⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 11700/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11700/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวในเหตุฉุกเฉินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 267 วรรคหนึ่ง ให้เป็นที่สุด ผู้ร้องไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวในเหตุฉุกเฉิน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง เนื่องจากไม่มีเหตุฉุกเฉิน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 267 วรรคหนึ่ง คำสั่งเช่นว่านี้ให้เป็นที่สุด โจทก์ไม่มีสิทธิอุทธรณ์ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นการไม่ชอบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 ประกอบ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 6 เมื่อโจทก์ฎีกาต่อมา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.267

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องหย่าจำเลยที่ 1 และขอแบ่งสินสมรสหลายรายการรวมทั้งที่ดินโฉนดเลขที่ 30805 ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ระหว่างพิจารณาโจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวในเหตุฉุกเฉินว่า จำเลยที่ 1 กับพวกหลายคนได้เข้าไปในสิ่งปลูกสร้างแล้วร่วมกันใช้คีมเหล็กตัดกุญแจรั้วเหล็กซึ่งปิดกั้นระหว่างทางเท้ากับตัวอาคาร จากนั้นเข้าไปในตัวอาคารงัดหน้าต่างบานเลื่อนและประตูเลื่อนเหล็กดัดซึ่งใช้สำหรับเปิดปิดทางเข้าตัวอาคาร รวมทั้งได้ตัดสายไฟฟ้าในตัวอาคาร นอกจากนี้จำเลยที่ 1 กับพวกยังร่วมกันถอดรั้วเหล็กส่วนที่ใช้เปิดปิดทางเข้าออก หน้าต่างบานเลื่อนและประตูเหล็กดัดขึ้นรถยนต์กระบะออกไปทำให้ในตัวอาคารไม่มีไฟฟ้าใช้และไม่ปลอดภัยในการพักอาศัย เพราะไม่มีรั้วและประตูเหล็กดัด ขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 นำรั้วเหล็ก หน้าต่างบานเลื่อนประตูเลื่อนเหล็กดัดที่งัดออกไปนำกลับไปติดตั้งในสิ่งปลูกสร้างรวมทั้งต่อสายเมนไฟฟ้าในตัวอาคารและห้ามมิให้จำเลยที่ 1 กระทำการดังกล่าวอีกรวมทั้งห้ามจำเลยที่ 1 และบริวารเข้าไปรบกวนการครอบครองบ้านหลังดังกล่าวในระหว่างที่โจทก์พักอาศัยจนกว่าคดีจะถึงที่สุด หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามขอให้จับกุมหรือกักขังจำเลยที่ 1 หรือมีคำสั่งอย่างอื่นตามที่ศาลเห็นสมควร ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวในเหตุฉุกเฉินตามคำร้องลงวันที่ 30 มิถุนายน 2553 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง (คำขอ) เนื่องจากกรณีไม่มีเหตุฉุกเฉิน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 267 วรรคหนึ่ง คำสั่งเช่นว่านี้ให้ถึงที่สุด โจทก์จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ จึงเป็นการไม่ชอบถือไม่ได้ว่ามีการยกขึ้นว่ากล่าวในศาลอุทธรณ์ภาค 9 โดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ประกอบพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 6 เมื่อโจทก์ฎีกาต่อมา ฎีกาของโจทก์ก็ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 และยกฎีกาของโจทก์ คืนค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่โจทก์ ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11700/2555 นางหรือนางสาวสุพรรณิกาหรือมนนพัทธ์ ชนะพันธ์หรือชัยอิทธิรัตนา โจทก์ นายธีรพลหรือนายธัชพล หรือภาดล ชนะพันธ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางหรือนางสาวสุพรรณิกาหรือมนนพัทธ์ชนะพันธ์หรือชัยอิทธิรัตนา · จำเลย - นายธีรพลหรือนายธัชพล หรือภาดล ชนะพันธ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นพวรรณ อินทรัมพรรย์ · เพลินจิต ตั้งพูลสกุล · ปรีดา พูนคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรังแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว - นายสุประวัติ ฤทธิ์ชู · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นางสาวเบญจภา วิฑิตางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1574/2519ฎีกา 2574/2519ฎีกา 7211/2547ฎีกา 562/2490ฎีกา 1343/2535ฎีกา 2866/2550ฎีกา 692/2544ฎีกา 2728/2526ฎีกา 7140/2547ฎีกา 61/2525ฎีกา 4343/2536ฎีกา 444/2490ฎีกา 407/2519ฎีกา 6793/2543ฎีกา 2201/2522ฎีกา 4947/2538ฎีกา 1112/2536ฎีกา 1678/2525ฎีกา 3529/2539ฎีกา 1142/2536ฎีกา 1509/2514ฎีกา 2003/2511ฎีกา 1002/2529ฎีกา 4554/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา