⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7194-7195/2557

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7194-7195/2557

ป.อาญา ม.1, 29, 30 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเรียกให้ชำระหนี้เงินกู้ยืม ไม่ถือเป็นค่าไถ่ตามความหมายของกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 ร่วมกันพาผู้เสียหายที่ 1 ไปที่ห้องพักเกิดเหตุก็เพื่อให้ผู้เสียหายที่ 1 ชำระหนี้ที่กู้ยืมไปจากกลุ่มของจำเลยทั้งหกให้แก่จำเลยที่ 1 ประโยชน์ที่จำเลยที่ 1 เรียกร้องให้ผู้เสียหายที่ 1 ชำระหนี้ดังกล่าวจึงไม่ใช่ค่าไถ่ตามความหมายในบทนิยามคำว่า "ค่าไถ่" ตาม ป.อ. มาตรา 1 (13) การกระทำของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 จึงไม่เป็นความผิดฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ โดยการหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.93 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295 ประมวลกฎหมายอาญา ม.313 ประมวลกฎหมายอาญา ม.316 ประมวลกฎหมายอาญา ม.337 ประมวลกฎหมายอาญา ม.371

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกโจทก์ทั้งสองสำนวนว่า โจทก์ เรียกจำเลยที่ 1 และที่ 2 ทั้งสองสำนวนว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 เรียกจำเลยที่ 3 ในสำนวนแรกและจำเลยที่ 5 ในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 3 เรียกจำเลยที่ 4 ในสำนวนแรกและจำเลยที่ 3 ในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 4 เรียกจำเลยที่ 5 ในสำนวนแรก และจำเลยที่ 6 ในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 5 เรียกจำเลยที่ 6 ในสำนวนแรก และจำเลยที่ 6 ในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 5 เรียกจำเลยที่ 6 ในสำนวนแรกและจำเลยที่ 4 ในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 6 และเรียกผู้เสียหายในสำนวนแรกว่า ผู้เสียหายที่ 1 เรียกผู้เสียหายในสำนวนหลังว่า ผู้เสียหายที่ 2 โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองสำนวนขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91, 295, 313 (3), 337 (1) (2), 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 8 ทวิ, 72 ทวิ ริบอาวุธปืนของกลาง จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 5 ให้การรับสารภาพเฉพาะฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและไม่ได้รับใบอนุญาต ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 313 วรรคแรก ประกอบมาตรา 316, 337 วรรคสอง ประกอบมาตรา 80, 83 จำเลยที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกาย จำคุกคนละ 3 เดือน ฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใด เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 8 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 คนละ 8 ปี 3 เดือน สำหรับจำเลยที่ 5 ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่มีเหตุสมควร เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับ 2,000 บาท จำเลยที่ 5 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 1,000 บาท หากจำเลยที่ 5 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ข้อหาอื่นสำหรับจำเลยที่ 5 และคำขออื่นสำหรับจำเลยทั้งหกนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 ในความผิดฐานพยายามกรรโชกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 วรรคสอง ประกอบมาตรา 80, 93, จำคุกคนละ 3 ปี สำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วเป็นจำคุกคนละ 3 ปี 3 เดือน ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 และที่ 6 ในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกาย และยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 ในความผิดฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใด นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 มีความผิดฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใดตามฟ้องหรือไม่ ผู้เสียหายที่ 1 เองที่จะเข้าไปในห้องพักดังกล่าวและร่วมเสพยาเสพติดโดยผู้เสียหายที่ 1 เป็นผู้เตรียมยาเสพติดไปเพื่อเสพร่วมกัน และผู้เสียหายที่ 1 ยังเบิกความอีกว่า ระหว่างอยู่ภายในห้องพัก ไม่มีการใช้เชือกหรือวัสดุอย่างใดผูกขาและมือไว้ ประตูห้องมีลักษณะเป็นลูกบิดเปิดเข้าออกได้ จึงน่าเชื่อว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 ไม่ได้ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้เสียหายที่ 1 และการที่ผู้เสียหายที่ 1 เดินทางไปที่ห้องพักเกิดเหตุก็เนื่องจากไปเจรจาตกลงเกี่ยวกับเรื่องเงินของจำเลยที่ 1 โดยร้อยตำรวจโทผงเพชร ผู้ร่วมจับกุมจำเลยทั้งหกก็เบิกความตอบทนายจำเลยที่ 3 ถามค้านว่า ผู้เสียหายที่ 2 เล่าให้ฟังว่าเงินจำนวน 15,000 บาท ที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 เรียกให้ผู้เสียหายที่ 2 ชำระนั้นเป็นเงินที่ผู้เสียหายที่ 1 กู้ยืมจากกลุ่มของจำเลยทั้งหก ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 ร่วมกันพาผู้เสียที่ 1 ไปที่ห้องพักเกิดเหตุก็เพื่อให้ผู้เสียหายที่ 1 ชำระหนี้ดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 1 ด้วยเหตุเช่นนี้ ประโยชน์ที่จำเลยที่ 1 เรียกร้องให้ผู้เสียหายที่ 1 ชำระหนี้ดังกล่าวจึงไม่ใช่ค่าไถ่ตามความหมายในบทนิยามคำว่า "ค่าไถ่" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (13) การกระทำของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 6 จึงไม่เป็นความผิดฐานเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7194 - 7195/2557 พนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส โจทก์ นายอัมรี ยายอ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส · จำเลย - นายอัมรี ยายอ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ คุณเลิศกิจ · สมยศ เข็มทอง · ภานุวัฒน์ ศุภะพันธุ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนราธิวาส - นางเพ็ญวิภา ลอยกุลนันท์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นางวราภรณ์ สหัสโพธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ7300/2554

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5840/2544ฎีกา 959/2531ฎีกา 4/2508ฎีกา 1683/2523ฎีกา 1837/2531ฎีกา 6575/2551ฎีกา 9026/2553ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 9647/2557ฎีกา 4180/2548ฎีกา 8080/2538ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 789/2480ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5598/2540ฎีกา 753/2539ฎีกา 6355/2544ฎีกา 531/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา