⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2366/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2366/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
แม้จำเลยให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการปราบปรามยาเสพติด ศาลจะลงโทษน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำตามกฎหมายหรือไม่ เป็นดุลพินิจของศาล. ปัญหาว่าจำเลยให้ข้อมูลดังกล่าวหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่จำเลยยกขึ้นฎีกาได้.

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อเจ้าพนักงานตำรวจ ซึ่งศาลจะลงโทษจำเลยน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นได้ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 แต่บทบัญญัติดังกล่าวไม่ได้บังคับว่าเมื่อมีการให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษแล้ว ศาลต้องลงโทษน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเสมอไป แต่เป็นดุลพินิจของศาลที่จะไม่ลงโทษผู้กระทำความผิดนั้นให้น้อยกว่าอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้ก็ได้ ปัญหาว่าจำเลยให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษหรือไม่ ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จำเลยยกขึ้นชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องพร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15, 66, 97, 100/2, 102 ริบยาเสพติดให้โทษของกลางและเพิ่มโทษจำเลย กับริบรถจักรยานยนต์ 1 คัน และโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1 เครื่องของกลางให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 30 และมาตรา 31 ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ริบธนบัตรรัฐบาลไทย จำนาน 37,000 บาท ซึ่งเป็นทรัพย์สินของกลางให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 27, 29, 31 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ประกาศในหนังสือพิมพ์ จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลเกี่ยวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาและมีคำสั่งว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 วรรคสาม (ที่ถูก ต้องระบุมาตรา 15 วรรคสาม (2) ด้วย) ลงโทษประหารชีวิต เมื่อลงโทษประหารชีวิตก็ไม่อาจเพิ่มโทษตามที่โจทก์ขอ จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน และให้ความร่วมมือแก่เจ้าพนักงานตำรวจในชั้นจับกุมมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 (ที่ถูก ต้องระบุประกอบด้วยมาตรา 52 (2) ด้วย) คงจำคุก 50 ปี ริบยาเสพติดให้โทษของกลาง และริบรถจักยานยนต์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ เงินสด ของกลางให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยต้องได้รับการลดโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 หรือไม่ เห็นว่า ปัญหาข้อนี้ แม้จำเลยจะไม่ได้ยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ แต่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยซึ่งจำเลยยกขึ้นได้ในชั้นฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และเมื่อตามคำฟ้องกับทางนำสืบของโจทก์ปรากฏว่าหลังถูกจับกุมจำเลยได้ให้การต่อเจ้าพนักงานตำรวจว่ายังมีเมทแอมเฟตามีนอีกจำนวนหนึ่งที่นางสาวเมตตาซุกซ่อนไว้ที่ห้องพักเลขที่ 702 เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานตำรวจไปยึดเมทแอมเฟตามีนได้อีกจำนวน 20,000 เม็ด และดำเนินคดีแก่นางสาวเมตตาเป็นอีกคดีหนึ่ง กรณีนับได้ว่าจำเลยได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อเจ้าพนักงานตำรวจ ซึ่งศาลจะลงโทษจำเลยน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นได้ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 แต่บทบัญญัติมาตราดังกล่าวไม่ได้บังคับว่าเมื่อมีการให้ข้อมูลที่สำคัญและประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษแล้ว ศาลจะต้องลดโทษหรือลงโทษน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเสมอไป เมื่อคำนึงถึงจำนวนเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยตกลงขายให้นายบริพัตรกับจำนวนเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายแล้ว นับว่ามีจำนวนมากเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมอย่างยิ่ง การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษประหารชีวิตก่อนลดโทษให้จึงเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2366/2555 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายนเรศหรือต่อ เทศวิเชียร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายนเรศหรือต่อ เทศวิเชียร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กรองเกียรติ คมสัน · ศุภชัย สมเจริญ · โสภณ โรจน์อนนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญาธนบุรี - นายประดิษฐ์ สิงหทัศน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมสันต์ ศุภศาสตร์สิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.3556/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา