⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7720/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7720/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยให้การยอมรับว่าได้ทำหนังสือสัญญาเช่ากับโจทก์จริง เพียงแต่อ้างว่าคู่สัญญามีเจตนาให้เป็นสัญญาซื้อขาย หนังสือสัญญาเช่าฉบับนั้นจึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ แม้จะไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำหนังสือสัญญาเช่ากับโจทก์ตามสำเนาหนังสือสัญญาเช่าท้ายฟ้องแล้วผิดสัญญา ขอให้ขับไล่จำเลยและเรียกค่าเสียหาย จำลยให้การว่าหนังสือสัญญาเช่าเอกสารท้ายฟ้องเป็นสัญญาที่โจทก์เจ้าของที่ดินรวมและจำเลยมีเจตนาให้เป็นสัญญาซื้อขาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าตามคำให้การของจำเลยดังกล่าวถือได้ว่าจำเลยให้การยอมรับว่า จำเลยทำหนังสือสัญญาเช่าดังกล่าวกับโจทก์จริง เพียงแต่อ้างว่าหนังสือสัญญาเช่าดังกล่าวคู่สัญญามีเจตนาให้เป็นสัญญาซื้อขาย กรณีเช่นนี้จึงไม่จำเป็นต้องใช้หนังสือสัญญาเช่าดังกล่าวเป็นพยานหลักฐาน แม้หนังสือสัญญาเช่าฉบับดังกล่าวจะไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ก็รับฟังได้ตามคำรับของจำเลยว่ามีการทำหนังสือสัญญาเช่ากันจริงไม่ต้องห้ามตาม ป.รัษฎากร มาตรา118

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 ประมวลรัษฎากร ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินของโจทก์ และให้ใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 40,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับค่าเสียหายเดือนละ 40,000 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 27980 ตำบลบางพูน อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 14 กันยายน 2543) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และชำระเงินในอัตราเดือนละ 30,000 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินแล้วเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จริงเบื้องต้นตามที่โจทก์จำเลยมิได้ฏีกาโต้แย้งคัดค้านฟังได้ว่า จำเลยทำหนังสือสัญญาเช่าที่ดินโฉนดเลขที่ 27980 ตำบลบางพูน อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี จากโจทก์ตามหนังสือสัญญาเช่าต่อมา จำเลยได้ชำระค่าตอบแทนในการเช่าตามสัญญาข้อ 2 งวดที่ 1 และงวดที่ 2 รวมเป็นเงิน 3,000,000 บาท ให้แก่โจทก์ แล้วผิดนัดไม่ชำระค่าตอบแทนในการเช่าตั้งแต่งวดที่ 3 ถึงงวดที่ 6 โจทก์จึงมอบหมายให้ทนายความมีหนังสือทวงถามและบอกเลิกสัญญาไปยังจำเลย แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินที่เช่าตามหนังสือบอกกล่าวพร้อมใบตอบรับไปรษณีย์ ครบกำหนดตามหนังสือบอกกล่าวแล้วจำเลยไม่ยอมออกจากที่ดินที่เช่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า ที่ศาลล่างทั้งสองไม่ได้วินิจฉัยประเด็นที่ว่าโจทก์ใช้สิทธิปรับจำเลยในอัตราสูงกว่าที่ตกลงในสัญญาเช่าเป็นการบอกกล่าวทวงถามและบอกเลิกสัญญาที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า จำเลยให้การต่อสู้โดยชัดแจ้งแล้วว่า การที่จำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าตอบแทนการเช่า โจทก์มีสิทธิปรับจำเลยเพียงวันละ 600 บาท ซึ่งหมายความว่าโจทก์ไม่มีสิทธิปรับจำเลยมากกว่าวันละ 600 บาท เมื่อโจทก์บอกกล่าวทวงถามและบอกเลิกสัญญาโดยให้ปรับจำเลยวันละ 2,400 บาท เป็นการบอกกล่าวทวงถามและบอกเลิกสัญญาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าการที่โจทก์ใช้สิทธิปรับจำเลยในอัตราที่สูงกว่าอัตราที่ตกลงในสัญญาเช่าจะมีผลเป็นการบอกกล่าวทวงถามและบอกเลิกสัญญาที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น เห็นว่า คดีนี้จำเลยให้การต่อสู้แต่เพียงว่า แม้จำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าตอบแทนในการเช่า โจทก์มีสิทธิเพียงปรับจำเลยวันละ 600 บาท ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลย จำเลยมิได้ต่อสู้ว่าโจทก์บอกกล่าวทวงถามและบอกเลิกสัญญาไม่ชอบเพราะโจทก์ปรับจำเลยวันละ 2,400 บาท สูงกว่าอัตราที่ตกลงในสัญญาเช่าตามที่จำเลยอ้าง คดีจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าโจทก์บอกกล่าวทวงถามและบอกเลิกสัญญาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองไม่วินิจฉัยประเด็นดังกล่าวชอบแล้ว ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการสุดท้ายว่า หนังสือสัญญาเช่าไม่ได้ปิดอากรแสตมป์สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งหรือไม่ จำเลยฎีกาว่าจำเลยมิได้ให้การยอมรับว่าได้ทำสัญญาเช่ากับโจทก์ ทั้งสัญญาเช่าที่โจทก์อ้างเป็นพยานต่อศาล เป็นพยานหลักฐานที่ใช้ในการวินิจฉัยคดีของศาล จึงต้องปิดอากรแสตมป์ให้ครบถ้วนตามกฎหมาย ปัญหาว่าหนังสือสัญญาเช่าปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนสมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่จึงเป็นสาระสำคัญที่ต้องวินิจฉัยนั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำหนังสือสัญญาเช่ากับโจทก์ตามสำเนาหนังสือสัญญาเช่าท้ายฟ้องแล้วผิดสัญญา ขอให้ขับไล่จำเลยและเรียกค่าเสียหาย จำเลยให้การว่าหนังสือสัญญาเช่าเอกสารท้ายฟ้องเป็นสัญญาที่โจทก์เจ้าของที่ดินรวมและจำเลยมีเจตนาให้เป็นสัญญาซื้อขาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่า ตามคำให้การของจำเลยดังกล่าวถือได้ว่าจำเลยให้การยอมรับว่า จำเลยทำหนังสือสัญญาเช่าดังกล่าวกับโจทก์จริง เพียงแต่อ้างว่าหนังสือสัญญาดังกล่าวคู่สัญญามีเจตนาให้เป็นสัญญาซื้อขาย กรณีเช่นนี้จึงไม่จำต้องใช้หนังสือสัญญาเช่าดังกล่าวเป็นพยานหลักฐาน แม้หนังสือสัญญาเช่าฉบับดังกล่าวจะไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ก็รับฟังได้ตามคำรับของจำเลยว่ามีการทำหนังสือสัญญาเช่ากันจริง ไม่ต้องห้ามตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7720/2550 นายศรัณย์ รัตนาภินันท์ชัย โจทก์ นายอรรถพล ชินตระกูลเมธา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายศรัณย์ รัตนาภินันท์ชัย · จำเลย - นายอรรถพล ชินตระกูลเมธา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พันวะสา บัวทอง · พินิจ บุญชัด · สมศักดิ์ ตันติภิรมย์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6938/2539ฎีกา 1111/2494ฎีกา 2721/2548ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 1439/2524ฎีกา 1437/2510ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 2423/2550ฎีกา 3496/2535ฎีกา 1111/2512ฎีกา 2195/2533ฎีกา 1627/2505ฎีกา 2750/2519ฎีกา 1896/2492ฎีกา 3193/2534ฎีกา 2049/2528ฎีกา 991/2548ฎีกา 247/2529ฎีกา 514/2499ฎีกา 1940/2535ฎีกา 85/2540ฎีกา 46-48/2522ฎีกา 2132/2538ฎีกา 1002/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ