คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2689/2548
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นอุทธรณ์ที่มิใช่คำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี ต้องห้ามมิให้ฎีกาในระหว่างพิจารณา เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
ย่อคำพิพากษา
คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มให้ถูกต้องเป็นคำสั่งก่อนที่ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี และมิใช่คำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ระบุไว้ในมาตรา 227 และ 228 แห่ง ป.วิ.พ. จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ต้องห้ามมิให้ฎีกาคำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 226 (1) ประกอบด้วยมาตรา 247 แม้โจทก์จะเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบหรือไม่ถูกต้อง ก็มีสิทธิเพียงโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้เพื่อใช้สิทธิฎีกาต่อไปเมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดีนั้นแล้ว ไม่มีสิทธิที่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทและเรียกค่าเสียหาย จำเลยให้การและฟ้องแย้งขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์ ให้โจทก์แก้ทะเบียนกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นชื่อจำเลย ห้ามโจทก์เข้าเกี่ยวข้อง และให้โจทก์ส่งมอบโฉนดที่ดินแก่จำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ให้โจทก์จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่จำเลย หากไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของโจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ยกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ทำคำพิพากษาส่งไปยังศาลชั้นต้นเพื่ออ่านให้โจทก์และจำเลยฟัง พร้อมกับมีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์และให้จำเลยชนะคดีตามฟ้องแย้ง โจทก์อุทธรณ์ขอให้กลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลในทุนทรัพย์ตามราคาที่ดินพิพาทที่โจทก์ฟ้องและที่จำเลยฟ้องแย้งด้วย แต่โจทก์ยื่นอุทธรณ์โดยเสียค่าขึ้นศาลเฉพาะทุนทรัพย์ในส่วนฟ้องแย้ง ดังนั้น ก่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลชั้นต้นเรียกโจทก์มาเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้ครบถ้วนภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตาม ให้งดอ่านคำพิพากษาและส่งสำนวนพร้อมคำพิพากษาคืนศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพื่อดำเนินการต่อไป
โจทก์ฎีกาคำสั่ง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพิ่มให้ถูกต้องดังกล่าวเป็นคำสั่งก่อนที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี และมิใช่คำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ระบุไว้ในมาตรา 227 และ 228 แห่ง ป.วิ.พ. จึงเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาคำสั่งนั้นในระหว่างพิจารณาตาม มาตรา 226 (1) ประกอบด้วยมาตรา 247 ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ในระหว่างพิจารณา จึงต้องห้ามตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว โจทก์ยังไม่มีสิทธิฎีกา แม้โจทก์จะเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบหรือไม่ถูกต้อง ก็มีสิทธิเพียงโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้เพื่อใช้สิทธิฎีกาต่อไปเมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดีนั้นแล้ว หามีสิทธิที่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นไม่ การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ขึ้นมาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้"
พิพากษายกฎีกาของโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2689/2548
นางจำรัส ทิมอ่อน โดยนางละออ กลิ่นประดิษฐ์
ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน โจทก์
นายบุญส่ง อึ่งขาว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางจำรัส ทิมอ่อน โดยนางละออ กลิ่นประดิษฐ์ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน · จำเลย - นายบุญส่ง อึ่งขาว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมศักดิ์ เนตรมัย · สุภิญโญ ชยารักษ์ · ประทีป ปิติสันต์ |
| แหล่งที่มา | สำนักวิชาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ