⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6099/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6099/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียม ถือเป็นคำสั่งที่ถึงที่สุดตามกฎหมายแล้ว จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกาโต้แย้งคำสั่งดังกล่าวได้อีก

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์อย่างคนอนาถา จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง หากจำเลยติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ก็ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในเวลาที่กำหนด คำสั่งของศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย และศาลชั้นต้นอนุญาตตามคำร้องของจำเลยที่ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินดังกล่าวออกไปอีก เป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งต่อเนื่องจากคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์อย่างคนอนาถาซึ่งถึงสุดแล้ว จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกาโต้แย้งคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินของศาลอุทธรณ์ต่อไปอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.156

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย หากไม่ชำระให้ยึดเครื่องจักรตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลคลองตำหรุ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสี่ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ กับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 70,000 บาท จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วเห็นว่า จำเลยทั้งสี่ไม่เป็นคนยากจนจึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสี่ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ถ้าจำเลยทั้งสี่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ก็ให้นำเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายในวันที่ 30 ตุลาคม 2546 จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสี่ หากจำเลยทั้งสี่ยังติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ก็ให้จำเลยทั้งสี่นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 10 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งของศาลอุทธรณ์ให้จำเลยทั้งสี่ฟังเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2547 วันที่ 24 พฤษภาคม 2547 จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องว่า เงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นเงิน 412,000 บาท จำเลยทั้งสี่มีฐานะยากจนมิได้ประกอบอาชีพใด ได้พยายามติดต่อขอยืมเงินจากบุคคลอื่นแล้วแต่ยังไม่ได้ ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ออกไปอีก 30 วัน นับแต่วันครบกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปจนถึงวันที่ 14 มิถุนายน 2547 วันที่ 10 มิถุนายน 2547 จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปอีก 30 วัน โดยอ้างว่ายังได้เงินไม่ครบตามจำนวนที่จะเสียค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2547 ต่อมาวันที่ 29 มิถุนายน 2547 จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องอีกว่ายังหาเงินได้ไม่ครบตามจำนวนที่จะเสียค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมออกไปอีก 30 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลได้อนุญาตให้จำเลยทั้งสี่ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมเป็นครั้งสุดท้ายถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2547 ตามคำร้องของจำเลยทั้งสี่ลงวันที่ 10 มิถุนายน 2547 และเหตุที่จำเลยทั้งสี่อ้างในคำร้องฉบับนี้เหมือนกับเหตุที่อ้างในครั้งก่อนๆ กรณีไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้ขยายระยะเวลาอีก ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ เมื่อครบกำหนดวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ จำเลยทั้งสี่มิได้นำเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์มาวางศาล ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสี่ จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยทั้งสี่ฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ว่ามีพฤติการณ์พิเศษที่ควรขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้แก่จำเลยทั้งสี่นั้น เห็นว่า เดิมศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสี่ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสี่ หากจำเลยทั้งสี่ยังติดใจอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นก็ให้จำเลยทั้งสี่นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 10 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง คำสั่งของศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย การที่จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมตามคำสั่งของศาลอุทธรณ์ออกไปอีก เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องสำหรับคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมครั้งหลังสุดแล้วจำเลยทั้งสี่อุทธรณ์คำสั่งต่อมา และศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นเพราะเห็นว่าไม่มีเหตุที่จะขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้แก่จำเลยทั้งสี่ออกไปอีก ศาลฎีกาเห็นว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ออกไปอีกดังกล่าวนั้น เป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งต่อเนื่องจากคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์อย่างคนอนาถาซึ่งถึงที่สุดแล้ว จำเลยทั้งสี่จึงไม่มีสิทธิฎีกาโต้แย้งคำสั่งของศาลอุทธรณ์ต่อไปได้อีก ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งสี่มาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษายกฎีกาของจำเลยทั้งสี่ ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่จำเลยทั้งสี่ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6099/2550 ธนาคารศรีนคร จำกัด (มหาชน) โดยบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน โจทก์ บริษัทไชยงามดี จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารศรีนคร จำกัด (มหาชน) โดยบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทยผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน · จำเลย - บริษัทไชยงามดี จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง น้อยโสภณ · ชวลิต ตุลยสิงห์ · สิทธิชัย พรหมศร
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 256/2507ฎีกา 2646/2527ฎีกา 2198/2522ฎีกา 3470/2526ฎีกา 866/2518ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 1330/2518ฎีกา 1040/2527ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 5415/2543ฎีกา 9200/2547ฎีกา 8277/2551ฎีกา 4910/2533ฎีกา 495/2549ฎีกา 1006/2538ฎีกา 2785/2523ฎีกา 4067/2532ฎีกา 4658/2534ฎีกา 1235/2535ฎีกา 1925/2539ฎีกา 11996/2547ฎีกา 491-492/2524ฎีกา 406/2513ฎีกา 4821/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ