⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9700/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9700/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอคืนค่าขึ้นศาลต้องยื่นภายใน 5 ปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษาตามยอม และศาลมีอำนาจสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบได้.

ย่อคำพิพากษา

คดีนี้ศาลมีคำพิพากษาตามยอมเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2544 โดยมีคำพิพากษาให้คืนค่าขึ้นศาลแก่โจทก์เป็นกรณีพิเศษเป็นเงิน 180,000 บาท โจทก์ทราบคำพิพากษาแล้วจึงมีสิทธิจะเรียกเอาค่าขึ้นศาลคืนนับแต่เวลาที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมเป็นต้นไป และจะต้องขอค่าขึ้นศาลคืนภายใน 5 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษาตามยอม แม้โจทก์ยื่นคำแถลงขอรับค่าขึ้นศาลคืน ภายในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2546 แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แสดงหนังสือมอบอำนาจให้แก่ นาย ม. มีอำนาจรับเงินจากศาลเสียก่อนจึงจะพิจารณาสั่ง เท่ากับศาลชั้นต้นยังมิได้มีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์รับค่าขึ้นศาลคืนในวันดังกล่าว การที่โจทก์ยื่นคำแถลงขอส่งหนังสือมอบอำนาจให้ นาย ม. มีอำนาจรับเงินจากศาลในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2549 พ้นกำหนด 5 ปี โจทก์จึงหมดสิทธิที่จะขอรับค่าขึ้นศาลคืนเพราะเงินดังกล่าวได้ตกเป็นของแผ่นดินแล้ว การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์รับค่าขึ้นศาลคืน จึงเป็นการสั่งโดยผิดหลง เป็นกระบวนการพิจารณาที่ผิดระเบียบ ศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้น แล้วมีคำสั่งใหม่ให้ถูกต้องได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2544 ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 77,053,548.59 บาท และดอกเบี้ยค้างชำระ 44,351,573.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา MLR ต่อปี ซึ่งขณะทำสัญญาประนีประนอมยอมความเท่ากับร้อยละ 7.5 ต่อปี (แต่อัตราดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามที่โจทก์ประกาศกำหนด) ของต้นเงินที่ค้างชำระจนกว่าจะชำระเสร็จกับให้จำเลยทั้งสองชำระค่าฤชาธรรมเนียมส่วนที่ศาลไม่สั่งคืนและค่าทนายความ 20,000 บาท แก่โจทก์ภายใน 15 วัน นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และให้คืนค่าขึ้นศาลแก่โจทก์เป็นกรณีพิเศษ 180,000 บาท วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2546 โจทก์ยื่นคำแถลงขอรับค่าขึ้นศาลคืนโดยมอบฉันทะให้นายโกวิท ทนายความโจทก์เป็นผู้รับเงินแทน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แสดงหนังสือมอบอำนาจให้แก่นายมนต์มนัส ก่อนจึงจะพิจารณาสั่ง วันที่ 3 พฤศจิกายน 2549 โจทก์ยื่นคำแถลงขอส่งต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์มอบอำนาจให้นายมนต์มนัสมีอำนาจรับเงินจากศาล และให้นายมนต์มนัสมีอำนาจมอบอำนาจช่วงให้พนักงานของธนาคารดำเนินการดังกล่าวได้ และในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2549 โจทก์ยื่นคำแถลงขอรับเงินค่าขึ้นศาลคืน โดยนายมนต์มนัสมอบฉันทะให้นายโกวิทเป็นผู้รับเงินแทน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ต่อมาวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2544 และมีคำสั่งให้คืนค่าขึ้นศาลแก่โจทก์เป็นกรณีพิเศษ 180,000 บาท เงินจำนวนดังกล่าวถือเป็นเงินค้างจ่ายในศาล ซึ่งโจทก์ต้องเรียกร้องเอาภายใน 5 ปี นับแต่วันที่มีสิทธิรับไป แม้โจทก์ได้ยื่นคำแถลงขอรับเงินคืนเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2546 แต่ศาลมีคำสั่งให้โจทก์แสดงหลักฐานหนังสือมอบอำนาจก่อนจึงจะพิจารณาสั่ง การแสดงหลักฐานหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวจึงต้องกระทำภายใน 5 ปี ด้วย แต่โจทก์แถลงขอส่งเอกสารดังกล่าวเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2549 พ้นกำหนด 5 ปี แล้ว คำสั่งศาลที่ให้ตรวจคืนค่าขึ้นศาลตามคำแถลงฉบับลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2549 จึงเป็นการสั่งโดยผิดหลง อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 จึงให้เพิกถอนคำสั่งนี้เสีย และมีคำสั่งให้ยกคำแถลงขอรับค่าขึ้นศาลคืนลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2546 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยกคำแถลงขอรับค่าขึ้นศาลคืนนั้นชอบหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2546 โจทก์ยื่นคำแถลงขอรับค่าขึ้นศาลคืน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2546 ให้โจทก์แสดงหนังสือมอบอำนาจให้แก่นายมนต์มนัส ก่อนจึงจะพิจารณาสั่ง แสดงว่าศาลยังไม่ได้อนุญาตให้โจทก์รับค่าขึ้นศาลคืนไป ดังนั้น การที่โจทก์ส่งหนังสือมอบอำนาจของโจทก์ให้นายมนต์มนัสมีอำนาจรับเงินจากศาลในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2549 เพื่อให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์รับค่าขึ้นศาลคืนไป โจทก์ได้รับอนุญาตให้ตรวจคืนได้ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2549 โจทก์จึงมีหน้าที่ขอรับเงินคืนภายใน 5 ปี นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตนั้น เห็นว่า ศาลมีคำพิพากษาตามยอมเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2544 โดยมีคำพิพากษาให้คืนค่าขึ้นศาลแก่โจทก์เป็นกรณีพิเศษ 180,000 บาทด้วย โจทก์ทราบคำพิพากษาแล้วจึงมีสิทธิที่จะเรียกเอาค่าขึ้นศาลคืนนับแต่เวลาที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมเป็นต้นไปและจะต้องขอค่าขึ้นศาลคืนภายใน 5 ปี นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอม แม้โจทก์จะยื่นคำแถลงขอรับค่าขึ้นศาลคืนในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2546 แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แสดงหนังสือมอบอำนาจให้แก่นายมนต์มนัสมีอำนาจรับเงินจากศาลเสียก่อนจึงจะพิจารณาสั่ง เท่ากับศาลชั้นต้นยังมิได้มีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์รับค่าขึ้นศาลคืนในวันดังกล่าว การที่โจทก์ยื่นคำแถลงขอส่งหนังสือมอบอำนาจให้นายมนต์มนัสมีอำนาจรับเงินจากศาลในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2549 พ้นกำหนด 5 ปี นับแต่วันที่โจทก์มีสิทธิขอรับค่าขึ้นศาลคืน โจทก์จึงหมดสิทธิที่จะขอรับค่าขึ้นศาลคืน เพราะเงินดังกล่าวได้ตกเป็นของแผ่นดินแล้ว การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์รับค่าขึ้นศาลคืนตามคำแถลงของโจทก์ฉบับลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2549 จึงเป็นการสั่งโดยผิดหลง เป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบ ศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งเพิกถอนการพิจารณาที่ผิดระเบียบนั้น แล้วมีคำสั่งใหม่ให้ถูกต้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งที่อนุญาตให้โจทก์รับค่าขึ้นศาลคืน แล้วมีคำสั่งใหม่เป็นว่าให้ยกคำแถลงขอรับเงินค่าขึ้นศาลคืน และศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย คำพิพากษาศาลฎีกาที่โจทก์อ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9700/2551 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทบริหาร สินทรัพย์จตุจักร จำกัด ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน โจทก์ บริษัทกรีนวัลเล่ เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด หรือ บริษัทกรีนวัลเล่พรอพเพอร์ตี้ส์ จำกัด ที่ 1 กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์จตุจักร จำกัด ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน · จำเลย - บริษัทกรีนวัลเล่ เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด หรือ บริษัทกรีนวัลเล่พรอพเพอร์ตี้ส์ จำกัด ที่ 1 กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์ · บุญรอด ตันประเสริฐ · สนอง เล่าศรีวรกต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายจงมาด อักษรเสนาะ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นางสาวเบญจมาศ ปัญญาดิลก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7980/2551ฎีกา 3813/2535ฎีกา 345/2520ฎีกา 280/2530ฎีกา 5146/2537ฎีกา 4637/2567ฎีกา 2521/2540ฎีกา 1572/2511ฎีกา 1172/2514ฎีกา 2926-2929/2524ฎีกา 2280/2559ฎีกา 3589/2525ฎีกา 3055/2526ฎีกา 8108/2542ฎีกา 5415/2543ฎีกา 2356/2534ฎีกา 5094/2565ฎีกา 7279/2540ฎีกา 4470/2543ฎีกา 3260/2528ฎีกา 1644/2519ฎีกา 1376/2520ฎีกา 2898/2538ฎีกา 2651/2568
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา