⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2617/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2617/2549

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยประเด็นตามคำร้องขอของผู้ร้อง และเมื่อฟังข้อเท็จจริงว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิในทรัพย์สินที่ถูกบังคับคดี ก็มีผลให้คำร้องของผู้ร้องต้องยกไปโดยไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นอื่นอีก.

ย่อคำพิพากษา

คดีสืบเนื่องจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดบ้านของจำเลยเพื่อบังคับชำระหนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยบ้านพิพาทอ้างว่าเป็นของผู้ร้อง การที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นว่า บ้านพิพาทเป็นของจำเลยหรือของผู้ร้อง จึงตรงตามคำร้องขอ มิได้เป็นการคลาดเคลื่อนต่อกฎหมาย และเมื่อศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าบ้านพิพาทมิใช่ของผู้ร้อง ก็มีผลเท่ากับผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยบ้านพิพาทโดยไม่จำต้องวินิจฉัยว่าบ้านพิพาทเป็นของจำเลยหรือไม่อีก ฎีกาของผู้ร้องที่ว่าบ้านพิพาทเป็นของจำเลยหรือไม่นั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับวินิจฉัยเนื่องจากเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงซึ่งคดีมีทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกิน 50,000 บาท ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 ฎีกาข้อนี้จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง แม้ศาลชั้นต้นจะรับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริง ก็ไม่มีผลทำให้ฎีกาของผู้ร้องกลับกลายเป็นฎีกาที่ชอบด้วยกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดบ้านพิพาทตีราคา 50,000 บาท โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์ของจำเลยเพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องขอและแก้ไขคำร้องขอโดยขอให้ปล่อยบ้านพิพาท อ้างว่าเป็นของผู้ร้อง โจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกคำร้องขอ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นว่าบ้านพิพาทเป็นของจำเลยหรือผู้ร้องเป็นการคลาดเคลื่อนต่อกฎหมาย คำพิพากษาของศาลชั้นต้นจึงไม่ชอบนั้น เห็นว่า โจทก์นำยึดบ้านพิพาทโดยอ้างว่าเป็นของจำเลย ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยบ้านพิพาทโดยอ้างว่าเป็นของผู้ร้อง การที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นว่า บ้านพิพาทเป็นของจำเลยหรือผู้ร้องจึงตรงตามคำร้องขอ มิได้คลาดเคลื่อนต่อกฎหมายแต่อย่างใด และเมื่อศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าบ้านพิพาทมิใช่ของผู้ร้อง ก็มีผลเท่ากับผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยบ้านพิพาทโดยไม่จำต้องวินิจฉัยว่าบ้านพิพาทเป็นของจำเลยหรือไม่อีก ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น ฎีกาของผู้ร้องที่ว่า บ้านพิพาทมิใช่เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยนั้น เห็นว่าปัญหาข้อนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับวินิจฉัยเนื่องจากเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง และคดีมีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ไม่เกิน 50,000 บาท จึงต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 ดังนั้น เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 มิได้รับวินิจฉัยเพราะเป็นอุทธรณ์ต้องห้ามดังกล่าวแล้ว ฎีกาของผู้ร้องจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามมาตรา 249 วรรคหนึ่ง แม้ศาลชั้นต้นจะรับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริงก็ไม่มีผลทำให้ฎีกาของผู้ร้องกลับกลายเป็นฎีกาที่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาไม่อาจรับวินิจฉัยให้ได้ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2617/2549 นายเฉลียว พันธ์ประชา โจทก์ นางสาวลำยอง จิตรีมิตร ผู้ร้อง นายชาญ จิตรีมิตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเฉลียว พันธ์ประชา · ผู้ร้อง - นางสาวลำยอง จิตรีมิตร · จำเลย - นายชาญ จิตรีมิตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพโรจน์ วายุภาพ · จิระวรรณ ศิริบุตร · เกษม เวชศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปทุมธานี - นายทนงศักดิ์ ดุลยกาญจน์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวิชัย ตัญศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 396/2523ฎีกา 6412-6413/2538ฎีกา 244/2535ฎีกา 33/2501ฎีกา 704/2522ฎีกา 184/2536ฎีกา 12701/2557ฎีกา 264/2547ฎีกา 1463/2509ฎีกา 472/2551ฎีกา 3409/2525ฎีกา 108/2546ฎีกา 1224/2508ฎีกา 6039/2545ฎีกา 5845/2540ฎีกา 364/2536ฎีกา 4957/2536ฎีกา 4098/2539ฎีกา 1107/2493ฎีกา 4982/2541ฎีกา 4123/2543ฎีกา 2630/2545ฎีกา 667/2511ฎีกา 3643/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา