⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 19413/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19413/2555

ป.พ.พ. ม.237, 453, 521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนทรัพย์สินที่แท้จริงเป็นการให้โดยเสน่หา แม้จะทำเป็นสัญญาซื้อขายและไม่มีการชำระราคาจริง ผู้รับโอนสามารถขอให้เพิกถอนนิติกรรมได้หากผู้โอนรู้ฝ่ายเดียว

ย่อคำพิพากษา

แม้การโอนที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3 และที่ 4 ตามหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินและสารบัญจดทะเบียนโฉนดที่ดินพิพาทระบุว่าเป็นการขายก็ตาม แต่จำเลยที่ 3 และที่ 4 เบิกความทำนองเดียวกันว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4 รวบรวมเงินไปไถ่ถอนจำนองที่ดินพิพาทจาก ม. จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงโอนขายที่ดินพิพาทแก่จำเลยที่ 3 และที่ 4 ในวันเดียวกัน การโอนที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 2 กับจำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงมิใช่เป็นการซื้อขายเพราะมิได้มีการชำระราคากันจริง แต่ถือเป็นการให้โดยเสน่หา ส่วนการที่จำเลยที่ 3 และที่ 4 หาเงินมาไถ่ถอนที่ดินพิพาทแทนจำเลยที่ 1 ย่อมเป็นการกระทำเพื่อช่วยเหลือจำเลยที่ 1 ผู้เป็นมารดาของจำเลยที่ 4 จะถือเอาการที่ต้องไถ่ถอนจำนองเองเป็นค่าตอบแทนการโอนหาได้ไม่ เมื่อเป็นการโอนให้โดยเสน่หา แม้จำเลยที่ 1 จะเป็นผู้รู้ฝ่ายเดียว โจทก์ก็ชอบที่จะขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนทรัพย์ดังกล่าวระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3 และที่ 4 ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.521

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.237 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.521 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการขายที่ดินโฉนดเลขที่ 2098 ตำบลป่าสะแก อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ระหว่างจำเลยทั้งสี่ ตามหนังสือสัญญาขายที่ดินฉบับลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2550 ให้จำเลยทั้งสี่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงดังกล่าวคืนแก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 โดยค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของจำเลยทั้งสี่ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสี่ จำเลยทั้งสี่ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 2098 ตำบลป่าสะแก อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3 และที่ 4 ครึ่งหนึ่ง ให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 4,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก และยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ในศาลชั้นต้นให้เป็นพับ ให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 4,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ว่านิติกรรมการโอนที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นการโอนโดยมีค่าตอบแทนหรือไม่ เห็นว่า แม้การโอนที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3 และที่ 4 เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2550 ตามหนังสือสัญญาขายที่ดิน และสารบัญจดทะเบียนโฉนดที่ดินพิพาท ระบุว่าเป็นการขายก็ตาม แต่จำเลยที่ 3 และที่ 4 เบิกความทำนองเดียวกันว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4 รวบรวมเงินไปไถ่ถอนจำนองที่ดินพิพาทจากนางมุ่ยเกียง จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงโอนขายที่ดินพิพาทแก่จำเลยที่ 3 และที่ 4 ในวันเดียวกัน การโอนที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 และที่ 2 กับจำเลยที่ 3 และที่ 4 จึงมิใช่เป็นการซื้อขายเพราะมิได้มีการชำระราคากันจริง แต่ถือเป็นการให้โดยเสน่หา ส่วนการที่จำเลยที่ 3 และที่ 4 หาเงินมาไถ่ถอนที่ดินพิพาทแทนจำเลยที่ 1 ย่อมเป็นการกระทำเพื่อช่วยเหลือจำเลยที่ 1 ผู้เป็นมารดาของจำเลยที่ 4 โดยจะถือเอาการที่ต้องไถ่จำนองเองเป็นค่าตอบแทนการโอนหาได้ไม่ เมื่อกรณีเป็นการโอนให้โดยเสน่หา แม้จำเลยที่ 1 จะเป็นผู้รู้ฝ่ายเดียว โจทก์ก็ชอบที่จะขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนทรัพย์ดังกล่าวระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3 และที่ 4 ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง จำเลยทั้งสี่ยื่นฎีกามาในคำฟ้องฎีกาฉบับเดียวกัน และเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีการ่วมกัน แม้ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 2 เพราะเป็นฎีกาที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 7 แต่ศาลฎีกาได้รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 แล้ว จึงไม่มีค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาที่ต้องคืนให้แก่จำเลยที่ 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19413/2555 นางเกศินี มงคลทิพย์วาที โจทก์ นางเกษร ทวีวัฒน์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเกศินี มงคลทิพย์วาที · จำเลย - นางเกษร ทวีวัฒน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี · วิรุฬห์ แสงเทียน · วรงค์พร จิระภาค
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายอดิศร บุปผเวส · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายลาชิต ไชยอนงค์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.40/2554

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1580/2524ฎีกา 4630/2534ฎีกา 15106/2556ฎีกา 378/2535ฎีกา 1947/2523ฎีกา 419/2506ฎีกา 1312/2482ฎีกา 1311/2494ฎีกา 1867/2530ฎีกา 800/2491ฎีกา 451/2494ฎีกา 4385/2540ฎีกา 621/2525ฎีกา 5188/2538ฎีกา 439/2507ฎีกา 438/2517ฎีกา 138/2534ฎีกา 2675/2559ฎีกา 254/2492ฎีกา 1908/2537ฎีกา 1706/2515ฎีกา 688/2497ฎีกา 5265/2533ฎีกา 588/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา