⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2171/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2171/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์แต่ละคนฟ้องเรียกส่วนแบ่งทรัพย์มรดกเป็นการเฉพาะตัว ต้องถือทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคนแยกต่างหากจากกัน และต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง เว้นแต่จะได้รับรองให้ฎีกา.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นทายาทของ ส. และ ข. ฟ้องขอแบ่งมรดกจากจำเลยโดยให้จดทะเบียนเพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินมรดกระหว่างจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกับจำเลยในฐานะส่วนตัว และเพิกถอนการจดทะเบียนการโอนที่ดินระหว่างจำเลยกับจำเลยร่วมทั้งสี่ จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์และเป็นเรื่องที่โจทก์ทั้งสองแต่ละคนใช้สิทธิฟ้องเรียกส่วนแบ่งทรัพย์มรดกจากจำเลยเป็นการเฉพาะตัว โจทก์แต่ละคนชอบที่จะเสนอคดีต่อศาลได้โดยลำพัง แม้โจทก์ทั้งสองจะฟ้องคดีรวมกันมาก็ต้องถือทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคนแยกต่างหากจากกัน คู่ความตีราคาทรัพย์พิพาทตามคำขอท้ายฟ้อง 210,000 บาท ฉะนั้นทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคนจึงคิดเป็นเงินเพียง 52,500 บาท ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริง เว้นแต่ผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ได้รับรองให้ฎีกา ทั้งนี้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง เมื่อจำเลยและจำเลยร่วมทั้งสี่ได้ยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับรองให้ฎีกาพร้อมกับฎีกาตามมาตรา 248 วรรคสี่ แล้ว ศาลชั้นต้นชอบที่จะส่งคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิจารณาว่าจะรับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริงหรือไม่ก่อนแล้วจึงมีคำสั่งว่าจะรับฎีกาหรือไม่ การที่ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่ไม่ได้นั่งพิจารณาคดีสั่งยกคำร้องและสั่งรับฎีกาดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นการผิดหลงและเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบเนื่องจากไม่ได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาคดี ศาลฎีกามีอำนาจเพิกถอนคำสั่งของผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่สั่งยกคำร้องและสั่งรับฎีกาดังกล่าวตาม ป.วิ.พ. มาตรา 243 (1) และ มาตรา 27 ประกอบด้วยมาตรา 247

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 15575 (แปลงคงเหลือ), 78443, 78444, 78445 ระหว่างจำเลยกับนายปฏิการณ์ ว่าที่ร้อยตรีวิรัตน์ นายชัชณกรณ์ นายชิมิน และเพิกถอนการโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ทะเบียนเล่ม 56 หน้า 192 หมู่ที่ 12 หรือโฉนดที่ดินเลขที่ 80603 ให้จำเลยจดทะเบียนแบ่งที่ดินพิพาททั้งหมดดังกล่าวออกเป็นสี่ส่วน และแบ่งให้โจทก์ทั้งสองคนละ 1 ส่วน หากไม่สามารถแบ่งได้ ให้นำออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งให้โจทก์ทั้งสองคนละ 1 ส่วน จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอให้เรียกนายปฏิการณ์ ว่าที่ร้อยตรีวิรัตน์ นายชัชณกรณ์ และนายชิมิน เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต และให้เรียกจำเลยร่วมดังกล่าวว่า จำเลยร่วมที่ 1 ถึงจำเลยร่วมที่ 4 ตามลำดับ จำเลยร่วมทั้งสี่ให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 15575 ระหว่างจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายสุข กับจำเลย ซึ่งจดทะเบียนเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2541 และเพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 15575 (แปลงคงเหลือ), 78443, 78444, 78445 ระหว่างจำเลยกับจำเลยร่วมทั้งสี่แต่ละรายซึ่งจดทะเบียนวันที่ 22 สิงหาคม 2544 และเพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ทะเบียนเล่ม 56 หน้า 192 หมู่ที่ 12 หรือโฉนดเลขที่ 80603 ระหว่างจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายสุข กับจำเลยแล้วให้แบ่งที่ดินพิพาททั้งหมดที่เพิกถอนออกเป็นสี่ส่วนเท่า ๆ กัน และให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายสุข แบ่งให้โจทก์ทั้งสอง คนละ 1 ส่วน หากไม่สามารถแบ่งได้ให้นำออกขายทอดตลาด ได้เงินสุทธิเท่าใดให้แบ่งให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 คนละ 1 ส่วน กับให้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสี่ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความให้ 2,500 บาท จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ให้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสี่ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,000 บาท แทนโจทก์ทั้งสอง จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสี่ฎีกาพร้อมทั้งยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ซึ่งมิใช่ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดี สั่งคำร้องว่าทุนทรัพย์ในชั้นฎีกาเกินสองแสนบาทไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับแล้วมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยและจำเลยร่วมทั้งสี่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นทายาทของนายสุข และนางสิ ฟ้องขอแบ่งมรดกจากจำเลยโดยให้จดทะเบียนเพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินมรดกระหว่างจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกับจำเลยในฐานะส่วนตัว และเพิกถอนการจดทะเบียนการโอนที่ดินระหว่างจำเลยกับจำเลยร่วมทั้งสี่ จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์และเป็นเรื่องที่โจทก์ทั้งสองแต่ละคนใช้สิทธิฟ้องเรียกส่วนแบ่งทรัพย์มรดกจากจำเลยเป็นการเฉพาะตัว โจทก์แต่ละคนชอบที่จะเสนอคดีต่อศาลได้โดยลำพัง แม้โจทก์ทั้งสองจะฟ้องคดีรวมกันมาก็ต้องถือทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคนแยกต่างหากจากกันคู่ความตีราคาทรัพย์พิพาทตามคำขอท้ายฟ้อง 210,000 บาท ฉะนั้นทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคนจึงคิดเป็นเงินเพียง 52,500 บาท ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงเว้นแต่ผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ได้รับรองให้ฎีกาทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง เมื่อจำเลยและจำเลยร่วมทั้งสี่ได้ยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับรองให้ฎีกาพร้อมกับฎีกาตามมาตรา 248 วรรคสี่ แล้วศาลชั้นต้นชอบที่จะส่งคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิจารณาว่าจะรับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริงหรือไม่ก่อนแล้วจึงมีคำสั่งว่าจะรับฎีกาหรือไม่ การที่ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่ไม่ได้นั่งพิจารณาคดีสั่งยกคำร้องและสั่งรับฎีกาดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นการผิดหลงและเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบเนื่องจากไม่ได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณาคดี ศาลฎีกามีอำนาจเพิกถอนคำสั่งของผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่สั่งยกคำร้องและสั่งรับฎีกาดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (1) และมาตรา 27 ประกอบด้วยมาตรา 247" พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องของจำเลยและจำเลยร่วมทั้งสี่ที่ขอให้ผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริงกับยกคำสั่งรับฎีกาของจำเลยและจำเลยร่วมทั้งสี่ ให้ศาลชั้นต้นส่งคำร้องขอดังกล่าวไปให้ผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิจารณาว่าจะรับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริงหรือไม่ก่อน แล้วจึงดำเนินการมีคำสั่งเกี่ยวกับฎีกาของจำเลยและจำเลยร่วมทั้งสี่ต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2171/2553 นายจันทร์ ขันพันธ์ กับพวก โจทก์ นายก้าน ขันพันธ์ จำเลย นายปฏิการณ์ ขันพันธ์ กับพวก จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจันทร์ ขันพันธ์ กับพวก · จำเลย - นายก้าน ขันพันธ์ · จำเลยร่วม - นายปฏิการณ์ ขันพันธ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กีรติ กาญจนรินทร์ · ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · อาวุธ ปั้นปรีชา
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 280/2530ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1022/2551ฎีกา 2812/2539ฎีกา 1030/2509ฎีกา 1572/2511ฎีกา 2186/2550ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 3589/2525ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 891/2510ฎีกา 8108/2542ฎีกา 2520/2544ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498ฎีกา 1660/2518ฎีกา 4470/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ