⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1086/2552

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1086/2552

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรับหนังสือแทนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถือว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้นได้รับหนังสือแล้วในวันที่เจ้าหน้าที่รับหนังสือ และการลงลายมือชื่อรับทราบและสั่งการตามระบบราชการในภายหลัง ไม่ถือเป็นการนับระยะเวลาการร้องทุกข์ใหม่

ย่อคำพิพากษา

โจทก์รับราชการตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคสุโขทัย ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรง สถานที่ทำการตามตำแหน่งหน้าที่ของโจทก์คือ วิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรงวิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรงจึงเป็นภูมิลำเนาของโจทก์ ซึ่งเป็นข้าราชการตาม ป.พ.พ. มาตรา 46 ผู้อำนวยการกองการศึกษาอาชีพมีหนังสือถึงโจทก์ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมกับแนบหนังสือร้องขอความเป็นธรรมของจำเลยที่ 2 อันมีข้อความหมิ่นประมาทโจทก์ไปให้โจทก์ทราบด้วย หนังสือดังกล่าวได้ส่งถึงวิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรงเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2542 โดยมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รับหนังสือไว้แทนโจทก์ และได้ทำบันทึกนำเสนอโจทก์พร้อมลงวันที่กำกับในวันเดียวกัน โจทก์ไม่นำสืบว่าวันนั้นโจทก์ยังไม่ได้รับหนังสือตามที่เจ้าหน้าที่เสนอ และไม่นำสืบว่าเหตุใดจึงเพิ่งเกษียณส่งหนังสือในวันที่ 2 มีนาคม 2542 แม้โจทก์ลงลายมือชื่อรับทราบและสั่งการให้ดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงในวันที่ 2 มีนาคม 2542 ก็เป็นวิธีการดำเนินการตามระบบราชการเท่านั้น ถือได้ว่าโจทก์รับหนังสือดังกล่าวในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2542 และโจทก์รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดในวันเดียวกัน คดีนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ เมื่อโจทก์ไม่ได้ร้องทุกข์และฟ้องคดีนี้ภายใน 3 เดือน คดีของโจทก์จึงขาดอายุความตาม ป.อ. มาตรา 96

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.96 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.46

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าขณะเกิดเหตุ โจทก์รับราชการตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคสุโขทัย ได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรง และเป็นประธานกรรมการในการตรวจการจ้างเหมาก่อสร้างอาคารเรียนและปฏิบัติการวิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรง สัญญาจ้างเลขที่ 20/2541 ระหว่าง วิทยาลัยเทคนิคสุโขทัยกับจำเลยทั้งสอง จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2541 และวันที่ 12 มกราคม 2542 จำเลยทั้งสองได้ทำหนังสือร้องเรียนโจทก์ถึงอธิบดีกรมอาชีวศึกษาผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เขตตรวจราชการที่ 7 และผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม โดยมีข้อความอย่างเดียวกันทุกประการว่า "ห้างฯ ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปฏิบัติหน้าที่ของประธานกรรมการ (นายไชยรัตน์) ซึ่งเป็นข้าราชการมิได้ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐเลย กลั่นแกล้งและใช้อำนาจโดยมิชอบ ทำให้ผู้รับเหมาเกิดการเสียหาย ไม่สมควรที่จะรับหน้าที่นี้ต่อไป และโปรดพิจารณาให้ประธานกรรมการ (นายไชยรัตน์) พ้นออกจากตำแหน่งประธานกรรมการ และให้ย้ายออกจากพื้นที่พร้อมรับโทษที่นายไชยรัตน์ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามแต่ท่านจะเห็นสมควร" ต่อมากรมอาชีวศึกษาได้สั่งการให้กองการศึกษาอาชีพตรวจสอบกรณีดังกล่าว ผู้อำนวยการกองการศึกษาอาชีพจึงมีหนังสือฉบับลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2542 ส่งหนังสือเรื่องร้องขอความเป็นธรรมไปให้โจทก์ในฐานะทำหน้าที่ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรงชี้แจง วิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรงได้รับหนังสือดังกล่าววันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2542 และวันที่ 27 เมษายน 2542 อธิบดีกรมอาชีวศึกษาได้สั่งย้ายโจทก์ไปปฏิบัติราชการประจำที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาชีวศึกษา 1 หน่วยศึกษานิเทศก์ กรมอาชีวศึกษา ตามคำสั่งกรมอาชีวศึกษา หลังจากนั้นวันที่ 19 พฤษภาคม 2542 กรมอาชีวศึกษามีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวตามคำสั่งกรมอาชีวศึกษา และข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ข้อร้องเรียนของจำเลยทั้งสองดังกล่าวไม่มีมูลความจริง จึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์มิได้ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐและใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการใส่ความโจทก์ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ทำให้โจทก์ถูกเข้าใจว่าปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตและใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังและส่งผลกระทบต่อหน้าที่ทางการงานอันเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงประการเดียวว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า โจทก์เพิ่งทราบว่าถูกจำเลยทั้งสองร้องเรียนตามหนังสือร้องขอความเป็นธรรม เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2542 ตามหนังสือของผู้อำนวยการกองการศึกษาอาชีพมีถึงโจทก์เพื่อแจ้งให้โจทก์ชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวและโจทก์ลงลายมือชื่อรับทราบในวันดังกล่าว จึงต้องถือว่าโจทก์รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดวันที่ 2 มีนาคม 2542 โจทก์ฟ้องวันที่ 28 พฤษภาคม 2542 ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความนั้น เห็นว่า โจทก์รับราชการตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคสุโขทัย ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรง สถานที่ทำการตามตำแหน่งหน้าที่ของโจทก์ คือ วิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรง วิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรงจึงเป็นภูมิลำเนาของโจทก์ ซึ่งเป็นข้าราชการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 46 และที่ผู้อำนวยการกองการศึกษาอาชีพมีหนังสือถึงโจทก์ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงนั้น ผู้อำนวยการกองการศึกษาอาชีพได้แนบหนังสือร้องขอความเป็นธรรมให้แก่โจทก์มาพร้อมหนังสือดังกล่าวด้วย หนังสือดังกล่าวได้ส่งถึงวิทยาลัยการอาชีพศรีสำโรงเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2542 โดยมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รับหนังสือไว้แทนโจทก์และได้ทำบันทึกนำเสนอโจทก์พร้อมลงวันที่กำกับในวันเดียวกัน โจทก์ไม่นำสืบให้ได้ความชัดว่าในวันนั้นโจทก์ยังมิได้รับหนังสือดังกล่าวตามที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องนำเสนอแต่อย่างใด และมิได้นำสืบว่าเป็นเพราะเหตุใดโจทก์จึงเพิ่งเกษียณสั่งหนังสือดังกล่าวในวันที่ 2 มีนาคม 2542 ทั้ง ๆ ที่เวลาผ่านไปถึง 7 วัน ดังนั้น แม้โจทก์จะลงลายมือชื่อรับทราบและสั่งการให้ดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงในวันที่ 2 มีนาคม 2542 ก็เป็นเพียงวิธีการดำเนินการตามระบบราชการเท่านั้น จึงต้องถือว่าโจทก์ได้รับหนังสือดังกล่าวในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2542 และโจทก์รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดในวันเดียวกัน คดีนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ โจทก์ไม่ได้ร้องทุกข์และฟ้องคดีนี้วันที่ 28 พฤษภาคม 2542 ซึ่งเกินกว่า 3 เดือนแล้ว คดีของโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1086/2552 นายไชยรัตน์ ประดิษฐ์พัฒนชาญ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดลานหอยหินอ่อน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายไชยรัตน์ ประดิษฐ์พัฒนชาญ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดลานหอยหินอ่อน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน · พรเพชร วิชิตชลชัย · อมรรัตน์ ดีศรีวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงดุสิต - นายดุลโชค มนุญพร · ศาลอุทธรณ์ - นายคัมภีร์ กิตติปริญญาพงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.6289/2548

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1035/2540ฎีกา 733/2505ฎีกา 3399/2568ฎีกา 123/2528ฎีกา 7687/2553ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3129/2555ฎีกา 639/2535ฎีกา 1127/2523ฎีกา 2269/2538ฎีกา 1777/2554ฎีกา 298/2535ฎีกา 3367/2546ฎีกา 1763/2506ฎีกา 6221/2545ฎีกา 399/2525ฎีกา 3310/2522ฎีกา 6473/2538ฎีกา 4714/2533ฎีกา 7270/2547ฎีกา 1651/2514ฎีกา 4964/2537ฎีกา 2040/2535ฎีกา 1361/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา