คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9015/2547
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมอบอำนาจให้บุคคลมาฟังคำพิพากษาศาลแทนนั้น มีผลผูกพันจนกว่าจะมีการถอนหรือยกเลิกใบมอบฉันทะนั้น และการที่ผู้รับมอบอำนาจมาฟังคำพิพากษาในวันเวลาที่ศาลเลื่อนไป ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบอำนาจโดยชอบแล้ว
ย่อคำพิพากษา
ใบมอบฉันทะของโจทก์ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2546 ระบุว่าโจทก์มอบอำนาจให้ ว. ไปฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 และลงลายมือชื่อรับทราบคำสั่งศาลในคดีนี้โดยมิได้ระบุว่าให้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ในวันเวลาใด การมอบฉันทะดังกล่าวก็เพื่อให้ ว. มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 แทนโจทก์จนเสร็จการนั้นเอง ตราบใดที่ยังไม่มีการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ว. ก็ยังมีอำนาจฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 อยู่จนกว่าโจทก์จะถอนหรือยกเลิกใบมอบฉันทะดังกล่าว การที่ ว. มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 อีกครั้งหนึ่งในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2546 เวลา 16.15 นาฬิกา หลังจากที่ศาลมีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2546 เวลา 10 นาฬิกา ให้เลื่อนการฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไปเป็นวันที่ 11 มีนาคม 2546 เวลา 9 นาฬิกา และออกหมายจับจำเลยรวมทั้งปรับนายประกันแล้วเช่นนี้ ก็ต้องถือว่า ว. ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบฉันทะจากโจทก์ มิใช่กระทำโดยพลการตามที่โจทก์ฎีกาแต่อย่างใด ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ให้ ว. ฟังก็ต้องถือว่าได้อ่าน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ให้โจทก์ฟังโดยชอบแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ถึงวันนัดนางสาวแววดาว ผู้รับมอบฉันทะจากผู้รับมอบอำนาจโจทก์มาศาล ส่วนจำเลยไม่มา ศาลชั้นต้นจึงงดการอ่านและเลื่อนนัดไปกับออกหมายจับจำเลยไว้ แต่ต่อมาในวันนั้นเอง จำเลยมาศาลและยื่นคำร้องขอฟังคำพิพากษาเจ้าหน้าที่ศาลได้โทรศัพท์ตามนางสาวแววดาวให้มาฟังคำพิพากษา ศาลชั้นต้นจึงอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ให้จำเลยและนางสาวแววดาวผู้รับมอบฉันทะจาก ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ฟัง
โจทก์ยื่นคำร้องว่า นางสาวแววดาวผู้รับมอบฉันทะจากผู้รับมอบอำนาจโจทก์ไม่มีอำนาจฟังคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 7 แทนโจทก์แล้ว ขอให้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ให้โจทก์ฟังใหม่
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามใบมอบฉันทะของโจทก์ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2546 ระบุว่าโจทก์มอบอำนาจให้ นางสาวแววดาวไปฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 และลงลายมือชื่อรับทราบคำสั่งศาลในคดีนี้โดยมิได้ระบุว่าให้ฟัง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ในวันเวลาใด การมอบฉันทะดังกล่าวก็เพื่อให้นางสาวแววดาวมาฟังคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 7 แทนโจทก์จนเสร็จการนั้นเอง ตราบใดที่ยังไม่มีการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 นางสาวแววดาว ก็ยังมีอำนาจฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 อยู่จนกว่าโจทก์จะถอนหรือยกเลิกใบมอบฉันทะดังกล่าว การที่นางสาวแววดาวมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 อีกครั้งหนึ่งในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2546 เวลา 16.15 นาฬิกา หลังจากที่ ศาลมีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2546 เวลา 10 นาฬิกา ให้เลื่อนการฟังคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ไปเป็นวันที่ 11 มีนาคม 2546 เวลา 9 นาฬิกา และออกหมายจับจำเลยรวมทั้งปรับนายประกันแล้ว เช่นนี้ก็ต้องถือว่านางสาวแววดาวได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบฉันทะจากโจทก์ มิใช่กระทำโดยพลการตามที่โจทก์ฎีกาแต่อย่างใด ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ให้นางสาวแววดาวฟังก็ต้องถือว่าได้อ่าน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ให้โจทก์ฟังโดยชอบแล้ว
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9015/2547
บริษัทอีซูซุสงวนไทยมอเตอร์เซลส์ จำกัด โจทก์
นางนิตยา ดาปานหรือคาปาน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทอีซูซุสงวนไทยมอเตอร์เซลส์ จำกัด · จำเลย - นางนิตยา ดาปานหรือคาปาน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เกษม วีรวงศ์ · ชวลิต ตุลยสิงห์ · สุรพล เอกโยคยะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม - นายวิรัตน์ กาญจนเลขา · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายอร่าม แย้มสอาด |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา