⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7611/2549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7611/2549

ป.วิ.แพ่ง ม.248

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้ทรัพย์สินที่เช่าซื้อหลังจากสัญญาเช่าซื้อเลิกกัน มีอายุความ 10 ปี

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถที่เช่าหลังจากสัญญาเช่าซื้อเลิกกัน ไม่ได้ฟ้องเรียกค่าเช่าซื้อ ฟ้องโจทก์ในส่วนค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถที่เช่าซื้อมีอายุความ 10 ปี มิใช่อายุความ 2 ปี ตามที่จำเลยที่ 2 ฎีกา ดังนั้น สิทธิเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถที่เช่าซื้อของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากส่งคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนจำนวน 214,455 บาท แลให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์จำนวน 150,000 บาท และค่าเสียหายต่อไปอีกเดือนละ 5,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์หรือใช้ราคาแทนจนครบ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนจำนวน 100,000 บาท ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์จำนวน 150,000 บาท และชำระค่าเสียหายต่อไปอีกเดือนละ 2,500 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 26 กันยายน 2543) จนกว่าจะส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนหรือใช้ราคาแทนจนครบ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 6 เดือน กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความจำนวน 2,500 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า ค่าเช่าซื้อที่จำเลยที่ 1 ค้างชำระต่อโจทก์ในเวลาก่อนที่โจทก์จะบอกเลิกสัญญาเป็นหนังสือไปยังจำเลยที่ 2 เป็นค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระซึ่งมีอายุความเพียง 2 ปี เท่านั้น โจทก์นำคดีมาฟ้องจำเลยทั้งสองล่วงเลยกำหนดระยะเวลา 2 ปี ฟ้องของโจทก์ในส่วนนี้จึงขาดอายุความ เห็นว่า โจทก์ฟ้องเรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถที่เช่าหลังจากสัญญาเช่าซื้อเลิกกันไม่ได้ฟ้องเรียกค่าเช่าซื้อ ฟ้องโจทก์ในส่วนค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถที่เช่าซื้อมีอายุความ 10 ปี ดังนั้น สิทธิเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถที่เช่าซื้อจึงไม่ขาดอายุความ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่โต้เถียงดุลพินิจของศาลอุทธรณ์เรื่องค่าขาดราคาและค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ โดยจำเลยที่ 2 ฎีกาว่า เมื่อคำนึงถึงอายุการใช้งานของรถยนต์พิพาทค่าขาดราคาไม่เกิน 50,000 บาท และค่าขาดประโยชน์รวมแล้วไม่เกิน 100,000 บาท เห็นว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยทั้งสองส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน 100,000 บาท กับค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ 150,000 บาท จำนวนทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาจึงมีเพียง 150,000 บาท ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยในปัญหาดังกล่าว พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าทนายความแทนโจทก์ 3,000 บาท. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7611/2549 บริษัทฐิติกร จำกัด โจทก์ นายอภิชาติ แซ่แต้ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทฐิติกร จำกัด · จำเลย - นายอภิชาติ แซ่แต้ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์ · สุรพล เจียมจูไร · สถิตย์ ทาวุฒิ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นางสาวรุ่งระวี โสขุมา · ศาลอุทธรณ์ - นายสุนัย มโนมัยอุดม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5302/2548ฎีกา 1015/2509ฎีกา 824/2519ฎีกา 3314/2549ฎีกา 1590/2513ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 1229/2545ฎีกา 2812/2539ฎีกา 3231/2557ฎีกา 13566/2558ฎีกา 1030/2509ฎีกา 817/2490ฎีกา 1339/2543ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2186/2550ฎีกา 891/2510ฎีกา 825/2509ฎีกา 6058/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 142/2530ฎีกา 2290/2535ฎีกา 5911-5913/2533ฎีกา 1783/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา