⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 202/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 202/2549

ป.อาญา ม.78, 83, 90 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การหลอกลวงว่าสามารถหางานในต่างประเทศได้และได้รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 91 ตรี แล้ว แม้จะไม่มีการส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศจริงก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ความผิดตาม พ.ร.บ. จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 91 ตรี เมื่อผู้กระทำมีเจตนาหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานในต่างประเทศได้ และโดยการหลอกลวงนั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวงก็เป็นความผิดแล้วไม่จำต้องมีการส่งคนหางานไปทำงานยังต่างประเทศ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 พระราชบัญญัติ จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 ม.91 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้ครองคนหางาน พ.ศ.2528 ม.91 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 ม.4 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 ม.30 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 ม.82 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 ม.91 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2528 ม.91

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2544 ถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2544 เวลากลางวัน ต่อเนื่องกัน วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยกับพวกอีก 2 คน ซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้องร่วมกันจัดหางานให้แก่นางสาววารินทร์ คำพิวงษ์ ผู้เสียหายที่ 1 นางปิยะดา ผาบชุม ผู้เสียหายที่ 2 นางรัตติยา โคตะมะ ผู้เสียหายที่ 3 นายสมเกียรติ ศรีกลอง ผู้เสียหายที่ 4 นางวงเดือน ศรีกลอง ผู้เสียหายที่ 5 และนายประยูร โสภากุล ผู้เสียหายที่ 6 ซึ่งเป็นคนหางาน และประสงค์ไปทำงานในต่างประเทศ โดยจำเลยกับพวกเรียกและรับเงินค่าบริการจัดหางาน รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากผู้เสียหายทั้งหกเป็นการตอบแทน อันเป็นการจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ โดยจำเลยกับพวกไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลางตามกฎหมาย และร่วมกันหลวกลวงผู้เสียหายทั้งหกด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงอันควรบอกให้แจ้งว่า จำเลยกับพวกสามารถหางานและจัดส่งคนไปทำงานในต่างประเทศได้ โดยสามารถจัดส่งผู้เสียหายไปที่ 1 ไปทำงานที่ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ผู้เสียหายที่ 2 ไปทำงานที่ประเทศนิวซีแลนด์ ผู้เสียหายที่ 3 ไปทำงานที่ประเทศสาธารณรัฐเกาหลีและฝรั่งเศส และผู้เสียหายที่ 4 ถึงที่ 6 ไปทำงานที่ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี โดยผู้เสียหายทั้งหกจะต้องเสียค่าบริการในการจัดหางาน รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้แก่จำเลยกับพวกดังนี้ สำหรับผู้เสียหายที่ 1 เป็นเงิน 150,000 บาท ผู้เสียหายที่ 2 เป็นเงิน 200,000 บาท ผู้เสียหายที่ 3 เป็นเงิน 140,000 บาท ผู้เสียหายที่ 4 กับที่ 5 เป็นเงินคนละ 120,000 บาท และผู้เสียหายที่ 6 เป็นเงิน 30,000 บาท อันเป็นความเท็จความจริงแล้วจำเลยกับพวกไม่สามารถจัดส่งผู้เสียหายทั้งหกไปทำงานในต่างประเทศได้ และดดยการหลอกลวงของจำเลยกับพวกดังกล่าวทำให้ผู้เสียหายทั้งหกหลงเชื่อว่าเป็นความจริง จำเลยกับพวกจึงได้ไปซึ่งค่าบริการและค่าใช้จ่ายในการจัดหางานจากผู้เสียหายที่ 1 เป็นเงิน 110,000 บาท ผู้เสียหายที่ 2 เป็นเงิน 220,000 บาท ผู้เสียหายที่ 3 เป็นเงิน 139,500 ผู้เสียหายที่ 4 กับที่ 5 เป็นเงินคนละ 145,000 บาท และผู้เสียหายที่ 6 เป็นเงิน 30,000 บาท รวมเป็นเงินที่จำเลยกับพวกได้ไปจากผู้เสียหายทั้งหกจำนวน 789,500บาท ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 4, 30, 82, 91 ตรี ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91, 341 ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินตามจำนวนที่รับไปจากผู้เสียหายทั้งหกรวม 789,500 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งหก จำเลยให้การรับสารภาพ ในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น ผู้เสียหายที่ 6 ยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ในข้อหาฉ้อโกงเนื่อง จากผู้เสียหายที่ 6 ได้รับชดใช้เงินจากจำเลยครบถ้วนแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีในข้อหาฉ้อโกงเฉพาะผู้เสียหายที่ 6 ออกจากสารบบความ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 4, 30, 82, 91 ตรี ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบด้วยมาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานจัดหางานให้คนไปทำงานต่างประเทศโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 3 ปี ฐานฉ้อโกง 4 กระทง จำคุกกระทงละ 1 ปี เป็นจำคุก 5 ปี รวม 6 กระทง จำคุก 8 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินตามจำนวนที่ได้รับจากผู้เสียหายที่ ถึงที่ 5 รวมทั้งสิ้น 759,500 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 5 โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2528 มาตรา 91 ตรี ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบด้วยมาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฉ้อโกงคนหางานเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักสุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกกระทงละ 3 ปี รวม 6 กระทง จำคุก 18 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 9 ปี ข้อหาอื่นให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้ครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 91 ตรี นั้นจำเลยไม่เห็นพ้องด้วย เนื่องจากการกระทำที่จะเป้นความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าวจะต้องมีการส่งคนหางานไปยังต่างประเทศแต่จำเลยเพียงแต่มีเจตนาที่จะหลอกลวงผู้เสียหายทั้งหกเท่านั้นไม่มีพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าจะจัดผู้เสียหายทั้งหกไปทำงานที่ต่างประเทศจริง เห็นว่า พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 91 ตรี บัญญัติว่า "ผู้ใดหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือสามารถส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นจากผู้ถูกหลอกลวง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบปีหรือปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ" จากบทบัญญัติดังกล่าวจะเห็นได้ว่า เมื่อผู้กระทำมีเจตนาหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานในต่างประเทศได้ และโดยการหลอกลวงนั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวงก็เป็นความผิดตามบทบัญญัตินี้แล้ว โดยไม่จำต้องมีการส่งคนหางานไปทำงานยังต่างประเทศดังที่จำเลยฎีกาแต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษจำเลยมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 202/2549 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดธัญบุรี โจทก์ นางธนวรรณ บุญญฤทธิ์พูลศิริหรือพูลสิริหรือพุ่มประทีป จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดธัญบุรี · จำเลย - นางธนวรรณ บุญญฤทธิ์พูลศิริหรือพูลสิริหรือพุ่มประทีป
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปราโมทย์ พิพัทธ์ปราโมทย์ · สมชาย จุลนิติ์ · นพวรรณ อินทรัมพรรย์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 959/2531ฎีกา 4/2508ฎีกา 1837/2531ฎีกา 9026/2553ฎีกา 6575/2551ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 4180/2548ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2303/2518ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5598/2540ฎีกา 6355/2544ฎีกา 4225/2559ฎีกา 647/2563ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา