คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7035/2556
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำต้องห้ามตามกฎหมาย ไม่สามารถอุทธรณ์หรือฎีกาคำวินิจฉัยของศาลได้อีก
ย่อคำพิพากษา
ผู้ประกันขอลดค่าปรับและศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ประกันอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ยกอุทธรณ์ของผู้ประกัน เพราะเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์จึงเป็นที่สุดตาม ป.วิ.อ. มาตรา 119 วรรคหนึ่ง ผู้ประกันไม่อาจจะฎีกาต่อมาอีกได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 3 ตามพระราชบบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 26, 66, 76, 100/1, 102 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91, 188, 371 โดยศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ประกันประกันตัวจำเลยที่ 3 ไปในระหว่างพิจารณา โดยทำสัญญาประกันไว้ต่อศาลในวงเงิน 700,000 บาท ต่อมาในวันนัดสืบพยานโจทก์ ผู้ประกันผิดสัญญาประกันไม่ส่งตัวจำเลยที่ 3 ตามกำหนดนัด ศาลชั้นต้นสั่งปรับผู้ประกันตามสัญญา วันที่ 16 ธันวาคม 2552 ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ลดค่าปรับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ต่อมาวันที่ 29 ธันวาคม 2552 ผู้ประกันยื่นคำร้องขอลดค่าปรับอีก ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้องเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553
ผู้ประกันอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ลดค่าปรับฉบับที่สองลงวันที่ 29 ธันวาคม 2552 โดยอ้างเหตุผลทำนองเดิมซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดไปตามคำร้องฉบับแรกแล้ว จึงถือเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 และไม่ก่อให้เกิดสิทธิในการอุทธรณ์คำสั่งฉบับนี้ พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ประกัน
ผู้ประกันฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อผู้ประกันผิดสัญญาประกันไม่ส่งตัวจำเลยที่ 3 ต่อศาลตามนัด ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งปรับผู้ประกันตามสัญญาประกันเป็นเงิน 700,000 บาท ต่อมาผู้ประกันขอลดค่าปรับ ศาลชั้นต้นยกคำร้อง ผู้ประกันอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแล้วพิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ประกัน ดังนี้ คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์จึงเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 119 วรรคหนึ่ง ผู้ประกันจึงฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ได้ แม้ศาลชั้นต้นจะรับฎีกาของผู้ประกันไว้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
พิพากษายกฎีกาผู้ประกัน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7035/2556
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์
นางสาวพรวิภา ฮังนนท์ ผู้ประกัน
นางสมคิดหรือต๊ะ วงษ์ฉาย กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · ผู้ประกัน - นางสาวพรวิภา ฮังนนท์ · จำเลย - นางสมคิดหรือต๊ะ วงษ์ฉาย กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ · ปดารณี ลัดพลี · สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นายอดุลย์ ขันทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายพิชัย เพ็งผ่อง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | อ.1241/2556 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา