⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6227/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6227/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดอื่นที่ไม่ใช่ความผิดในคดีนี้ ไม่อาจริบได้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ธนบัตรของกลางดังกล่าวไม่ใช่เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะหรือวัตถุอื่น ซึ่งได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 102 และไม่ใช่ทรัพย์สินที่กฎหมายบัญญัติว่า ผู้ใดทำหรือมีไว้เป็นความผิดหรือได้มาโดยกระทำผิดซึ่งหมายถึงเฉพาะความผิดที่กระทำในคดีนี้ตาม ป.อ. มาตรา 32, 33 (2) ดังนั้น จึงไม่อาจริบธนบัตรของกลางที่ไม่ได้มาจากการกระทำความผิดคดีนี้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.102

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 และริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 66 วรรคสอง ลงโทษประหารชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) กึ่งหนึ่ง คงจำคุกตลอดชีวิต ริบของกลางทั้งหมด จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน แต่ไม่ริบเงินจำนวน 1,200 บาท ของกลาง โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่าธนบัตรของกลางจำนวน 1,200 บาท ชอบที่ศาลจะริบหรือไม่ ที่โจทก์ฎีกาว่า แม้ธนบัตรของกลางดังกล่าวจะไม่ได้มาจากการกระทำความผิดในคดีนี้ ศาลก็มีอำนาจที่จะสั่งริบได้นั้น เห็นว่า ธนบัตรของกลางดังกล่าวไม่ใช่เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะหรือวัตถุอื่น ซึ่งได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 102 และไม่ใช่ทรัพย์สินที่กฎหมายบัญญัติว่า ผู้ใดทำหรือมีไว้เป็นความผิดหรือได้มาโดยกระทำผิด ซึ่งหมายถึงเฉพาะความผิดที่กระทำในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33 (2) ดังนั้น จึงไม่อาจริบธนบัตรของกลางได้ตามขอ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 มีคำสั่งไม่ริบธนบัตรของกลาง จึงชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า สมควรลงโทษจำเลยในสถานเบากว่าที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามาหรือไม่ เห็นว่า แม้เมทแอมเฟตามีนที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจะมีมากถึง 13,900 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์หนัก 309.068 กรัม ซึ่งตามพฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง แต่จำเลยเป็นหญิงทั้งข้อเท็จจริงในทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยเป็นเพียงผู้รับจ้างขน เมื่อถูกจับก็ให้การรับสารภาพตลอดมา การที่ศาลล่างทั้งสองวางโทษประหารชีวิต อันเป็นอัตราโทษสูงสุดตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ในความผิดฐานดังกล่าวจึงหนักเกินไป สมควรแก้ไขเสียใหม่ให้เหมาะสม ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุก 25 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6227/2547 พนักงานอัยการจังหวัดตาก โจทก์ นางไมเยีย แซ่ย่าง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดตาก · จำเลย - นางไมเยีย แซ่ย่าง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรพล เจียมจูไร · พลรัตน์ ประทุมทาน · เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9275/2544ฎีกา 3416/2540ฎีกา 7217/2544ฎีกา 2176/2543ฎีกา 1554/2521ฎีกา 2437/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1875/2547ฎีกา 531/2510ฎีกา 8617/2547ฎีกา 3604/2533ฎีกา 1979/2521ฎีกา 4519/2544ฎีกา 5426/2536ฎีกา 696/2541ฎีกา 4105/2541ฎีกา 239/2484ฎีกา 2839/2516ฎีกา 595/2551ฎีกา 6703/2538ฎีกา 348/2508ฎีกา 1198/2543ฎีกา 2546/2530ฎีกา 3067/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ