรรม พ.ศ.2477 และพระธรรมนูญศาลยุติธรรมท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 18 ให้จำหน่ายคดีของโจทก์จากสารบบความ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ศาลชั้นต้นมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของโจทก์หรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า โจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสามเป็นคดีนี้ต่อศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2542 และยื่นฟ้องจำเลยทั้งสามเกี่ยวกับมูลคดีนี้ต่อศาลจังหวัดปัตตานีเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2542 ศาลจังหวัดปัตตานีได้ทำการไต่สวนมูลฟ้องและมีคำสั่งให้ประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2542 ส่วนศาลชั้นต้นก็ได้ทำการไต่สวนมูลฟ้องและมีคำสั่งให้ประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2542 ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2543 ว่าศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 18 (เดิม) เห็นว่า การที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามที่ศาลชั้นต้นเป็นศาลแรกไว้แล้ว ต่อมาโจทก์กลับมาฟ้องจำเลยทั้งสามข้อหาเดียวกันต่อศาลจังหวัดปัตตานี ฟ้องคดีหลังของโจทก์ที่ศาลจังหวัดปัตตานีจึงเป็นฟ้องซ้อน ต้องห้ามมิให้ฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง (1) ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 อันส่งผลให้คำสั่งประทับฟ้องของศาลจังหวัดปัตตานีไม่ชอบไปด้วย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้เพราะศาลจังหวัดปัตตานีรับประทับฟ้องโจทก์โดยชอบไว้พิจารณาพิพากษาแล้วตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 18 (เดิม) นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา เพราะกรณีที่ห้ามมิให้ศาลใดศาลหนึ่งรับคดีซึ่งศาลอื่นได้สั่งรับประทับฟ้องไว้แล้ว ต้องเป็นกรณีที่ศาลอื่นรับประทับฟ้องไว้โดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น คดีนี้ศาลจังหวัดปัตตานีมีคำสั่งประทับฟ้องไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติพระธรรมนูญศาลยุติธรรมดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องคดีต่อศาลชั้นต้นเป็นศาลแรก และศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาพิพากษา ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจพิจารณาคดีนี้ต่อไป ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2543 ให้จำหน่ายคดีโจทก์และศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนมานั้นจึงไม่ชอบ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งจำหน่ายคดีลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2543 ของศาลชั้นต้น แล้วให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 122/2547 นายปกิต กิระวานิช โจทก์ นายตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปกิต กิระวานิช · จำเลย - นายตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีดี รุ่งวิสัย · ทองหล่อ โฉมงาม · สมศักดิ์ เนตรมัย
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 2918/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1305/2547ฎีกา 7651/2552ฎีกา 861/2521ฎีกา 230/2510ฎีกา 4046/2536ฎีกา 913/2538ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 7988/2551ฎีกา 369/2522ฎีกา 2186/2550ฎีกา 164/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 6911/2544ฎีกา 7937/2538ฎีกา 3604/2533ฎีกา 6321/2544ฎีกา 2606-2616/2529ฎีกา 235/2540ฎีกา 3329/2550ฎีกา 9704/2558ฎีกา 1105/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ