⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2475/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2475/2556

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของศาลอุทธรณ์ให้ชำระค่าขึ้นศาลที่ขาดไป เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่คู่ความต้องปฏิบัติตามไปก่อน และหากไม่ปฏิบัติตามภายในกำหนด ถือว่าทิ้งอุทธรณ์และศาลมีอำนาจจำหน่ายคดีออกจากสารบบความได้

ย่อคำพิพากษา

คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่เห็นว่าโจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ไม่ครบถ้วนและมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นเรียกให้โจทก์ให้ชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ตามทุนทรัพย์ให้ครบถ้วนถูกต้องภายใน 15 วันนับแต่ทราบคำสั่ง เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ แม้โจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว โจทก์ก็ต้องชำระค่าขึ้นศาลตามคำสั่งดังกล่าวไปก่อน และโต้แย้งคำสั่งไว้เพื่อใช้สิทธิฎีกาในภายหลัง แต่โจทก์มิได้ดำเนินการชำระค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์ให้ครบถ้วนภายในกำหนดเวลาดังกล่าวจึงถือว่าโจทก์ทิ้งอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 246 ศาลอุทธรณ์ชอบที่จะจำหน่ายคดีของโจทก์ออกจากสารบบความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 132 (1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากกัน ให้จำเลยเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ทั้งสองแต่เพียงผู้เดียว ให้โจทก์จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ทั้งสองแก่จำเลยคนละ 10,000 บาท ต่อเดือน นับแต่วันพิพากษาไปจนกว่าบุตรผู้เยาว์แต่ละคนจะบรรลุนิติภาวะ ให้โจทก์ จำเลยแบ่งบ้านเลขที่ 46/3 ตำบลวัดชลอ อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ที่ดินโฉนดเลขที่ 10645 ตำบลบางขนุน อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินดังกล่าว รถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ หมายเลขทะเบียน ขจ 3456 กรุงเทพมหานคร รถยนต์โฟล์คสวาเก้น หมายเลขทะเบียน 1ค 6489 กรุงเทพมหานคร รถยนต์แลนด์โรเวอร์ หมายเลขทะเบียน นน 1964 กรุงเทพมหานคร รถจักรยานยนต์เวสป้า หมายเลขทะเบียน 3 ก กรุงเทพมหานคร 3690 นาฬิกา 4 เรือน กันคนละครึ่ง หากตกลงแบ่งกันไม่ได้ให้นำออกประมูลราคากันระหว่างโจทก์กับจำเลย หรือขายทอดตลาดนำเงินที่ได้มาแบ่งกันคนละครึ่ง ให้โจทก์จำเลยรับผิดในหนี้เงินกู้ที่โจทก์กู้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ คนละครึ่ง ให้โจทก์ชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท คำขออื่นของจำเลยให้ยก ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนของโจทก์ให้ตกเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้โจทก์ชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ตามจำนวนทุนทรัพย์ให้ถูกต้องครบถ้วนภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง โจทก์ได้รับหมายแจ้งคำสั่งแล้ว แต่โจทก์เพิกเฉยไม่ชำระค่าขึ้นศาลภายในกำหนดระยะเวลา ศาลชั้นต้นจึงส่งสำนวนคืนมายังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณา ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า หลังจากศาลชั้นมีคำพิพากษา โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษา ศาลอุทธรณ์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้หรือเป็นคดีมีทุนทรัพย์ จึงมีคำสั่งให้โจทก์ชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ตามจำนวนทุนทรัพย์ให้ถูกต้องครบถ้วนภายใน 15 วัน นับแต่ทราบคำสั่ง โจทก์ได้รับหมายแจ้งคำสั่งแล้วเพิกเฉยไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่ศาลอุทธรณ์กำหนด ศาลอุทธรณ์จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ที่โจทก์ฎีกาว่าอุทธรณ์ของโจทก์เป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท ซึ่งโจทก์ได้ชำระแล้ว ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งจำหน่ายคดีให้จึงไม่ชอบนั้น เห็นว่า ถึงแม้โจทก์จะเห็นว่าอุทธรณ์ของโจทก์ต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท และโจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ไว้ในชั้นที่โจทก์ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้นแล้ว แต่เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ไม่ครบถ้วนและมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นเรียกโจทก์ให้ชำระค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ตามทุนทรัพย์ให้ครบถ้วนถูกต้องภายใน 15 วัน นับแต่ทราบคำสั่ง โดยศาลชั้นต้นส่งหมายแจ้งวันนัดคำสั่งศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ทราบโดยชอบแล้ว แม้โจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าวซึ่งเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ก็จำต้องชำระค่าขึ้นศาลตามคำสั่งดังกล่าวไปก่อนและโต้แย้งคำสั่งไว้เพื่อใช้สิทธิฎีกาในภายหลัง แต่โจทก์มิได้ดำเนินการชำระค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์ให้ครบถ้วนภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จึงถือว่าโจทก์ทิ้งอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 246 ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132 (1) ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2475/2556 นายอดิศักดิ์ เทียนกริม โจทก์ นางสุรภี เทียนกริม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอดิศักดิ์ เทียนกริม · จำเลย - นางสุรภี เทียนกริม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พฤษภา พนมยันตร์ · เพลินจิต ตั้งพูลสกุล · อธิป จิตต์สำเริง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง - นายชวลิต พรายภู่ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิชัย ตัญศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำยช.(พ)61/2555

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 6025/2538ฎีกา 2076/2542ฎีกา 2018/2548ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1337/2533ฎีกา 7154/2551ฎีกา 8366/2557ฎีกา 866/2518ฎีกา 361/2539ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1498/2548ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538ฎีกา 9203/2547ฎีกา 8337/2540ฎีกา 7201/2568ฎีกา 70/2518ฎีกา 581/2502ฎีกา 2170/2517ฎีกา 923/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา