คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7812/2547
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ใบสั่งซื้อสินค้าที่โจทก์ใช้ถามค้านจำเลยที่ 2 ซึ่งจำเลยที่ 2 เบิกความรับรองแล้ว และโจทก์อ้างส่งเป็นพยานหลักฐานต่อศาลชั้นต้น ไม่ถือเป็นพยานหลักฐานสนับสนุนข้ออ้างของโจทก์ จึงไม่ต้องห้ามมิให้รับฟัง แม้โจทก์จะไม่ได้ระบุไว้ในบัญชีพยานและส่งสำเนาต่อศาลล่วงหน้าตามกฎหมายก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ใบสั่งซื้อสินค้าเป็นเอกสารที่โจทก์ใช้ในการถามค้านจำเลยที่ 2 ที่อ้างตนเองเป็นพยาน เมื่อจำเลยที่ 2 เบิกความรับรองเอกสารนั้นแล้ว โจทก์จึงอ้างส่งเป็นพยานหลักฐานต่อศาลชั้นต้น จึงมิใช่พยานหลักฐานสนับสนุนข้ออ้างหรือข้อเถียงของโจทก์ แม้โจทก์จะไม่ได้ระบุเอกสารดังกล่าวไว้ในบัญชีระบุพยานของโจทก์ และมิได้ส่งสำเนาเอกสารดังกล่าวต่อศาลชั้นต้นก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน ก็ไม่ต้องห้ามมิให้รับฟัง กรณีไม่อยู่ในบังคับ ป.วิ.พ. มาตรา 88 และมาตรา 90 จึงรับฟังเอกสารดังกล่าวเป็นพยานได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าสินค้าพรมจำนวน 81,456.25 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 65,165.65 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนว 39,210.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 24 เมษายน 2541 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงประการเดียวว่า การที่โจทก์อ้างใบสั่งซื้อสินค้า ฉบับลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2540 และศาลชั้นต้นรับเป็นพยานเอกสารโดยโจทก์ไม่ได้ระบุเอกสารดังกล่าวในบัญชีระบุพยานและมิได้ส่งสำเนาเอกสารดังกล่าวต่อศาลชั้นต้นก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน นั้น ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ใบสั่งซื้อสินค้าเป็นเอกสารที่โจทก์ใช้ในการถามค้านจำเลยที่ 2 ที่อ้างตนเองเป็นพยาน เมื่อจำเลยที่ 2 เบิกความรับรองเอกสารนั้นแล้ว โจทก์จึงอ้างส่งเป็นพยานหลักฐานต่อศาลชั้นต้น มิใช่พยานหลักฐานสนับสนุนข้ออ้างหรือข้อเถียงของโจทก์ ดังนั้น แม้โจทก์จะไม่ได้ระบุเอกสารดังกล่าวไว้ในบัญชีระบุพยานของโจทก์ และมิได้ส่งสำเนาเอกสารดังกล่าวต่อศาลชั้นต้นก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน ก็ไม่ต้องห้ามมิให้รับฟัง กรณีไม่อยู่ในบังคับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 และมาตรา 90 ศาลชั้นต้นจึงรับฟังเอกสารดังกล่าวเป็นพยานได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นรับเอกสารไว้พิจารณาเป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้วนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7812/2547
บริษัทคาร์เปทอินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์
จำกัด (มหาชน) โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ่งดี เอ็นจิเนียริ่ง กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทคาร์เปทอินเตอร์เนชั่นแนลไทยแลนด์จำกัด (มหาชน) · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดรุ่งดี เอ็นจิเนียริ่ง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วีระชาติ เอี่ยมประไพ · สุรพล เจียมจูไร · พลรัตน์ ประทุมทาน |
| แหล่งที่มา | สำนักวิชาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ