⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1400/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1400/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหนี้เท่านั้นที่มีสิทธิฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมที่ลูกหนี้กระทำลงโดยรู้ว่าเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบตาม ป.พ.พ. มาตรา 237 วรรคหนึ่ง. ผู้มีสิทธิในทรัพย์สินของผู้อื่นในลักษณะของทรัพยสิทธิ ไม่อาจใช้สิทธิฟ้องเพิกถอนการฉ้อฉลตามมาตรานี้ได้.

ย่อคำพิพากษา

ป.พ.พ. มาตรา 237 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "เจ้าหนี้ชอบที่จะร้องขอให้ศาลเพิกถอนเสียได้ซึ่งนิติกรรมใด ๆ อันลูกหนี้ได้กระทำลงทั้งรู้อยู่ว่าจะเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ..." อำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลซึ่งนิติกรรมที่ลูกหนี้ได้กระทำลงโดยรู้ว่าเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบตามที่บัญญัติไว้ในมาตรานี้จึงเป็นอำนาจของเจ้าหนี้ แต่ตามข้อเท็จจริงที่โจทก์ทั้งสองบรรยายมาในคำฟ้องนั้น โจทก์ที่ 1 อ้างว่าโจทก์ที่ 1 ได้ภาระจำยอมโดยอายุความในทางเดินผ่านที่ดินของจำเลยที่ 1 อันเป็นการกล่าวอ้างว่าตนมีสิทธิในทรัพย์ของผู้อื่นในลักษณะของทรัพยสิทธิ เมื่อเป็นเรื่องทรัพยสิทธิ โจทก์ที่ 1 จึงไม่อาจฟ้องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลตามบทบัญญัติมาตรา 237 ดังกล่าวได้ แต่ต้องไปว่ากล่าวเอาตาม ป.พ.พ. บรรพ 4 ในส่วนที่ว่าด้วยภาระจำยอม ส่วนโจทก์ที่ 2 นั้น ได้ความเพียงว่าเป็นผู้เช่าที่ดินจากโจทก์ที่ 1 โดยไม่ปรากฏว่ามีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับจำเลยที่ 1 โจทก์ที่ 2 จึงไม่ใช่เจ้าหนี้ที่จะมีสิทธิฟ้องให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 เพิกถอนการฉ้อฉลได้เช่นกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 28239 เนื้อที่ 100 ตารางวา จากจำเลยที่ 1 ที่ดินแปลงดังกล่าวไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ จำเลยที่ 1 จึงให้โจทก์ที่ 1 และบริวารเดินบนที่ดินโฉนดเลขที่ 28242 ของจำเลยที่ 1 ซึ่งมีสภาพเป็นร่องสวนกว้าง 1 เมตร ออกสู่ถนนสาธารณะตรอกวัดโพธิแก้ว ต่อมาโจทก์ที่ 1 แบ่งที่ดินบางส่วนให้โจทก์ที่ 2 เช่า โจทก์ที่ 1 และบริวารใช้ทางดังกล่าวเป็นทางเดินออกสู่ถนนสาธารณะตลอดมาเป็นเวลาประมาณ 15 ปี จนได้ภาระจำยอมในทางดังกล่าวแล้ว ต่อมาโจทก์ที่ 1 แจ้งให้จำเลยที่ 1 ไปดำเนินการจดทะเบียนภาระจำยอมให้ แต่จำเลยที่ 1 เพิกเฉย โจทก์ที่ 1 จึงฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีอาญาในข้อหาขายของโดยหลอกลวงผู้ซื้อตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 ต่อศาลแขวงธนบุรีคดีถึงที่สุดโดยศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง หลังศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแล้วโจทก์ที่ 1 ได้ใช้แผ่นคอนกรีตปูบนทางภาระจำยอมทำเป็นถนน จำเลยที่ 2 จึงไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่โจทก์ทั้งสองในข้อหาบุกรุก และฟ้องโจทก์ทั้งสองเป็นคดีแพ่งในข้อหาละเมิด จากคำฟ้องคดีแพ่งดังกล่าว ทำให้โจทก์ทั้งสองรู้ว่าจำเลยที่ 1 โอนที่ดินที่มีทางภาระจำยอมให้แก่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต เป็นการฉ้อฉลโจทก์ทั้งสอง ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการยกให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 28242 ระหว่างจำเลยทั้งสอง ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่าโจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 หรือไม่ โจทก์ทั้งสองฎีกาในทำนองว่า โจทก์ทั้งสองบรรยายฟ้องครบองค์ประกอบตาม มาตรา 237 แล้ว และการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้อง เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "เจ้าหนี้ชอบที่จะร้องขอให้ศาลเพิกถอนเสียได้ซึ่งนิติกรรมใด ๆ อันลูกหนี้ได้กระทำลงทั้งรู้อยู่ว่าจะเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ..." อำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลซึ่งนิติกรรมที่ลูกหนี้ได้กระทำลงโดยรู้ว่าเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบตามที่บัญญัติไว้ในมาตรานี้จึงเป็นอำนาจของเจ้าหนี้ แต่ตามข้อเท็จจริงที่โจทก์ทั้งสอบบรรยายมาในคำฟ้องนั้น โจทก์ที่ 1 อ้างว่าโจทก์ที่ 1 ได้ภาระจำยอมโดยอายุความในทางเดินผ่านที่ดินของจำเลยที่ 1 อัน เป็นการกล่าวอ้างว่าตนมีสิทธิในทรัพย์ของผู้อื่นในลักษณะของทรัพยสิทธิ เมื่อเป็นเรื่องของทรัพยสิทธิ โจทก์ที่ 1 จังไม่อาจฟ้องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลตามบทบัญญัติ มาตรา 237 ดังกล่าวได้ แต่ต้องไปว่ากล่าวเอาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 4 ในส่วนที่ว่าด้วยภาระจำยอม ส่วนโจทก์ที่ 2 นั้นได้ความเพียงว่าเป็นผู้เช่าที่ดินจากโจทก์ที่ 1 โดยไม่ปรากฏว่ามีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับจำเลยที่ 1 โจทก์ที่ 2 จึงไม่ใช่เจ้าหนี้ที่จะสิทธิฟ้องให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 เพิกถอนการฉ้อฉลได้เช่นกัน ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1400/2551 นายพุทธ ปฏิบัติธรรม กับพวก โจทก์ นางประเทือง ล้วนกลิ่นหอม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพุทธ ปฏิบัติธรรม กับพวก · จำเลย - นางประเทือง ล้วนกลิ่นหอม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนตรี ยอดปัญญา · ดิเรก อิงคนินันท์ · วีระพล ตั้งสุวรรณ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 19883/2555ฎีกา 198/2506ฎีกา 621/2519ฎีกา 886/2515ฎีกา 301/2539ฎีกา 52/2527ฎีกา 2161/2538ฎีกา 1051/2526ฎีกา 5059/2538ฎีกา 558/2553ฎีกา 673/2498ฎีกา 5444/2551ฎีกา 1016-1018/2477ฎีกา 1163/2539ฎีกา 704/2542ฎีกา 111/2528ฎีกา 2345/2540ฎีกา 180/2502ฎีกา 1145/2495ฎีกา 644/2478ฎีกา 47/2524ฎีกา 649/2539ฎีกา 7824/2553ฎีกา 1242/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ