⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 10279/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10279/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ทนายจำเลยหลงผิดในวันครบกำหนดยื่นอุทธรณ์และเข้าใจผิดว่าได้ยื่นอุทธรณ์ไปแล้ว มิใช่เหตุสุดวิสัย แต่เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นอาจใช้ดุลพินิจอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ได้ตามอำนาจทั่วไป.

ย่อคำพิพากษา

ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2552 อ้างว่าทนายจำเลยหลงผิดว่าได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลก่อนวันที่ 30 กันยายน 2552 อันเป็นวันครบกำหนดยื่นอุทธรณ์ และเข้าใจผิดว่าวันครบกำหนดยื่นอุทธรณ์เป็นวันที่ 1 ตุลาคม 2552 คำร้องดังกล่าวนั้นมิใช่เป็นการขอขยายระยะเวลาโดยอ้างว่ามีเหตุสุดวิสัยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 แต่เป็นการขออนุญาตให้ศาลชั้นต้นใช้อำนาจทั่วไปตามกฎหมาย จึงเป็นดุลพินิจที่ศาลชั้นต้นจะพิจารณา เมื่อศาลชั้นต้นเห็นควรให้โอกาสจำเลยและอนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ได้ถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2552 จึงชอบด้วยกระบวนพิจารณาแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.23

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 80, 83, 91, 288, 289 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4), ประกอบมาตรา 80, 83 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำคุกตลอดชีวิต ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจำคุก 1 ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำคุก 33 ปี 4 เดือน ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 8 เดือน ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 4 เดือน รวมจำคุก 33 ปี 16 เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยว่า จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ภายหลังจากที่กำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ได้สิ้นสุดลงแล้ว อีกทั้งเหตุที่จำเลยยกขึ้นอ้างเป็นความบกพร่องของทนายจำเลยเอง กรณีไม่ใช่เหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจสั่งขยายระยะเวลาอุทธรณ์ของจำเลยออกไปจนถึง วันที่ 15 ตุลาคม 2552 จำเลยจึงยื่นอุทธรณ์เกินกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้รับอุทธรณ์ของจำเลยจึงไม่ชอบ พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ทนายจำเลยยื่นคำร้องและคำร้องไต่สวนขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ตาม คำร้องฉบับลงวันที่ 1 ตุลาคม 2552 สรุปได้ความว่า ทนายจำเลยหลงผิดไปว่าคดีนี้ทนายจำเลยได้เรียบเรียงอุทธรณ์และยื่นอุทธรณ์ต่อศาลก่อนวันที่ 30 กันยายน 2552 แล้ว วันนี้ทนายจำเลยได้ตรวจสำนวนของทนายจำเลยและของศาล ปรากฏว่ายังมิได้ยื่นอุทธรณ์ในช่วงระยะเวลาที่ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ ทนายจำเลยสอบถามเจ้าหน้าที่ศาลซึ่งแจ้งว่าศาลอนุญาต ทนายจำเลยเข้าใจว่าจะครบกำหนดในวันที่ 1 ตุลาคม 2552 ฉะนั้นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมและเพื่อให้โอกาสจำเลยต่อสู้คดีอย่างเต็มที่จึงขอโปรดไต่สวนคำร้องและอนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์ด้วย ดังนี้ จึงมิใช่เป็นการขอขยายระยะเวลาโดยอ้างเหตุว่ามีเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 แต่เป็นการขออนุญาตให้ศาลชั้นต้นใช้อำนาจทั่วไปตามกฎหมายโดยอ้างความบกพร่องของทนายจำเลยจึงเป็นดุลพินิจที่ศาลชั้นต้นจะพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไป เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมเห็นควรให้โอกาสจำเลยได้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ อนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ได้ถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2552 จึงเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นได้ใช้อำนาจทั่วไปที่มีอยู่อนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาอุทธรณ์และจะอนุญาตขยายให้เท่าใดก็ได้ตามเหตุผลที่เห็นสมควร การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลาอุทธรณ์จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยโดยอ้างว่ายื่นเกินกำหนดนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาและพิพากษาคดีต่อไปตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10279/2555 พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นายประยูรหรือยูร คงกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช · จำเลย - นายประยูรหรือยูร คงกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธงชัย เสนามนตรี · อภิรัตน์ ลัดพลี · สมยศ เข็มทอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายนราไกร ชัยวิชิต · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายไกรรัตน์ วีรพัฒนาสุวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.7105/2554

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 2918/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1305/2547ฎีกา 5983/2539ฎีกา 7032/2539ฎีกา 3542/2545ฎีกา 4046/2536ฎีกา 913/2538ฎีกา 230/2510ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 164/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 8735/2542ฎีกา 6911/2544ฎีกา 7937/2538ฎีกา 3604/2533ฎีกา 7227-7228/2551ฎีกา 3192/2532ฎีกา 6321/2544ฎีกา 235/2540ฎีกา 3329/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา