⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1703/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1703/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 306 ต้องเป็นผู้มีชื่อตามทะเบียนในทรัพย์สินที่ยึด หรือเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้น.

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยที่ 2 จะเป็นลูกหนี้ร่วมกันกับจำเลยที่ 1 และที่ 3 ซึ่งแต่ละคนจำต้องชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจนสิ้นเชิงก็ตาม แต่ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จะขายทอดตลาดนั้น เป็นทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 มิใช่ทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ทั้งจำเลยที่ 2 ก็มิได้มีชื่อตามทะเบียนในทรัพย์สินที่ยึดดังกล่าวแต่อย่างใด จำเลยที่ 2 จึงมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 306 การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้แจ้งการขายทอดตลาดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 3 ให้จำเลยที่ 2 ทราบ เป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.306

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 1,334,516.36 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2538 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 5035 ตำบลวัดท่าพระ (เกาะท่าพระ) อำเภอบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 3 ออกขายทอดตลาด หากไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วนกับให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,500 บาท ต่อมาจำเลยทั้งสามไม่ยอมชำระหนี้ โจทก์ขอให้บังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 15035 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 3 ออกขายทอดตลาด เจ้าพนักงานบังคับคดีขายให้นายจรูญ ธีรผลิต ผู้ซื้อทรัพย์ในราคา 1,000,000 บาท จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้ส่งประกาศขายทอดตลาดให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นลูกหนี้ร่วมกันและเป็นผู้มีส่วนได้เสียทราบ ที่ดินข้างเคียงมีราคาสูงถึง 2,000,000 บาท เศษ ขณะโจทก์นำยึดเจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคา 1,150,000 บาท แต่ขายทอดตลาดในราคาเพียง 1,000,000 บาท และเป็นการขายทอดตลาดครั้งแรกโดยมีผู้ประมูลราคาเพียงรายเดียว เป็นการขายที่รวบรัดและได้ราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงมากเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ทำให้จำเลยที่ 2 จะต้องถูกบังคับคดีในส่วนที่ยังขาดในฐานะลูกหนี้ร่วมกัน ขอให้ยกเลิกการขายทอดตลาดและงดการบังคับคดีในส่วนที่ยังขาดในฐานะลูกหนี้ร่วมกัน ขอให้ยกเลิกการขายทอดตลาดและงดการบังคับคดีไว้ก่อนในระหว่างไต่สวน จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 3 ไม่เคยทราบประกาศขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีเพราะจำเลยที่ 3 แจ้งย้ายออกจากภูมิลำเนาตามฟ้องและไปพักอาศัยอยูที่อื่น การส่งคำคู่ความและการบังคับคดีจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอยู่ในย่านชุมชน ที่ดินข้างเคียงมีราคาซื้อขายสูงถึง 2,000,000 บาท เศษ ขณะโจทก์นำยึดทรัพย์ที่ยึดมีราคาสูงถึง 1,150,000 บาท แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีขายไปเพียง 1,000,000 บาท และเป็นการขายทอดตลาดครั้งแรกโดยมีผู้เข้าประมูลราคาเพียงรายเดียวเป็นการขายที่รวบรัดและได้ราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงมาก จึงเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้ยกเลิกการขายทอดตลาดและงดการบังคับคดีไว้ก่อนในระหว่างไต่สวน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานหลักฐานใหม่ในประเด็นว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างโดยรวบรัดไปในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงมาก ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 มีว่า การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งประกาศขายทอดตลาดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 3 ให้จำเลยที่ 2 ทราบ เป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า แม้จำเลยที่ 2 จะเป็นลูกหนี้ร่วมกันกับจำเลยที่ 1 และที่ 3 ซึ่งแต่ละคนจำต้องชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจนสิ้นเชิงดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกาก็ตาม แต่ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จะขายทอดตลาดนั้นเป็นทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 มิได้มีการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ด้วย ทั้งจำเลยที่ 2 ก็มิได้มีชื่อตามทะเบียนในทรัพย์สินที่ยึดดังกล่าวแต่อย่างใด จำเลยที่ 2 จึงมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 306 การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีไม่ได้แจ้งการขายทอดตลาดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 3 ให้จำเลยที่ 2 ทราบ เป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น ปัญหาต่อไปที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า การส่งประกาศขายทอดตลาดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้จำเลยที่ 3 เป็นการส่งคำคู่ความที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะพนักงานเดินหมายปิดประกาศแจ้งการขายทอดตลาดที่บ้านเลขที่ซึ่งจำเลยที่ 3 แจ้งย้ายออกไปแล้วตามแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎรเอกสารหมาย ล.4 เห็นว่า ในชั้นไต่สวนคำร้องให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จำเลยที่ 3 ไม่ได้มาเบิกความเป็นพยาน คงมีจำเลยที่ 2 เบิกความเป็นพยานยืนยันว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีส่งประกาศขายทอดตลาดให้จำเลยที่ 3 ทราบแล้ว ตามรายงานการเดินหมายเอกสารหมาย ล.2 ศาลชั้นต้นจึงฟังข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งประกาศขายทอดตลาดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้จำเลยที่ 3 ทราบแล้ว ตามรายงานการเดินหมายเอกสารหมาย ล.2 จำเลยที่ 3 มิได้อุทธรณ์โต้แย้งในปัญหาดังกล่าวเป็นประเด็นไว้ในคำฟ้องอุทธรณ์ที่ยื่นรวมกันมากับจำเลยที่ 2 ฎีกาของจำเลยที่ 3 จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1703/2547 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายจรูญ ธีรผลิต ผู้ซื้อทรัพย์ นายวีระชัย ตันติจิรวณิช กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) · ผู้ซื้อทรัพย์ - นายจรูญ ธีรผลิต · จำเลย - นายวีระชัย ตันติจิรวณิช กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เรวัตร อิศราภรณ์ · สายันต์ สุรสมภพ · เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2210/2537ฎีกา 5378/2544ฎีกา 1395/2534ฎีกา 2444/2518ฎีกา 437/2508ฎีกา 5768/2534ฎีกา 2644/2530ฎีกา 8058/2553ฎีกา 270/2501ฎีกา 7385/2556ฎีกา 3885/2536ฎีกา 3803/2551ฎีกา 4297/2532ฎีกา 3188/2531ฎีกา 4036/2536ฎีกา 1705/2538ฎีกา 2570/2535ฎีกา 1631/2532ฎีกา 717/2530ฎีกา 1429-1430/2525ฎีกา 1792/2536ฎีกา 244/2510ฎีกา 2862/2535ฎีกา 6554/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ