⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2352/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2352/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยมิได้ส่งสำเนาคำร้องให้คู่ความอีกฝ่ายคัดค้าน เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกามีอำนาจสั่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ให้ถูกต้องได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อโจทก์ยื่นอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายเรื่องเขตอำนาจศาลพร้อมคำร้องขออนุญาตอุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวโดยตรงต่อศาลฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องของโจทก์ไปในทันทีโดยที่ยังมิได้ส่งสำเนาคำร้องให้แก่คู่ความอีกฝ่ายเพื่อให้คู่ความอีกฝ่ายมีโอกาสคัดค้าน จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ และถือได้ว่าเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 27 ในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรมในเรื่องการยื่นหรือการส่งคำคู่ความหรือเอกสารอื่นๆ ศาลฎีกามีอำนาจสั่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ให้ถูกต้องได้ (คำสั่งศาลฎีกา)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 2 ส่งมอบ น.ส.3 ก. เลขที่ 1430 ตำบลโตนด อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา แก่จำเลยที่ 1 เพื่อเพิกถอนหรือแก้ไข หากขัดขืนขอให้จำเลยที่ 1 ออกเอกสารสิทธิใบแทน แล้วทำการเพิกถอนหรือแก้ไข หากขัดขืนให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันและแทนกันแก้ไขชื่อใน น.ส.3 ก. ดังกล่าวให้เป็นชื่อโจทก์ หากขัดขืนให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน ศาลจังหวัดนครราชสีมามีคำสั่งรับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2546 และได้ดำเนินการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยทั้งสองแก้ จำเลยที่ 1 ให้การ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ ต่อมาวันที่ 25 มิถุนายน 2546 ซึ่งเป็นวันนัดพร้อม ศาลจังหวัดนครราชสีมาตรวจสำนวนแล้วเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ และที่ดินพิพาทมีราคาประเมินเป็นเงิน 59,000 บาท เมื่อราคาทรัพย์สินที่พิพาทไม่เกิน 300,000 บาท จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงนครราชสีมาตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 17, 25 (4) คดีไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลจังหวัดนครราชสีมาตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 18 จึงมีคำสั่งให้โอนคดีไปยังศาลแขวงนครราชสีมาตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 16 วรรคสี่ วันที่ 29 กรกฎาคม 2546 ซึ่งเป็นวันนัดพร้อมของศาลแขวงนครราชสีมาศาลแขวงนครราชสีมา เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ (คดีไม่มีทุนทรัพย์) เพราะจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและจำเลยที่ 1 ก็มิได้กล่าวแก้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 อันจะถือว่าจำเลยที่ 1 ให้การต่อสู้เรื่องกรรมสิทธิ์จึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงนครราชสีมาการที่ศาลแขวงนครราชสีมามีคำสั่งให้รับโอนคดีนี้ไว้พิจารณาจึงเป็นการสั่งโดยผิดหลงอาศัยอำนาจตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 จึงให้เพิกถอนคำสั่งเดิมเสียและมีคำสั่งใหม่เป็นว่าไม่รับโอนคดีไว้พิจารณาพร้อมกับส่งสำนวนคืนศาลจังหวัดนครราชสีมา วันที่ 3 กันยายน 2546 ซึ่งเป็นวันนัดพร้อมของศาลจังหวัดนครราชสีมา ศาลจังหวัดนครราชสีมาได้ตรวจคำฟ้องและคำให้การจำเลยที่ 1 แล้ว เห็นว่า คดีนี้มีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือจำเลยที่ 2 จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์เมื่อทุนทรัพย์ที่พิพาทกันมีจำนวนไม่เกิน 300,000 บาท คดีจึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแขวงนครราชสีมา และได้อธิบายให้คู่ความฟัง ทนายโจทก์แถลงว่าเมื่อคดียังไม่แน่ว่าอยู่ในเขตอำนาจของศาลใด โจทก์ประสงค์จะอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อนี้เป็นข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาภายใน 15 วัน วันที่ 17 กันยายน 2546 โจทก์ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลจังหวัดนครราชสีมาที่ให้โอนคดีไปยังศาลแขวงนครราชสีมาพร้อมกับยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลจังหวัดนครราชสีมามีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ และมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ในการอุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกานั้นจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ บัญญัติไว้ กล่าวคือ ผู้อุทธรณ์จะต้องทำเป็นคำร้องมาพร้อมคำฟ้องอุทธรณ์ เมื่อศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์และส่งสำเนาคำฟ้องอุทธรณ์และสำเนาคำร้องแก่จำเลยอุทธรณ์แล้วหากไม่มีคู่ความอื่นยื่นอุทธรณ์และจำเลยอุทธรณ์มิได้คัดค้านคำร้องดังกล่าวภายในกำหนดเวลายื่นคำแก้อุทธรณ์ ก็ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งคำร้องนั้นว่าจะอนุญาตหรือไม่และให้คำสั่งของศาลชั้นต้นเป็นที่สุด สำหรับคดีนี้ปรากฏว่าเมื่อโจทก์ยื่นอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายเรื่องเขตอำนาจศาลพร้อมคำร้องขออนุญาตอุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวโดยตรงต่อศาลฎีกา ศาลจังหวัดนครราชสีมาได้มีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องของโจทก์ไปทันทีโดยที่ยังมิได้ส่งสำเนาคำร้องให้แก่คู่ความอีกฝ่ายเพื่อให้คู่ความอีกฝ่ายมีโอกาสคัดค้าน จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ คำสั่งของศาลจังหวัดนครราชสีมาดังกล่าวจึงไม่อาจมีผลทำให้อุทธรณ์ของโจทก์ขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าวโดยชอบได้ คดีจึงยังไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลฎีกา ศาลฎีกาไม่อาจรับวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามอุทธรณ์ของโจทก์ให้ได้ และการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลจังหวัดนครราชสีมาถือได้ว่าเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้การเป็นไปด้วยความยุติธรรมในเรื่องการยื่นหรือการส่งคำคู่ความหรือเอกสารอื่นๆ ศาลฎีกาเห็นสมควรให้ศาลจังหวัดนครราชสีมาดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ให้ถูกต้อง แต่เนื่องจากคดีนี้ได้พ้นระยะเวลาที่จำเลยทั้งสองจะยื่นคำแก้อุทธรณ์แล้ว จึงเห็นสมควรกำหนดระยะเวลาให้จำเลยทั้งสองยื่นคำคัดค้านไว้ด้วย" พิพากษายกคำสั่งศาลจังหวัดนครราชสีมาที่อนุญาตให้โจทก์ยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกา ให้ศาลจังหวัดนครราชสีมาดำเนินการเรื่องการส่งสำเนาคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาแก่จำเลยทั้งสอง โดยให้ศาลจังหวัดนครราชสีมากำหนดไว้ในหมายนัดว่า หากจำเลยทั้งสองจะคัดค้านคำร้องดังกล่าวประการใดก็ให้ยื่นคำคัดค้านภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันรับสำเนาคำร้อง มิฉะนั้นถือว่าไม่ติดใจคัดค้าน แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2352/2547 นางเพิ่ม ปวงกลาง โจทก์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมาสาขาโนนสูง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเพิ่ม ปวงกลาง · จำเลย - เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมาสาขาโนนสูง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรชาติ บุญศิริพันธ์ · กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์ · กำธร โพธิ์สุวัฒนากุล
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7980/2551ฎีกา 3813/2535ฎีกา 345/2520ฎีกา 280/2530ฎีกา 5146/2537ฎีกา 4637/2567ฎีกา 2521/2540ฎีกา 1572/2511ฎีกา 1172/2514ฎีกา 2926-2929/2524ฎีกา 2280/2559ฎีกา 3589/2525ฎีกา 3055/2526ฎีกา 8108/2542ฎีกา 5415/2543ฎีกา 2356/2534ฎีกา 5094/2565ฎีกา 7279/2540ฎีกา 4470/2543ฎีกา 3260/2528ฎีกา 1644/2519ฎีกา 1376/2520ฎีกา 2898/2538ฎีกา 2651/2568
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ