⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7004/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7004/2554

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารบุคคลที่อายุแตกต่างกันตามมาตรา 282 วรรคสองและวรรคสาม เป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระกัน แม้จะกระทำในคราวเดียวกัน.

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานผู้ใดเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่นเป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือพาไปเพื่อการอนาจารตามมาตรา 282 วรรคสองและวรรคสาม มีองค์ประกอบความผิดในส่วนอายุของบุคคลที่ถูกระทำแตกต่างกันจึงเป็นการกระทำโดยเจตนาให้เกิดผลต่อบุคคลที่ถูกกระทำแยกต่างหากจากกันได้ แม้ผู้เสียหายทั้งสองจะถูกกระทำความผิดในคราวเดียวกัน แต่เป็นการกระทำต่อผู้เสียหายแต่ละคนโดยเฉพาะจึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ ฉะนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าการกระทำของจำเลยเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดต่อผู้เสียหายทั้งสอง ก็ต้องฟังว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันด้วย มิใช่เป็นความผิดกรรมเดียว ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นแก้ไขให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 แต่เนื่องจากโจทก์มิได้อุทธรณ์และฎีกาให้ลงโทษจำเลยหลายกรรม ศาลฎีกาไม่อาจแก้ไขเรื่องโทษได้เพราะเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลย ศาลล่างทั้งสองฟังว่าจำเลยเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด แต่มิได้ปรับบทตาม ป.อ. มาตรา 86 ด้วย จึงไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.212 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.282

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยกับพวกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 282, 309, 310, 317, 319 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 12 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 วรรคสอง วรรคสาม ประกอบด้วยวรรคสี่ ฐานเป็นผู้สนับสนุนเพื่อให้มีการสำเร็จความใคร่ของผู้อื่น จำคุก 12 จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสามแล้ว คงจำคุก 8 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 วรรคสี่ ประกอบมาตรา 282 วรรคสาม ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ลงโทษจำคุก 9 ปี ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 6 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ...ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 วรรคสี่ ประกอบมาตรา 282 วรรคสอง และมีความผิดตามมาตรา 282 วรรคสี่ ประกอบมาตรา 282 วรรคสาม เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แล้วพิพากษาลงโทษตามมาตรา 282 วรรคสี่ ประกอบมาตรา 282 วรรคสาม ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 90 นั้น เห็นว่า ความผิดฐานผู้ใดเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่นเป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือพาไปเพื่อการอนาจารตามมาตรา 282 วรรคสองและวรรคสามนี้ มีองค์ประกอบความผิดในส่วนอายุของบุคคลที่ถูกกระทำแตกต่างกัน จึงเป็นการกระทำโดยเจตนาให้เกิดผลต่อบุคคลที่ถูกกระทำแยกต่างหากจากกันได้ แม้ผู้เสียหายทั้งสองจะถูกกระทำความผิดในคราวเดียวกัน แต่เป็นการกระทำต่อผู้เสียหายแต่ละคนโดยเฉพาะจึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ ฉะนั้นที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าการกระทำของจำเลยเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดต่อผู้เสียหายทั้งสอง ก็ต้องฟังว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันด้วย มิใช่เป็นความผิดกรรมเดียวดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษา ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นแก้ไขให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 แต่เนื่องจากโจทก์มิได้อุทธรณ์และฎีกาให้ลงโทษจำเลยหลายกรรม ศาลฎีกาไม่อาจแก้ไขเรื่องโทษได้ เพราะเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลย นอกจากนี้ศาลล่างทั้งสองฟังว่าจำเลยเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด แต่มิได้ปรับบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ด้วย จึงไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 วรรคสี่ ประกอบมาตรา 282 วรรคสองและวรรคสาม, 86 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมรวม 2 กระทง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 สำหรับโทษและนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7004/2554 พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก โจทก์ นางสุวาพรหรือสุวาภร สวัสดิ์หรือสวัสดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก · จำเลย - นางสุวาพรหรือสุวาภร สวัสดิ์หรือสวัสดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิรุฬห์ แสงเทียน · ประเสริฐ บุญศรี · นิยุต สุภัทรพาหิรผล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายสกุณ สวนปาน · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายวิเชียร ดิเรกอุดมศักดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.6713/2552

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1258/2542ฎีกา 7352/2549ฎีกา 2254/2521ฎีกา 1504/2536ฎีกา 2486/2558ฎีกา 1353/2529ฎีกา 537/2554ฎีกา 766/2517ฎีกา 1051/2510ฎีกา 2059/2522ฎีกา 74/2535ฎีกา 12779/2553ฎีกา 329/2483ฎีกา 5665/2538ฎีกา 5813/2549ฎีกา 2019/2548ฎีกา 7981/2548ฎีกา 4825/2553ฎีกา 788/2545ฎีกา 6247/2545ฎีกา 1447/2531ฎีกา 1870/2549ฎีกา 5246/2548ฎีกา 1093/2568
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา