⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6515/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6515/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
แม้ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท และอุทธรณ์ต้องห้ามในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง แต่หากมีกรณีจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาดอันเกิดจากการคำนวณของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลาย ศาลอาจรับอุทธรณ์ไว้พิจารณาได้ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลายฯ มาตรา 26 วรรคสี่

ย่อคำพิพากษา

เจ้าหนี้อุทธรณ์ว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คำนวณจำนวนเงินที่เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ขาดไป 27,750.89 บาท ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท อุทธรณ์ของเจ้าหนี้จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต่อศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลายฯ มาตรา 24 วรรคหนึ่ง แต่กฎหมายล้มละลายเป็นกฎหมายพิเศษมีวัตถุประสงค์ที่จะคุ้มครองบรรดาเจ้าหนี้ให้ได้รับชำระหนี้หรือได้รับส่วนแบ่งอย่างเป็นธรรม เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แถลงยอมรับว่าคำนวณจำนวนเงินที่เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ขาดไป จึงมีกรณีจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาด สมควรรับอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ไว้พิจารณาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลายฯ มาตรา 26 วรรคสี่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 ม.24 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 ม.26

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลย (ลูกหนี้) ทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2547 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้ยืม จำนอง ตามคำพิพากษาในฐานะเจ้าหนี้มีประกันเป็นเงิน 1,220,868.84 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 104 แล้ว ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วทำความเห็นว่า เห็นควรให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เป็นเงิน 1,193,117.95 บาท โดยให้มีสิทธิได้รับชำระหนี้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้างของลูกหนี้ที่ 1 ก่อนเจ้าหนี้อื่นตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) ไม่เกินวงเงิน 1,165,000 บาท เงินยังขาดอยู่เท่าใดให้ได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 อย่างเจ้าหนี้ไม่มีประกันตามมาตรา 130 (7) ส่วนที่ขอเกินมาให้ยกเสีย ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของเจ้าหนี้มีว่าเจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้จำนวนเท่าใด เจ้าหนี้อุทธรณ์ขอให้แก้ไขคำสั่งศาลล้มละลายกลางให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ในจำนวนที่ถูกต้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำแถลงว่าได้พิมพ์ตัวเลขต้นเงินที่นำมาคำนวณดอกเบี้ยสลับกันในหลักหมื่น ส่วนระยะเวลาที่นำมาคำนวณดอกเบี้ย เจ้าหนี้นับระยะเวลาทั้งหมดเป็นวัน ระเบียบปฏิบัติของกรมบังคับคดีให้นับระยะเวลาเป็นปี เศษของปีให้นับเป็นวันตามจำนวนวันของแต่ละเดือน กรณีเดือนกุมภาพันธ์ 2547 มี 29 วัน แต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คำนวณให้ 28 วัน ที่ถูกต้องเป็นไปตามอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ เห็นว่า คดีล้มละลายในชั้นขอรับชำระหนี้ถือว่าเป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามจำนวนหนี้ที่ขอรับชำระ คดีนี้เจ้าหนี้อุทธรณ์ว่า เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คำนวณจำนวนเงินที่เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ขาดไป 27,750.89 บาท ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท อุทธรณ์ของเจ้าหนี้จึงเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต่อศาลฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 24 วรรคหนึ่ง แต่กฎหมายล้มละลายเป็นกฎหมายพิเศษมีวัตถุประสงค์ที่จะคุ้มครองบรรดาเจ้าหนี้ให้ได้รับชำระหนี้หรือได้รับส่วนแบ่งอย่างเป็นธรรม ทั้งศาลฎีกาได้พิจารณาคำแถลงของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดังกล่าวข้างต้นแล้วเห็นว่า มีกรณีจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาด สมควรรับอุทธรณ์ของเจ้าหนี้ไว้พิจารณาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 26 วรรคสี่ สำหรับจำนวนหนี้ที่โต้แย้งกันในชั้นนี้คือดอกเบี้ยนั้น ศาลฎีกาตรวจรายงานเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในสำนวนคำขอรับชำระหนี้ที่ระบุว่ามีการพิมพ์ตัวเลขผิด ทำให้คำนวณยอดหนี้ผิดพลาด ที่ถูกคือเจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ดอกเบี้ย 516,144.09 บาท เมื่อนำต้นเงิน ค่าฤชาธรรมเนียม และค่าทนายความมารวมเข้าด้วยกันแล้ว หนี้ที่เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระมีจำนวนทั้งสิ้น 1,220,334.96 บาท เจ้าหนี้ขอมา 1,220,868.84 บาท จึงเกินไปกว่าสิทธิที่เจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้ เห็นสมควรแก้ไขให้คำสั่งศาลล้มละลายกลางให้ถูกต้อง อุทธรณ์ของเจ้าหนี้ฟังขึ้นบางส่วน" พิพากษาแก้เป็นว่า อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เป็นเงิน 1,220,334.96 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลล้มละลายกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6515/2550 บริษัทบริหารสินทรัพย์ เอ็น เอฟ เอส จำกัด โจทก์ บริษัทบริหารสินทรัพย์ สุขุมวิท จำกัด เจ้าหนี้ นายชูชาติ บุษบงษ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทบริหารสินทรัพย์เอ็น เอฟ เอส จำกัด · เจ้าหนี้ - บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด · จำเลย - นายชูชาติ บุษบงษ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประทีป เฉลิมภัทรกุล · สมชาย พงษธา · เรวัตร อิศราภรณ์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 746-750/2538ฎีกา 506/2507ฎีกา 44/2539ฎีกา 1645/2499ฎีกา 606/2489ฎีกา 909/2490ฎีกา 840/2537ฎีกา 2540/2539ฎีกา 3269/2537ฎีกา 1478/2523ฎีกา 5369/2537ฎีกา 2596/2544ฎีกา 1537/2482ฎีกา 2073/2538ฎีกา 9686/2539ฎีกา 38/2549ฎีกา 1533/2519ฎีกา 1056/2492ฎีกา 943/2520ฎีกา 1203/2549ฎีกา 401/2481ฎีกา 3552/2539ฎีกา 2662/2538ฎีกา 7578/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ