⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 10330-10331/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10330-10331/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากผู้ยื่นคำฟ้องแย้งไม่ยื่นคำขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดให้ตนเองชนะคดีโดยขาดนัดภายในกำหนด ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจสั่งจำหน่ายคดีนั้นเสียจากสารบบความหรือไม่ก็ได้ โดยพิจารณาตามพฤติการณ์แห่งคดี.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อผู้ร้องไม่ยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้ง ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ซึ่งมีฐานะเสมือนเป็นโจทก์ฟ้องแย้งมีหน้าที่ต้องยื่นคำขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดให้ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 เป็นฝ่ายชนะคดีโดยขาดนัดในส่วนของฟ้องแย้งภายในสิบห้าวันนับแต่ระยะเวลาที่กำหนดให้ผู้ร้องยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งได้สิ้นสุดลง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 198 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 199 ฉ ถ้าไม่ยื่นคำขอต่อศาลภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ตามมาตรา 198 วรรคสอง บัญญัติให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นเสียจากสารบบความ อย่างไรก็ดี แม้บทบัญญัติดังกล่าวจะใช้คำว่า "ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นเสียจากสารบบความ" เพื่อเป็นมาตรการมิให้บุคคลผู้ยื่นคำฟ้องปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดก็ตาม แต่ก็มิใช่บทบังคับศาลที่จะต้องจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความเสมอไป ศาลมีอำนาจที่จะให้ดุลพินิจที่จะสั่งจำหน่ายคดีหรือไม่ก็ได้โดยพิจารณาตามพฤติการณ์แห่งคดีเป็นรายๆ ไป สำหรับคดีนี้ ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ฟ้องแย้งผู้ร้องมาในคำคัดค้านในเรื่องเกี่ยวกับคำร้องขอเดิมของผู้ร้อง แสดงให้เห็นเจตนารมณ์ของผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ว่ายังมีความประสงค์ที่จะดำเนินคดี นอกจากนี้ ยังปรากฏข้อเท็จจริงต่อไปว่า ผู้ร้องได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นเกี่ยวกับการรับฟ้องแย้งของผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ว่าไม่ถูกต้อง อันอาจเป็นเหตุทำให้ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 เห็นว่าต้องรอคำสั่งของศาลชั้นต้นในเรื่องดังกล่าวก่อน พฤติการณ์ของผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ถือได้ว่ามีเหตุสมควรที่ศาลชั้นต้นไม่จำหน่ายคดีในส่วนฟ้องแย้งของผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ออกเสียจากสารบบความ ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งจำหน่ายคดีจึงไม่ใช่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบแต่อย่างใด ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.198

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องขอให้ยกคำร้องขอ และให้ผู้ร้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างตลอดจนขนย้ายสิ่งของต่างๆ ของผู้ร้องออกไปจากที่ดินของผู้คัดค้านที่ 3 ห้ามผู้ร้องและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินของผู้คัดค้านที่ 3 อีกต่อไป กับให้ผู้ร้องชำระค่าเสียหายแก่ผู้คัดค้านที่ 3 เป็นเงินเดือนละ 10,000 บาท ตั้งแต่วันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าผู้ร้องและบริวารจะออกไปจากที่ดินของผู้คัดค้านที่ 3 ผู้ร้องขาดนัดยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้ง ระหว่างพิจารณา ผู้ร้องขอถอนคำร้องขอในส่วนที่เกี่ยวกับผู้คัดค้านที่ 3 และผู้คัดค้านที่ 3 ขอถอนคำคัดค้านและฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นอนุญาต จำหน่ายคดีเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับผู้ร้องและผู้คัดค้านที่ 3 ออกจากสารบบความ ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องขอของผู้ร้อง กับให้ผู้ร้องและบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 5238 ตำบลแพรกษา (แพรกตาสา) อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ คำขออื่นของผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 นอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับคำให้การแก้ฟ้องแย้งและไม่จำหน่ายคดีในส่วนฟ้องแย้งของผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ออกเสียจากสารบบความกับอุทธรณ์คำพิพากษาโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาโดยยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลบางส่วนคงให้เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์เพียง 6,000 บาท ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา โดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาโดยยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลบางส่วนคงให้เสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาเพียง 6,000 บาท ค่าธรรมเนียมนอกจากนี้ยกเว้นให้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ผู้ร้องขาดนัดยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้ง และผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ไม่ได้ยื่นคำขอต่อศาลชั้นต้นเพื่อให้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดให้ตนเป็นฝ่ายชนะคดีโดยขาดนัดในส่วนฟ้องแย้งภายในกำหนดเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 198 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 199 ฉ โดยศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งจำหน่ายคดีในส่วนฟ้องแย้งของผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ออกเสียจากสารบบความเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่มิชอบด้วยกฎหมายหรือเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบหรือไม่ เห็นว่า เมื่อผู้ร้องไม่ยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้ง ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ซึ่งมีฐานะเสมือนเป็นโจทก์ฟ้องแย้งมีหน้าที่ต้องยื่นคำขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดให้ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 เป็นฝ่ายชนะคดีโดยขาดนัดในส่วนของฟ้องแย้งภายในสิบห้าวันนับแต่ระยะเวลาที่กำหนดให้ผู้ร้องยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งได้สิ้นสุดลง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 198 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 199 ฉ ถ้าไม่ยื่นคำขอต่อศาลภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ตามมาตรา 198 วรรคสอง บัญญัติให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นเสียจากสารบบความ อย่างไรก็ดี แม้บทบัญญัติดังกล่าวจะใช้คำว่า "ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นเสียจากสารบบความ" เพื่อเป็นมาตรการมิให้บุคคลผู้ยื่นคำฟ้องปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดก็ตาม แต่ก็มิใช่บทบังคับศาลที่จะต้องจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความเสมอไป ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจที่จะสั่งจำหน่ายคดีหรือไม่ก็ได้โดยพิจารณาตามพฤติการณ์แห่งคดีเป็นรายๆ ไป สำหรับคดีนี้ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ฟ้องแย้งผู้ร้องมาในคำคัดค้านในเรื่องเกี่ยวกับคำร้องขอเดิมของผู้ร้อง แสดงให้เห็นเจตนารมณ์ของผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ว่ายังมีความประสงค์ที่จะดำเนินคดี นอกจากนี้ยังปรากฏข้อเท็จจริงต่อไปว่า ผู้ร้องได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นเกี่ยวกับการรับฟ้องแย้งของผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ว่าไม่ถูกต้อง อันอาจเป็นเหตุทำให้ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 เห็นว่าต้องรอคำสั่งของศาลชั้นต้นในเรื่องดังกล่าวก่อนพฤติการณ์ของผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ถือได้ว่ามีเหตุสมควรที่ศาลชั้นต้นไม่จำหน่ายคดีในส่วนฟ้องแย้งของผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ออกเสียจากสารบบความ ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งจำหน่ายคดีจึงไม่ใช่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่มิชอบด้วยกฎหมายหรือเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบแต่อย่างใด ฎีกาของผู้ร้องข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10330 - 10331/2553 นายยศ ปานเงิน ผู้ร้อง นายมนตรี โชคชวกุล กับพวก ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นายยศ ปานเงิน · ผู้คัดค้าน - นายมนตรี โชคชวกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิพนธ์ ใจสำราญ · วรพจน์ วิไลชนม์ · อนันต์ ชุมวิสูตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นางสุพจน์ หนูเกลี้ยง · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายชาตรี สุริยะวิจิตรวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ1560/2550

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 911/2548ฎีกา 8888/2542ฎีกา 2926-2929/2524ฎีกา 34/2538ฎีกา 623/2506ฎีกา 991/2523ฎีกา 951-952/2500ฎีกา 1137/2508ฎีกา 1296/2510ฎีกา 1416/2545ฎีกา 2839/2539ฎีกา 1464/2495ฎีกา 310/2523ฎีกา 4713/2541ฎีกา 1124/2550ฎีกา 10840/2558ฎีกา 1798/2494ฎีกา 2207/2541ฎีกา 5336/2551ฎีกา 91/2507ฎีกา 678/2486ฎีกา 1900/2538ฎีกา 6127/2537ฎีกา 1638-1640/2500
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา