คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4825/2549
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นในความผิดฐานใด ความผิดฐานนั้นเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจวินิจฉัยความผิดฐานนั้นอีก
ย่อคำพิพากษา
ความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ไม่อุทธรณ์ ความผิดฐานดังกล่าว จึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่มีอำนาจยกความผิดฐานดังกล่าวขึ้นมาวินิจฉัยอีก การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยกความผิดฐานดังกล่าวขึ้นมาวินิจฉัยแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานดังกล่าวด้วยแม้จะไม่ได้กำหนดโทษ ก็เป็นการไม่ชอบ ส่วนความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย จำคุก 4 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จึงต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง การที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่ได้เป็นคนร้ายคดีนี้ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานพาอาวุธปืน เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 91, 288
จำเลยให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณา นายสมพงษ์ ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต (ที่ถูกอนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์ในความผิดฐานพยายามฆ่า)
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง (ที่ถูก เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91) ฐานพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุก 10 ปี ฐานพาอาวุธปืน จำคุก 4 เดือน รวมจำคุก 10 ปี 4 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคสาม ด้วย เมื่อรวมโทษทั้งสามฐานความผิดแล้ว คงให้บังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานมีและพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่าพยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบมามีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า จำเลยมิได้ใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วม พยานจำเลยน่าเชื่อกว่าพยานโจทก์และโจทก์ร่วม เมื่อจำเลยมิได้เป็นคนร้ายคดีนี้ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานมีและพาอาวุธปืนด้วยนั้น เห็นว่า สำหรับความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตนั้น ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ไม่ได้อุทธรณ์ ความผิดฐานนี้ จึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่มีอำนาจหยิบยกความผิดฐานนี้ขึ้นมาวินิจฉัยอีกต่อไป การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 หยิบยกความผิดฐานนี้ขึ้นมาวินิจฉัยแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดในฐานดังกล่าวนี้ด้วยแม้จะไม่ได้กำหนดโทษก็เป็นการไม่ชอบ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น ส่วนความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย จำคุก 4 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนในความผิดฐานนี้ จึงต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง การที่จำเลยฎีกาว่า เมื่อจำเลยไม่ได้เป็นคนร้ายคดีนี้ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง ฯ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายมาตราดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้?
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4825/2549
พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี โจทก์
นายสมพงษ์ สงเคราะห์ โจทก์ร่วม
นายวัฒนา ศิริปาลกะ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี · โจทก์ร่วม - นายสมพงษ์ สงเคราะห์ · จำเลย - นายวัฒนา ศิริปาลกะ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เฉลิมชัย จารุไพบูลย์ · พิชิต คำแฝง · สุรภพ ปัทมะสุคนธ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสระบุรี - นายปิติ นาถะภักติ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสันต์ เกียรติก้อง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา