⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1210/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1210/2554

พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน ม.27, 35, 47 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่มุ่งประสงค์ให้เกิดผลต่างกรรมกันหรือเป็นความผิดหลายฐานต่างกัน แม้จะกระทำในครั้งเดียว ก็ถือเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันได้

ย่อคำพิพากษา

การพิจารณาว่าการกระทำใดเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกัน มิใช่แต่เพียงว่าหากเป็นการกระทำครั้งเดียวแล้วจะต้องเป็นกรรมเดียวเสมอไป ซึ่งอาจเป็นหลายกรรมต่างกันได้หากผู้กระทำมีเจตนาที่จะให้เกิดผลต่างกรรมกันหรือประสงค์จะให้เกิดเป็นความผิดหลายฐานต่างกัน การที่จำเลยทั้งสองร่วมกันเรียกรับค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายแล้วไม่ออกใบรับตามแบบที่อธิบดีกำหนดให้แก่คนหางาน ร่วมกันรับสมัครคนหางานโดยมิได้ยื่นคำขออนุญาตต่อนายทะเบียน และร่วมกันรับค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายแล้วไม่จัดส่งคนหางานเพื่อไปทำงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรอันเป็นความผิดตามฟ้อง มีลักษณะของความผิดเป็นการกระทำที่มีเจตนาต่างขั้นตอนและแตกต่างกัน สามารถแยกการกระทำแต่ละข้อหาต่างหากจากกันได้อย่างแจ้งชัด และเป็นการกระทำที่มุ่งประสงค์ให้มีผลต่างกรรมกัน จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 ม.27 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 ม.35 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 ม.47 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 ม.74 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 ม.75 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 ม.79 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 ม.85

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 27, 35, 47, 74, 79, 85 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงิน 786,000 บาท แก่ผู้เสียหายทั้งยี่สิบสาม จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่ต่อมาให้การใหม่เป็นรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 27 วรรคสอง ประกอบมาตรา 47 มาตรา 35, 75, 79, 85 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเรียกเก็บเงินค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายแล้วไม่ออกใบรับเงิน จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 เดือน และปรับจำเลยทั้งสองรวมกันเป็นเงิน 3,930,000 บาท ฐานร่วมกันรับสมัครคนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ยื่นคำขออนุญาต ปรับคนละ 6,000 บาท ฐานร่วมกันเก็บเงินค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายจากคนหางานแล้วไม่จัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี และปรับ 20,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 1 ลงโทษเฉพาะปรับ 20,000 บาท รวมลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี 6 เดือน ปรับ 3,956,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 1 ปรับรวมเป็นเงิน 3,956,000 บาท โดยค่าปรับจำนวน 3,930,000 บาท เป็นจำนวนเดียวกันกับค่าปรับของจำเลยที่ 2 จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 9 เดือน และปรับ 1,978,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 1 คงปรับ 1,978,000 บาท โดยค่าปรับจำนวน 1,965,000 บาท เป็นจำนวนเดียวกับค่าปรับของจำเลยที่ 2 ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ประกอบกับจำเลยที่ 2 ได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหายแล้ว เห็นควรให้โอกาสจำเลยที่ 2 กลับตัวเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 กรณีจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ส่วนจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาในข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องบรรยายการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองแต่ละข้อหาแยกกระทงเรียงเป็นลำดับกันไปต่างหากจากกัน กล่าวคือ จำเลยทั้งสองร่วมกันเรียกรับค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายแล้วไม่ออกใบรับตามแบบที่อธิบดีกำหนดให้แก่คนหางาน ร่วมกันรับสมัครคนหางานโดยมิได้ยื่นคำขออนุญาตต่อนายทะเบียน และร่วมกันรับค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายแล้วไม่จัดส่งคนหางานเพื่อไปทำงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เมื่อจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้องโจทก์ทุกข้อหา แม้จำเลยทั้งสองกระทำเพียงครั้งเดียวตามที่อ้างมาในฎีกาก็ตาม แต่ในการพิจารณาว่าการกระทำใดเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกัน มิใช่แต่เพียงว่าหากเป็นการกระทำครั้งเดียวแล้วจะต้องเป็นกรรมเดียวเสมอไป ซึ่งอาจเป็นหลายกรรมต่างกันได้หากผู้กระทำมีเจตนาที่จะให้เกิดผลต่างกรรมกันหรือประสงค์จะให้เกิดเป็นความผิดหลายฐานต่างกัน ดังนั้น การกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองในแต่ละข้อหาตามฟ้องมีลักษณะของความผิดเป็นการกระทำที่มีเจตนาต่างขั้นตอนและแตกต่างกัน สามารถแยกการกระทำแต่ละข้อหาต่างหากจากกันได้อย่างแจ้งชัด และเป็นการกระทำที่มุ่งประสงค์ให้มีผลต่างกรรมกัน จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน หาใช่เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทดังที่จำเลยทั้งสองอ้างมาในฎีกาแต่อย่างใดไม่ ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 27 วรรคสอง ประกอบมาตรา 47 มาตรา 35 วรรคหนึ่ง, 74, 79, 85 กรณีจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนไม่เกิน 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1210/2554 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ บริษัทจัดหางานกิตติ บราเดอร์ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - บริษัทจัดหางานกิตติ บราเดอร์ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธีระพงศ์ จิระภาค · ตรีวุฒิ สาขากร · วัส ติงสมิตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสมเจตน์ สุรินทร์ศักดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายศิริชัย วัฒนโยธิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.4074/2550

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 959/2531ฎีกา 4/2508ฎีกา 1837/2531ฎีกา 9026/2553ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 9647/2557ฎีกา 4180/2548ฎีกา 8080/2538ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5598/2540ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 647/2563ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 2936/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา