⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6393/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6393/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บิดามารดาย่อมมีสิทธิฟ้องเรียกค่าขาดไร้อุปการะจากผู้ทำละเมิดที่ทำให้บุตรถึงแก่ความตายได้ตามกฎหมาย ไม่ว่าในขณะเกิดเหตุผู้ตายจะได้อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาจริงหรือไม่ และในอนาคตจะอุปการะกันหรือไม่

ย่อคำพิพากษา

ตามกรมธรรม์ประกันภัยระบุจำนวนเงินจำกัดความรับผิด กรมธรรม์ประกันภัยนี้ให้ความคุ้มครองเฉพาะสัญญาข้อที่มีจำนวนเงินจำกัดความรับผิดระบุไว้เท่านั้น ในข้อสัญญาดังกล่าวไม่ระบุถึงต้องรับผิดในส่วนค่าขาดไร้อุปการะด้วยการที่จำเลยจ่ายเงินไปเห็นได้ชัดว่าเป็นค่าปลงศพเท่านั้น การจ่ายเงินค่าซ่อมรถก็เป็นค่าเสียหายต่อทรัพย์สินซึ่งค่าเสียหายทั้งสองรายการนี้ต้องจ่ายตามกรมธรรม์ประกันภัยที่จำเลยที่ 1 ทำไว้กับจำเลยร่วมเท่านั้น ในการทำละเมิดเป็นเหตุให้บุตรของโจทก์ทั้งสองถึงแก่ความตาย โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นบิดามารดาโดยชอบด้วยกฎหมายย่อมมีสิทธิฟ้องเรียกค่าขาดไร้อุปการะได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 443 วรรคสาม ประกอบมาตรา 1563 ไม่ว่าในขณะเกิดเหตุผู้ตายจะได้อุปการะเลี้ยงดูโจทก์ทั้งสองจริงหรือไม่ และในอนาคตจะอุปการะกันหรือไม่ การที่โจทก์ทั้งสองถอนฟ้องจำเลยร่วมที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ขอให้ศาลเรียกเข้ามานั้น ไม่มีผลเกี่ยวกับจำเลยทั้งห้าเพราะคดีนี้โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้จำเลยทั้งห้าชดใช้ค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมาย ไม่ใช่ค่าปลงศพและค่าเสียหายต่อทรัพย์สินของกรมธรรม์ประกันภัย จึงไม่เป็นการปลดหนี้ให้แก่จำเลยร่วมอันจะมีผลทำให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 หลุดพ้นจากความรับผิดในส่วนนี้ ทั้งการที่โจทก์ทั้งสองทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยร่วมว่าไม่ติดใจเรียกร้องอะไรอีกนั้น เป็นกรณีเฉพาะการประนีประนอมยอมความกันในเรื่องค่าซ่อมรถเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.340 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.443 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1563

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าอุปการะเลี้ยงดูจำนวน 200,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสองพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ให้การ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 และที่ 5 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ยื่นคำร้องขอให้เรียกบริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เข้ามาเป็นจำเลยเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยร่วมให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา โจทก์ทั้งสองขอถอนฟ้องสำหรับจำเลยร่วม อ้างเหตุว่าจำเลยร่วมชำระค่าสินไหมทดแทนเต็มตามสัญญาประกันภัยแล้ว ศาลชั้นต้นอนุญาตและให้จำเลยจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยร่วมออกจารสารบบความ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าขาดไร้อุปการะแก่โจทก์ทั้งสองเป็นเงิน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 22 มกราคม 2542 (วันถัดจากวันฟ้อง) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันหรือแทนกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสองโดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า โจทก์ทั้งสองมีสิทธิฟ้องเรียกค่าขาดไร้อุปการะตามฟ้องหรือไม่ โดยจำเลยที่ 1 ฎีกาว่าการที่จำเลยร่วมได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยแก่โจทก์ทั้งสองแล้วหนี้ละเมิดย่อมระงับไป ทั้งการที่โจทก์ถอนฟ้องจำเลยร่วมย่อมทำให้จำเลยทั้งห้าได้รับประโยชน์ ภาระหนี้ตามฟ้องจึงเหลือเพียง 48,000 บาท เท่านั้น เห็นว่าตามกรมธรรม์ประกันภัยระบุจำนวนเงินจำกัดความรับผิดว่า กรมธรรม์ประกันภัยนี้ให้ความคุ้มครองเฉพาะสัญญาข้อที่มีจำนวนเงินจำกัดความรับผิดระบุไว้เท่านั้น สัญญาหมวดที่ 2 ส่วนที่ 1 ข้อ 2 ความรับผิดตาม พ.ร.บ. 50,000 บาท หรือ 80,000 บาทต่อหนึ่งคน 10,000,000 บาทต่อหนึ่งครั้ง ข้อ 2.1 ความรับผิดต่อความบาดเจ็บหรือมรณะส่วนเกิน พ.ร.บ. 150,000 บาทต่อคน 1,000,000 บาทต่อหนึ่งครั้ง ข้อ 2.3 ความรับผิดต่อทรัพย์สิน 1,000,000 บาทต่อหนึ่งครั้ง ในข้อสัญญาดังกล่าวไม่ระบุถึงต้องรับผิดในส่วนค่าขาดไร้อุปการะด้วย นอกจากนี้ความรับผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประกันภัยจากรถ พ.ศ.2535 มาตรา 4 (เดิม) บัญญัติว่า ค่าเสียหายเบื้องต้นในกรณีความเสียหายต่อชีวิตหมายความว่า ค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการจัดการศพผู้ประสบภัยซึ่งถึงแก่ความตาย ทั้งนี้ ตามรายการและจำนวนเงินที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 20 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวซึ่งก็ไม่หมายถึงค่าขาดไร้อุปการะอีก การที่จำเลยร่วมจ่ายเงินไป 135,000 บาท ก็ระบุว่าค่าปลงศพตาม พ.ร.บ.65,000 บาท ค่าปลงศพ ร.ย. 2.1 (ข้อ 2.1) 70,000 บาท เห็นได้ชัดว่าเป็นค่าปลงศพเท่านั้น การจ่ายค่าซ่อมรถเป็นเงิน 17,000 บาท ก็เป็นค่าเสียหายต่อทรัพย์สินซึ่งค่าเสียหายทั้งสองรายการนี้ต้องจ่ายตามกรมธรรม์ประกันภัยที่จำเลยที่ 1 ทำไว้กับจำเลยร่วมเท่านั้นในการทำละเมิดเป็นเหตุให้บุตรของโจทก์ทั้งสองถึงแก่ความตาย โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นบิดามารดาโดยชอบด้วยกฎหมายย่อมมีสิทธิฟ้องเรียกค่าขาดไร้อุปการะได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443 วรรคสาม ประกอบมาตรา 1563 ไม่ว่าในขณะเกิดเหตุผู้ตายจะได้อุปการะเลี้ยงดูโจทก์ทั้งสองหรือไม่ และในอนาคตจะอุปการะกันหรือไม่ การที่โจทก์ทั้งสองถอนฟ้องจำเลยร่วมที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ขอให้ศาลเรียกเข้ามานั้น ไม่มีผลเกี่ยวกับจำเลยทั้งห้าเพราะคดีนี้โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้จำเลยทั้งห้าชดใช้ค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมาย ไม่ใช่ค่าปลงศพและค่าเสียหายต่อทรัพย์สินตามกรมธรรม์ประกันภัย จึงไม่เป็นการปลดหนี้ให้แก่จำเลยร่วมอันจะมีผลทำให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 หลุดพ้นจากความรับผิดในส่วนนี้ ทั้งการที่โจทก์ทั้งสองทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับจำเลยร่วมว่าไม่ติดใจเรียกร้องอะไรอีกนั้น เป็นกรณีเฉพาะการประนีประนอมยอมความกันในเรื่องค่าซ่อมรถ 17,000 บาท เท่านั้น ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง คดีนี้จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด โดยมีจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 เป็นกรรมการผู้กระทำการในนามบริษัทเท่านั้น จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 จึงไม่ต้องผูกพันร่วมรับผิดด้วยเป็นส่วนตัว จึงต้องแก้ไขให้ถูกต้อง" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6393/2551 นายบุญช่วย พิมพ์เกาะ กับพวก โจทก์ บริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) จำเลยร่วม บริษัทเศรษฐกิจขนส่ง จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุญช่วย พิมพ์เกาะ กับพวก · จำเลยร่วม - บริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - บริษัทเศรษฐกิจขนส่ง จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพันธ์ ทรัพย์แสง · มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด · ดิเรก อิงคนินันท์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1151/2519ฎีกา 4871/2538ฎีกา 2257/2519ฎีกา 3208/2538ฎีกา 933/2496ฎีกา 1781/2509ฎีกา 608/2471ฎีกา 506/2534ฎีกา 717/2536ฎีกา 8358/2538ฎีกา 1550/2518ฎีกา 5128/2546ฎีกา 4828/2529ฎีกา 292/2502ฎีกา 2217/2524ฎีกา 2558/2532ฎีกา 947/2547ฎีกา 1251/2505ฎีกา 1659/2538ฎีกา 782/2491ฎีกา 162/2507ฎีกา 625/2515ฎีกา 4751/2551ฎีกา 1412/2508
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ