⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7772/2557

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7772/2557

พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.4, 6, 8 ฯลฯ · ป.อาญา ม.29, 30, 83

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดค่าสินไหมทดแทนในคดีที่มีทุนทรัพย์พิพาทในชั้นอุทธรณ์ไม่เกินสองแสนบาท ต้องได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์เป็นหนังสือจากอธิบดีผู้พิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง จึงจะอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ หนังสือที่มีการปรับใช้ตัวเลข รูปภาพ และเครื่องหมายต่างๆ เป็นโจทย์ปัญหาในวิชาคณิตศาสตร์ โดยมีการสร้างสรรค์เป็นเรื่องราวด้วยความวิริยะอุตสาหะ แสดงออกถึงการริเริ่มของผู้สร้างสรรค์ ถือเป็นงานนิพนธ์อันมีลิขสิทธิ์ประเภทงานวรรณกรรม

ย่อคำพิพากษา

ที่จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ร่วม 40,000 บาท สูงเกินไป ค่าเสียหายหากมีจริงก็ไม่เกิน 1,000 บาท นั้น เป็นการอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการกำหนดค่าสินไหมทดแทน จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ในคดีส่วนแพ่งไม่เกินสองแสนบาท และไม่ปรากฏว่าผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาคดีนี้ได้รับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ได้ ทั้งจำเลยที่ 1 มิได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์เป็นหนังสือจากอธิบดีผู้พิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง จึงต้องห้ามมิให้จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 41 การที่โจทก์ร่วมนำตัวเลข รูปภาพและเครื่องหมายต่าง ๆ มาปรับใช้เป็นโจทย์ปัญหาในวิชาคณิตศาสตร์เพื่อให้นักเรียนสามารถคิดวิธีทำและหาคำตอบได้ในเวลาอันรวดเร็วในหนังสือ "Smart Center Mental Arithmetic System Course 1 Book 1" และ "Smart Center Mental Arithmetic System Course 1 Book 2" นั้นมิได้มีเพียงทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ หนังสือของโจทก์ร่วมทั้งสองเล่มดังกล่าวจึงมีลักษณะเป็นงานนิพนธ์ที่โจทก์ร่วมได้สร้างสรรค์ขึ้นเป็นเรื่องราวในรูปของหนังสือด้วยความวิริยะอุตสาหะโดยใช้ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ด้วยการแสดงออกซึ่งการริเริ่มของโจทก์ร่วมเองโดยมิได้ทำซ้ำหรือดัดแปลงจากงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้อื่นอันเป็นงานวรรณกรรมตามความหมายในมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 หาใช่เป็นเพียงความคิด หรือขั้นตอนกรรมวิธี หรือระบบ หรือวิธีใช้หรือทำงาน หรือแนวความคิด หลักการ การค้นพบ หรือทฤษฎีทางคณิตศาสตร์อันไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 6 วรรคสอง และโจทก์ร่วมมีสำเนาหนังสือรับรองการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาออกให้เพื่อแสดงว่าโจทก์ร่วมได้แจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ผลงานหนังสือของโจทก์ร่วมทั้งสองเล่มดังกล่าวต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา ข้อเท็จจริงย่อมรับฟังได้ว่า โจทก์ร่วมเป็นผู้สร้างสรรค์งานวรรณกรรมหนังสือทั้งสองเล่มดังกล่าว จึงเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และเป็นผู้เสียหายย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ซึ่งละเมิดลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมหนังสือทั้งสองเล่มนั้น ตามคำฟ้องในคดีก่อนโจทก์ร่วมฟ้องจำเลยที่ 1 กับพวกเป็นคดีแพ่งว่า ระหว่างวันที่ 8 มีนาคม 2549 ถึงวันที่ 9 สิงหาคม 2550 จำเลยที่ 1 ซึ่งได้รับอนุญาตจากโจทก์ร่วมให้เปิดโรงเรียนเลิศคณิต สมาร์ท เซ็นเตอร์ สาขาพัทลุง กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์และผิดสัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์และเรียกค่าเสียหาย แต่คดีนี้โจทก์และโจทก์ร่วมฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน 2553 เวลากลางวัน ถึงวันที่ 3 กรกฎาคม 2553 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสามละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสร้างสรรค์ประเภทวรรณกรรมของโจทก์ร่วมที่ตำบลป่าพะยอม อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง และเรียกค่าสินไหมทดแทน การฟ้องจำเลยที่ 1 เรียกค่าสินไหมทดแทนจากการกระทำละเมิดลิขสิทธิ์ในคดีนี้เป็นการฟ้องโดยอ้างการกระทำละเมิดลิขสิทธิ์อันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์คนละครั้งกับในคดีก่อน การฟ้องจำเลยที่ 1 ในคดีนี้จึงไม่ใช่เป็นการฟ้องจำเลยที่ 1 ในเรื่องเดียวกันกับคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องในคดีก่อนอันจะเป็นฟ้องซ้อน ซึ่งต้องห้ามตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 และ ป.วิ.พ. มาตรา 173 วรรคสอง (1) โจทก์และโจทก์ร่วมบรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสามละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสร้างสรรค์ประเภทวรรณกรรมของผู้เสียหายด้วยการคัดลอกนำเอาข้อความบางส่วนที่เป็นสาระสำคัญในหนังสือ "Smart Center Mental Arithmetic System Course 1 Book 1" และ "Smart Center Mental Arithmetic System Course 1 Book 2" ไปทำซ้ำ ดัดแปลง และผสมรวมกับข้อความอื่นในหนังสือของฝ่ายจำเลยแล้วจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มใหม่เป็นหนังสือใช้ชื่อว่า "MAGIC ABACUS" เท่านั้น โดยไม่ได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสามกระทำการดังกล่าวเพื่อการค้า และจำเลยทั้งสามรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่าหนังสือชื่อ "MAGIC ABACUS" นั้นได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมและจำเลยทั้งสามกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่หนังสือนั้นเพื่อการค้าและหากำไรอันเป็นองค์ประกอบของความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคสอง ประกอบมาตรา 27 (1) และมาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 แม้โจทก์และโจทก์ร่วมจะระบุบทบัญญัติมาตราดังกล่าวในคำขอท้ายฟ้อง ก็ไม่อาจลงโทษจำเลยที่ 1 ตามบทกฎหมายมาตราดังกล่าวได้เพราะจะเป็นการพิพากษาเกินกว่าที่กล่าวในฟ้องซึ่งต้องห้ามตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.173 ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 ม.26 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.4 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.6 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.8 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.15 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.27 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.31 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.69 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.70 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.75 พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.76

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.173 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่าขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 31, 69, 70, 75 และ 76 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้หนังสือที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์จำนวน 4 เล่ม ของกลางตกเป็นของผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และจ่ายเงินค่าปรับกึ่งหนึ่งฐานละเมิดลิขสิทธิ์ให้แก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นางอุไรวรรณ ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาต โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายฐานละเมิดลิขสิทธิ์จำนวน 800,000 บาท ค่าสูญเสียประโยชน์ที่ควรได้จำนวน 500,000 บาท และค่าใช้จ่ายอันจำเป็นในการบังคับตามสิทธิจำนวน 30,000 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 1,330,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันยื่นคำร้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วม จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกคำร้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 27 (1) ฐานทำซ้ำหรือดัดแปลงงานวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ของผู้อื่นโดยมิได้รับอนุญาต ปรับ 20,000 บาท หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 ให้หนังสือที่มีผู้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์จำนวน 4 เล่ม ของกลางตกเป็นของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ และจ่ายเงินค่าปรับเป็นจำนวนกึ่งหนึ่งแก่โจทก์ร่วมซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ข้อหาอื่นให้ยก กับให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 40,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันที่ 12 กรกฎาคม 2554 อันเป็นวันที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วม ยกฟ้องโจทก์และยกคำร้องโจทก์ร่วมสำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 โจทก์ร่วมและจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยข้อแรกตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ว่า โจทก์ร่วมมีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ร่วมนำตัวเลข รูปภาพ และเครื่องหมายต่างๆ มาปรับใช้เป็นโจทย์ปัญหาในวิชาคณิตศาสตร์เพื่อให้นักเรียนสามารถคิดวิธีทำและหาคำตอบได้ในเวลาอันรวดเร็วในหนังสือ มิได้มีเพียงทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ หนังสือของโจทก์ร่วมทั้งสองเล่มดังกล่าวจึงมีลักษณะเป็นงานนิพนธ์ที่โจทก์ร่วมได้สร้างสรรค์ขึ้นเป็นเรื่องราวในรูปของหนังสือด้วยความวิริยะอุตสาหะโดยใช้ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ด้วยการแสดงออกซึ่งการริเริ่มของโจทก์ร่วมเองโดยมิได้ทำซ้ำหรือดัดแปลงจากงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้อื่นอันเป็นงานวรรณกรรมตามความหมายในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 หาใช่เป็นเพียงความคิด หรือขั้นตอนกรรมวิธี หรือระบบ หรือวิธีใช้หรือทำงาน หรือแนวความคิด หลักการ การค้นพบ หรือทฤษฎีทางศาสตร์อันไม่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 6 วรรคสอง แต่อย่างใดไม่ สำเนาหนังสือรับรองการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาออกให้เพื่อแสดงว่าโจทก์ร่วมได้แจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ผลงานหนังสือ "Smart Center Mental Arithmetic System Course 1 Book 1" และ "Smart Center Mental Arithmetic System Course 1 Book 2" ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา ข้อเท็จจริงย่อมรับฟังได้ว่า โจทก์ร่วมเป็นผู้สร้างสรรค์งานวรรณกรรมหนังสือทั้งสองเล่มดังกล่าว โจทก์ร่วมจึงเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมหนังสือทั้งสองเล่มนั้นและเป็นผู้เสียหายผู้มีอำนาจฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ละเมิดลิขสิทธิ์ในงานวรรณกรรมหนังสือทั้งสองเล่มนั้นเป็นคดีนี้ อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยข้อต่อไปตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานทำซ้ำหรือดัดแปลงงานวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ของผู้อื่น ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 27 (1) ดังที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาหรือไม่ เห็นว่า โจทก์และโจทก์ร่วมมีนางสมพร เด็กหญิงสุวธิดา นางสาวธัญนันท์ และเด็กหญิงณัฐชา เบิกความยืนยันในส่วนที่ตนเกี่ยวข้องว่า เมื่อเด็กหญิงสุวธิดาและเด็กหญิงณัฐชาสมัครเรียนที่โรงเรียนกวดวิชาสมาร์ท พัทลุง สาขาอำเภอป่าพะยอม แล้วโรงเรียนดังกล่าวมอบหนังสือ "MAGIC ABACUS" คอร์ส 1 เล่ม 2 และ "MAGIC ABACUS" คอร์ส 1 เล่ม 1 และมอบหนังสือ "MAGIC ABACUS" คอร์ส 1 เล่ม 2 และ "MAGIC ABACUS" คอร์ส 1 เล่ม 1 ให้แก่เด็กหญิงณัฐชา เด็กหญิงสุวธิดาและเด็กหญิงณัฐชาใช้หนังสือดังกล่าวเรียนที่โรงเรียนกวดวิชาสมาร์ท พัทลุง สาขาอำเภอป่าพะยอม กรณีไม่ปรากฏเหตุให้ระแวงสงสัยว่าพยานดังกล่าวจะเบิกความปรักปรำจำเลยที่ 1 เชื่อว่าพยานดังกล่าวเบิกความไปตามความจริง และหนังสือมีลักษณะรูปเล่ม หน้าปก และรูปภาพภายในหนังสือส่วนมากเหมือนกับหนังสือ "MAGIC ABACUS" คอร์ส 1 เล่ม 1 และ "MAGIC ABACUS" คอร์ส 1 เล่ม 2 ส่วนที่แตกต่างรวมทั้งโจทย์แบบฝึกหัดน่าจะเกิดจากจำเลยที่ 1 ปรับปรุงขึ้นภายหลังเกิดเหตุเพื่อให้ไม่ซ้ำกับหนังสือของโจทก์ร่วม ที่จำเลยที่ 1 เบิกความลอยๆ แต่เพียงว่า จำเลยที่ 1 ใช้หนังสือที่โรงเรียนกวดวิชาสมาร์ท พัทลุง สาขาอำเภอป่าพะยอมของจำเลยที่ 1 เมื่อจำเลยที่ 1 รับว่าเป็นผู้ดูแลจัดทำหนังสือประกอบการเรียนการสอนของโรงเรียนกวดวิชาสมาร์ท พัทลุง มีการคัดลอกเนื้อหาในส่วนสาระสำคัญของหนังสือ "Smart Center Mental Arithmetic System Course 1 Book 1" และ "Smart Center Mental Arithmetic System Course 1 Book 2" ของโจทก์ร่วมไปทำซ้ำและดัดแปลงในหนังสือ "MAGIC ABACUS" คอร์ส 1 เล่ม 1 และ "MAGIC ABACUS" คอร์ส 1 เล่ม 2 การกระทำของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวจึงเป็นความผิดฐานทำซ้ำหรือดัดแปลงงานวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วม ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 27 (1) ดังที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษา อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยข้อต่อไปตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ว่า ฟ้องของโจทก์และโจทก์ร่วมสำหรับจำเลยที่ 1 เป็นฟ้องซ้อนกับคดีแพ่งหมายเลขคดีดำที่ ศปก. พ.2/2551 ของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางหรือไม่ เห็นว่า ตามสำเนาคำฟ้องโจทก์ร่วมฟ้องจำเลยที่ 1 กับพวกเป็นคดีแพ่งว่า ระหว่างวันที่ 8 มีนาคม 2549 ถึงวันที่ 9 สิงหาคม 2550 จำเลยที่ 1 ซึ่งได้รับอนุญาตจากโจทก์ร่วมให้เปิดโรงเรียนเลิศคณิต สมาร์ท เซ็นเตอร์ สาขาพัทลุง กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์และผิดสัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์และเรียกค่าเสียหาย แต่คดีนี้โจทก์และโจทก์ร่วมฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน 2553 เวลากลางวัน ถึงวันที่ 3 กรกฎาคม 2553 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสามละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสร้างสรรค์ประเภทวรรณกรรมของโจทก์ร่วมที่ตำบลป่าพะยอม อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง และเรียกค่าสินไหมทดแทน การฟ้องจำเลยที่ 1 เรียกค่าสินไหมทดแทนจากการกระทำละเมิดลิขสิทธิ์ในคดีนี้เป็นการฟ้องโดยอ้างการกระทำละเมิดลิขสิทธิ์อันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์คนละครั้งกับในคดีก่อน การฟ้องจำเลยที่ 1 ในคดีนี้จึงไม่ใช่เป็นการฟ้องจำเลยที่ 1 ในเรื่องเดียวกันกับคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องในคดีก่อนอันจะเป็นฟ้องซ้อน ซึ่งต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง (1) อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นอีกเช่นกัน มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยข้อแรกตามอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคสอง ประกอบมาตรา 27 (1) และมาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 หรือไม่ เห็นว่า โจทก์และโจทก์ร่วมบรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสามละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสร้างสรรค์ประเภทวรรณกรรมของผู้เสียหายด้วยการคัดลอกนำเอาข้อความบางส่วนที่เป็นสาระสำคัญในหนังสือ "Smart Center Mental Arithmetic System Course 1 Book 1" และ "Smart Center Mental Arithmetic System Course 1 Book 2" ไปทำซ้ำ ดัดแปลง และผสมรวมกับข้อความอื่นในหนังสือของฝ่ายจำเลยแล้วจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มใหม่เป็นหนังสือใช้ชื่อว่า "MAGIC ABACUS" เท่านั้น โดยไม่ได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสามกระทำการดังกล่าวเพื่อการค้า และจำเลยทั้งสามรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันสมควรรู้ว่าหนังสือชื่อ "MAGIC ABACUS" นั้นได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมและจำเลยทั้งสามกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่หนังสือนั้นเพื่อการค้าและหากำไรอันเป็นองค์ประกอบของความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคสอง ประกอบมาตรา 27 (1) และมาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 แม้โจทก์และโจทก์ร่วมจะระบุบทบัญญัติมาตราดังกล่าวในคำขอท้ายฟ้อง ก็ไม่อาจลงโทษจำเลยที่ 1 ตามบทกฎหมายมาตราดังกล่าวได้เพราะจะเป็นการพิพากษาเกินกว่าที่กล่าวในฟ้องซึ่งต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง อุทธรณ์ของโจทก์ร่วมข้อนี้ฟังไม่ขึ้น มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยข้อต่อไปตามอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานทำซ้ำหรือดัดแปลงงานวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 27 (1) และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 หรือไม่ โจทก์และโจทก์ร่วมนำสืบแต่เพียงว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการโรงเรียนกวดวิชาสมาร์ท พัทลุง และจำเลยที่ 3 เป็นผู้สอน โดยไม่มีพยานหลักฐานใดยืนยันว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 เกี่ยวข้องกับการจัดทำหนังสือ "MAGIC ABACUS" คอร์ส 1 เล่ม 1 และ "MAGIC ABACUS" คอร์ส 1 เล่ม 2 โดยทำซ้ำหรือดัดแปลงงานวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วม พยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมจึงไม่มีน้ำหนักและเหตุผลเพียงพอให้รับฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานทำซ้ำหรือดัดแปลงงานวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 69 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 27 (1) และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 อุทธรณ์ของโจทก์ร่วมข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยข้อสุดท้ายตามอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมว่า โจทก์ร่วมเสียหายเพียงใด เห็นว่า โจทก์ร่วมไม่ได้เบิกความถึงและไม่ได้นำพยานหลักฐานอื่นใดมาสืบให้เห็นถึงความเสียหายที่โจทก์ร่วมขอให้ฝ่ายจำเลยชดใช้ค่าเสียหายเนื่องจากการละเมิดลิขสิทธิ์จำนวน 800,000 บาท ค่าสูญเสียประโยชน์ที่ควรได้จำนวน 500,000 บาท และค่าใช้จ่ายอันจำเป็นในการบังคับตามสิทธิจำนวน 30,000 บาท ตามคำร้องของโจทก์ร่วมที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า ตามสภาพแห่งการกระทำความผิด ของกลางมีเพียงเล็กน้อยและไม่ได้วางจำหน่ายโดยตรง ทั้งไม่มีหลักฐานแสดงว่าโจทก์ร่วมขาดรายได้ที่แท้จริงอย่างไร เมื่อพิจารณารายได้ที่จำเลยที่ 1 ได้จากการเปิดโรงเรียนกวดวิชาที่เกิดเหตุแล้วใช้หนังสือตำราเรียนของกลางประกอบการเรียนการสอน โดยคิดค่าลงทะเบียนจากผู้เรียนเพียงรายละ 1,000 บาท ซึ่งไม่ทราบจำนวนนักเรียนที่แท้จริงที่ได้รับหนังสือตำราเรียนที่ละเมิดลิขสิทธิ์ไปใช้ จึงกำหนดค่าเสียหายโดยรวมจากหนังสือของกลางที่ทำซ้ำและดัดแปลงจากหนังสือของโจทก์ร่วมจำนวน 4 เล่ม เป็นเงินเล่มละ 10,000 บาท รวมเป็นค่าเสียหายจำนวน 40,000 บาท ส่วนค่าสูญเสียประโยชน์ที่ควรได้และค่าใช้จ่ายอันจำเป็นในการบังคับตามสิทธิไม่กำหนดให้นั้น นับว่าเป็นคุณแก่โจทก์ร่วมแล้วศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่มีเหตุสมควรที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลง อุทธรณ์ของโจทก์ร่วมข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนแพ่งทั้งสองศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7772/2557 พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง โจทก์ นางอุไรวรรณ เอกพันธ์ โจทก์ร่วม นางลำดวน ศรีสุวรรณหรือสุขธัมรงค์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง · โจทก์ร่วม - นางอุไรวรรณ เอกพันธ์ · จำเลย - นางลำดวน ศรีสุวรรณหรือสุขธัมรงค์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปริญญา ดีผดุง · อร่าม เสนามนตรี · ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายกฤษฏิ์ภีมพศ ตีระรัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1837/2531ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 99/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 9647/2557ฎีกา 681/2491ฎีกา 8080/2538ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 917/2564ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 605/2511ฎีกา 4225/2559ฎีกา 6911/2544ฎีกา 647/2563ฎีกา 620/2490
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา