⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5745/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5745/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจสั่งแก้ไขคำสั่งที่ผิดระเบียบได้ แม้จะเกินกำหนดเวลาตามกฎหมาย หากเป็นการแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมาย.

ย่อคำพิพากษา

ป.วิ.พ. มาตรา 151 (เดิม) ไม่ได้กำหนดให้คืนค่าธรรมเนียมศาลในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความตามมาตรา 174 (2) ประกอบด้วยมาตรา 132 (1) ศาลจึงไม่อาจสั่งคืนค่าฤชาธรรมเนียมศาลให้แก่ผู้ร้องได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งครั้งแรกให้คืนค่าขึ้นศาลให้ผู้ร้อง 190,000 บาท จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาถือว่าเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ เมื่อศาลชั้นต้นตรวจพบเหตุผิดระเบียบดังกล่าวแม้จะเกินกว่า 8 วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งครั้งแรก ศาลชั้นต้นก็มีอำนาจสั่งแก้ไขให้ถูกต้องได้ตามมาตรา 27

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.151

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระหนี้เงิน 74,338,394.02 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปี ของต้นเงิน 23,844,769.72 บาท และอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปี ของต้นเงิน 27,819.17 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 30 เมษายน 2539) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยจำเลยจะผ่อนชำระไม่น้อยกว่าเดือนละ 1,000,000 บาท เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2540 และจะชำระให้เสร็จภายใน 18 เดือน หากผิดนัดยอมให้ยึดทรัพย์จำนองและทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้โจทก์จนครบ ต่อมาจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามยอม โจทก์ขอให้บังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองคือที่ดิน 16 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้างเพื่อนำออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ที่ดินทั้ง 16 แปลง พร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดไม่ใช่ทรัพย์ของจำเลยแต่เป็นของผู้ร้อง ขอให้ปล่อยทรัพย์ดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องนำส่งสำเนาคำร้องให้แก่โจทก์จำเลยและเจ้าพนักงานบังคับคดี ผู้ร้องนำส่งหมายนัดและสำเนาคำร้องให้แก่โจทก์ จำเลยและเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว ปรากฏว่าส่งหมายนัดและสำเนาคำร้องให้แก่จำเลยไม่ได้ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำร้องให้แก่จำเลยใหม่โดยวิธีปิดหมาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2547 ให้ผู้ร้องคัดแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎรของจำเลยเสนอต่อศาลภายใน 7 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง มิฉะนั้นถือว่าทิ้งคำร้อง วันที่ 24 สิงหาคม 2547 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอส่งแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎรของจำเลย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องเพิกเฉยไม่ดำเนินการส่งแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎรของจำเลยต่อศาลภายในเวลาที่ศาลกำหนด ถือว่าผู้ร้องทิ้งคำร้องให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ แต่เห็นสมควรคืนค่าขึ้นศาลให้ผู้ร้อง 190,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นให้เป็นพับ ต่อมาวันที่ 9 กันยายน 2547 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งเดิมที่ให้คืนค่าขึ้นศาลจำนวน 190,000 บาท แก่ผู้ร้อง และมีคำสั่งใหม่ว่าค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งเดิมที่ให้คืนค่าขึ้นศาลให้ผู้ร้อง 190,000 บาท แล้วมีคำสั่งใหม่ว่า ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ เป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) เป็นคำสั่งที่อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132 (1) ด้วย แม้มาตราดังกล่าววรรคแรกจะบัญญัติให้ศาลที่มีคำสั่งจำหน่ายคดีกำหนดเงื่อนไขในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมตามที่เห็นสมควร แต่ก็เป็นเรื่องที่ให้ศาลใช้ดุลพินิจว่าสมควรจะสั่งกำหนดเงื่อนไขในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมหรือไม่ หากศาลจะมีคำสั่งดังกล่าว คำสั่งนั้นจะต้องไม่ขัดแย้งกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 151 วรรคหนึ่ง และวรรคสองเดิม อันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะที่โจทก์ยื่นคำร้องเป็นคดีนี้ ซึ่งบัญญัติถึงเงื่อนไขในการคืนค่าฤชาธรรมเนียมศาลไว้โดยเฉพาะ เมื่อบทบัญญัติมาตรา 151 ดังกล่าวไม่ได้กำหนดให้คืนค่าธรรมเนียมศาลในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ประกอบด้วยมาตรา 132 (1) ดังกล่าวข้างต้น จึงไม่อาจสั่งคืนค่าฤชาธรรมเนียมศาลให้แก่ผู้ร้องได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งครั้งแรกให้คืนค่าขึ้นศาลให้ผู้ร้อง 190,000 บาท จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาถือว่าเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ เมื่อศาลชั้นต้นตรวจพบเหตุผิดระเบียบดังกล่าวแม้จะเกินกว่า 8 วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งครั้งแรก ศาลชั้นต้นก็มีอำนาจสั่งแก้ไขให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งเดิมและมีคำสั่งใหม่โดยให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับนั้นชอบด้วยกำหมายแล้ว" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5745/2551 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางเสาวรี เคารพไมตรี ผู้ร้อง นายวิสิทธิ์ศักดิ์ เมษะมาน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) · ผู้ร้อง - นางเสาวรี เคารพไมตรี · จำเลย - นายวิสิทธิ์ศักดิ์ เมษะมาน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์ · บุญรอด ตันประเสริฐ · สนอง เล่าศรีวรกต
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7980/2551ฎีกา 3813/2535ฎีกา 345/2520ฎีกา 280/2530ฎีกา 5146/2537ฎีกา 4637/2567ฎีกา 2521/2540ฎีกา 1572/2511ฎีกา 1172/2514ฎีกา 2926-2929/2524ฎีกา 2280/2559ฎีกา 3589/2525ฎีกา 3055/2526ฎีกา 8108/2542ฎีกา 5415/2543ฎีกา 2356/2534ฎีกา 5094/2565ฎีกา 7279/2540ฎีกา 4470/2543ฎีกา 3260/2528ฎีกา 1644/2519ฎีกา 1376/2520ฎีกา 2898/2538ฎีกา 2651/2568
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา