⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 22777-22778/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22777-22778/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำโฆษณาที่ระบุเงื่อนไขสินเชื่อเพียงกว้างๆ ไม่ถือเป็นคำเสนอที่ผูกพันตามกฎหมาย แต่เป็นเพียงคำเชื้อเชิญให้ผู้สนใจเข้ามาทำคำเสนอขอสินเชื่อต่อไป

ย่อคำพิพากษา

คำเสนอต้องมีข้อความชัดเจนแน่นอนเพียงพอที่จะถือเป็นข้อผูกพันในสัญญา จำเลยโฆษณามีใจความว่า ให้การสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประมูลหลักทรัพย์ของจำเลยในงานมหกรรมขายทอดตลาด วงเงินกู้สูงสุด 90 % ของราคาประเมินหลักทรัพย์ประกัน อัตราดอกเบี้ยมี 3 ทางเลือก 1) คงที่ 1 ปี 3.5 % ต่อปี 2) คงที่ 2 ปี 4.25 % ต่อปี 3) คงที่ 3 ปี 4.75 % ต่อปี ข้อความดังกล่าวเป็นเพียงการแสดงความประสงค์ของจำเลยที่จะให้สินเชื่อแก่ผู้ประมูลซื้อทรัพย์ในการจัดงานดังกล่าวได้ ข้อความที่แสดงไม่ระบุรายละเอียดให้ชัดเจนพอที่จะถือว่าเป็นคำเสนอได้ คงเป็นเพียงคำเชื้อเชิญให้ผู้ชนะการประมูลทำคำเสนอขอสินเชื่อเงินกู้จากจำเลยภายในวงเงินและอัตราดอกเบี้ยประเภทใดประเภทหนึ่งที่ระบุเอาไว้เท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.354

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยอนุมัติเงินกู้ 3,200,000 บาท ตามคำขอกู้ยืมเงินของโจทก์ ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ 1,680,000 บาท และค่าเสียหายอีกเดือนละ 60,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะอนุมัติเงินกู้แก่โจทก์ ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 1,500,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกกรมบังคับคดีเข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์และอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ระบุพยานเพิ่มเติม ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ของอุทธรณ์ทั้งสองฉบับให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า เมื่อปี 2547 กรมบังคับคดีร่วมกับจำเลยจัดงานมหกรรมขายทอดตลาดบ้านและที่ดินกรุงเทพมหานคร โดยจำเลยโฆษณาข้อความการให้สินเชื่อแก่ผู้เข้าประมูลหลักทรัพย์ในงานดังกล่าวตามหนังสือมหกรรมขายทอดตลาดบ้านและที่ดินกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2547 โจทก์ชนะการประมูลซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามโฉนดที่ดินเลขที่ 63126 และ 131654 แขวงทุ่งสองห้อง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ราคา 3,275,000 บาท และทำสัญญาซื้อขายกับกรมบังคับคดีโดยวางเงินมัดจำจำนวน 160,000 บาท วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2547 โจทก์ยื่นคำขอกู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยต่อธนาคารจำเลย สาขาย่อยสรงประภา ขอกู้เงินจำนวน 3,200,000 บาท เพื่อชำระหนี้ให้แก่กรมบังคับคดีตามคำขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ต่อมาจำเลยมีหนังสือลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2547 แจ้งโจทก์ว่าจำเลยกำลังพิจารณาคำขอสินเชื่อของโจทก์ ขอให้โจทก์จัดส่งเอกสารเพิ่มเติมและแจ้งรายการค่าธรรมเนียมให้โจทก์ทราบ แล้วมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาขอสินเชื่อไปยังโจทก์ว่า จำเลยได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ในการขอกู้ครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนตัวลูกหนี้ซึ่งไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของการให้สินเชื่อของธนาคาร และเอกสารประกอบการให้สินเชื่อยังไม่เป็นที่ชัดเจนแน่นอน จึงเห็นว่าโจทก์ไม่ผ่านหลักเกณฑ์การให้สินเชื่อตามหนังสือลงวันที่ 4 มีนาคม 2547 มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่จำเลยไม่อนุมัติสินเชื่อให้แก่โจทก์เป็นการผิดสัญญาหรือไม่ เห็นว่า สาระสำคัญของสัญญานั้นจะต้องเป็นนิติกรรมสองฝ่ายเกิดขึ้นโดยการแสดงเจตนาทำคำเสนอและคำสนองถูกต้องตรงกัน โดยเมื่อมีผู้แสดงเจตนาเรียกว่าคำเสนอจะทำสัญญา หากผู้รับคำเสนอนั้นแสดงเจตนาตกลงสนองรับคำเสนอ สัญญาจึงจะเกิดขึ้น คำเสนอจึงต้องมีข้อความชัดเจนแน่นอนเพียงพอที่จะถือเป็นข้อผูกพันในสัญญาได้ สำหรับคดีนี้แม้ได้ความว่า จำเลยโฆษณาข้อความในหนังสือมหกรรมขายทอดตลาดบ้านและที่ดินกรุงเทพมหานครมีใจความให้การสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประมูลหลักทรัพย์ของจำเลยในงานมหกรรมขายทอดตลาด วงเงินกู้สูงสุด 90 % ของราคาประเมินหลักทรัพย์ประกันหรือราคาซื้อขายจริง แล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า อัตราดอกเบี้ยมี 3 ทางเลือก 1) คงที่ 1 ปี 3.5 % ต่อปี 2) คงที่ 2 ปี 4.25 % ต่อปี 3) คงที่ 3 ปี 4.75 % ต่อปี (หลังจากนั้น เอ็มแอลอาร์ - 0.75 % ตลอดอายุสัญญา) และที่ปกหนังสือดังกล่าวมีข้อความว่า ธนาคารสนับสนุนสินเชื่อ (เฉพาะผู้ที่ประมูลได้ในงานนี้เท่านั้น) แต่ข้อความดังกล่าวเป็นเพียงการแสดงความประสงค์ของจำเลยที่จะให้สินเชื่อแก่ผู้ประมูลซื้อทรัพย์ในการจัดงานดังกล่าวได้ ทั้งข้อความที่แสดงไม่ระบุรายละเอียดให้ชัดเจนพอที่จะถือว่าเป็นคำเสนอได้ คงเป็นเพียงคำเชื้อเชิญให้ผู้ซึ่งชนะการประมูลทำคำเสนอขอสินเชื่อเงินกู้จากจำเลยภายในวงเงินและอัตราดอกเบี้ยประเภทใดประเภทหนึ่งที่ระบุเอาไว้เท่านั้น การที่โจทก์ยื่นคำขอกู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจึงเป็นการแสดงเจตนาทำคำเสนอต่อจำเลย เมื่อจำเลยไม่ได้แสดงเจตนาตกลงสนองรับตามคำเสนอ สัญญาสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยระหว่างโจทก์และจำเลยจึงไม่เกิดขึ้น และไม่มีนิติสัมพันธ์ที่จำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22777 - 22778/2555 นายพงษ์ศิริ หาทอง โจทก์ ธนาคากรุงไทย จำกัด (มหาชน) จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพงษ์ศิริ หาทอง · จำเลย - ธนาคากรุงไทย จำกัด (มหาชน)
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พฤษภา พนมยันตร์ · สบโชค สุขารมณ์ · อธิป จิตต์สำเริง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายอนันต์ ปัทมาคม · ศาลอุทธรณ์ - นายศิริชัย จันทร์สว่าง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำ1032/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 294/2515ฎีกา 131/2489ฎีกา 2750/2530ฎีกา 2160/2518ฎีกา 2509/2555ฎีกา 1634/2526ฎีกา 136/2507ฎีกา 1131/2520ฎีกา 2802/2523ฎีกา 2966/2530ฎีกา 2419/2534ฎีกา 316/2530ฎีกา 2759/2534ฎีกา 3641/2532ฎีกา 4117/2534ฎีกา 563/2540ฎีกา 411/2490ฎีกา 2164/2523ฎีกา 5134/2533ฎีกา 1927-1957/2511ฎีกา 569/2525ฎีกา 3251/2537ฎีกา 7251/2543ฎีกา 748/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา