⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 12906/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12906/2558

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.4, 7, 8 ฯลฯ · ป.อาญา ม.29, 30, 32 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การคำนวณปริมาณสารบริสุทธิ์ของยาเสพติดให้โทษที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย สามารถคำนวณโดยการเทียบเคียงกับปริมาณสารบริสุทธิ์ของยาเสพติดจำนวนรวมที่จำเลยมีไว้ในครอบครองได้ หากปริมาณสารบริสุทธิ์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมีเมทแอมเฟตามีน 44 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แม้โจทก์ไม่ได้บรรยายว่าเมทแอมเฟตามีน 44 เม็ด มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เท่าใด แต่โจทก์บรรยายฟ้องมาแล้วว่า เมทแอมเฟตามีนของกลาง 169 เม็ด จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายมีน้ำหนัก 15.192 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 3.166 กรัม และเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย 44 เม็ด ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเมทแอมเฟตามีน 169 เม็ด ดังนั้น จึงย่อมสามารถคำนวณหาสารบริสุทธิ์ของเมทแอมเฟตามีน 44 เม็ด โดยคำนวณเทียบกับปริมาณสารบริสุทธิ์ของเมทแอมเฟตามีน 169 เม็ด ซึ่งคำนวณแล้วปรากฏว่ามีสารบริสุทธิ์ 0.824 กรัม ซึ่งเกินกว่าสามร้อยเจ็ดสิบห้ามิลลิกรัมแต่ไม่ถึงยี่สิบกรัม การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 วรรคสอง ซึ่งตามมาตรา 100/1 บัญญัติว่า ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษจำคุกและปรับ ให้ศาลลงโทษปรับด้วยเสมอโดยคำนึงถึงการลงโทษในทางทรัพย์สินเพื่อป้องปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ปรับด้วยนั้นจึงไม่ถูกต้อง ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 แต่โจทก์มิได้ฎีกาในปัญหาดังกล่าว ศาลฎีกาไม่อาจลงโทษปรับได้ เพราะจะเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลยซึ่งต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212 และ 225 ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.212 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.7 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.8 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.57 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.100 พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 ม.3

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.212 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 91 จำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ให้คุมความประพฤติจำเลยโดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 เดือนต่อครั้ง เป็นเวลา 1 ปี ให้จำเลยยินยอมให้พนักงานคุมประพฤติตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด และห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทุกประเภทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง ส่วนข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคหนึ่ง จำคุก 6 ปี สำหรับความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนไม่ลงโทษจำคุกแต่ให้ลงโทษปรับจำเลยเพียงสถานเดียว 10,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 5,000 บาท เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุก 6 ปี และปรับ 5,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ไม่คุมความประพฤติจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยพร้อมกับยึดเมทแอมเฟตามีน 169 เม็ด น้ำหนัก 15.192 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 3.116 กรัม เป็นของกลาง จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนและข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีนของจำเลยยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายทั้งหมดที่พบในบ้านจำเลยคือจำนวน 169 เม็ด แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเฉพาะจำนวน 44 เม็ด (ส่วนหนึ่งของจำนวน 169 เม็ด) ส่วนที่เหลือยกฟ้องตามศาลชั้นต้น คดีจึงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีความผิดตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาหรือไม่ โจทก์มีดาบตำรวจสมพร ผู้ร่วมตรวจค้นบ้านจำเลยเป็นพยานเบิกความว่า เมทแอมเฟตามีนจำนวน 125 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใสแบบกดเปิดปิดวางอยู่ที่พื้นปลายเตียงนอนของจำเลย ส่วนเมทแอมเฟตามีนจำนวน 44 เม็ด ที่มีปัญหาต้องวินิจฉัยนี้บรรจุในห่อหมากฝรั่งซึ่งวางอยู่ในตะกร้าที่วางอยู่ใต้ชั้นวางโทรทัศน์ ซึ่งมีแผ่นซีดีวางทับบนห่อหมากฝรั่งดังกล่าว จุดที่ตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนตามแผนที่เกิดเหตุโจทก์ยังมีดาบตำรวจกิติยา ผู้ตรวจค้นห้องนอนของจำเลยและพบเมทแอมเฟตามีนโดยตรงเป็นพยานเบิกความว่าจำเลยเป็นผู้นำตรวจค้นภายในบ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งมี 1 ห้องโถง 2 ห้องนอน และ 1 ห้องครัว ตามแผนที่เกิดเหตุ ขณะนั้นประตูห้องนอนของจำเลยปิดอยู่แต่ไม่ได้ล็อกประตู เมื่อเปิดเข้าไปในห้องนอนพบเมทแอมเฟตามีนซึ่งบรรจุในถุงพลาสติกใสชนิดกดเปิดปิดจำนวน 125 เม็ด มีลักษณะสีส้มกลมแบนวางอยู่กับพื้นห้องปลายเตียงนอน แล้วไปค้นที่ชั้นวางโทรทัศน์ในห้องนอนจำเลย พบตะกร้าซึ่งวางแผ่นซีดีไว้ ภายในตะกร้าพบซองกระดาษห่อหมากฝรั่งสีเขียวยี่ห้อดับเบิ้ลมิ้นต์ ซึ่งมีแผ่นซีดีวางทับห่อกระดาษหมากฝรั่งดังกล่าวอยู่ จึงนำห่อกระดาษหมากฝรั่งดังกล่าวมาแกะดู พบว่าภายในบรรจุเมทแอมเฟตามีนชนิดกลมแบนสีส้ม จำนวน 44 เม็ด จุดที่ค้นพบเมทแอมเฟตามีนทั้งสองจุดดังกล่าวตามแผนที่สังเขป ทนายจำเลยถามค้านดาบตำรวจสมพรไม่มีข้อเท็จจริงในส่วนนี้เพิ่มเติม แต่ถามค้านดาบตำรวจกิติยาในข้อเท็จจริงส่วนนี้ได้ความเพียงว่า เมื่อดาบตำรวจกิติยาพบเมทแอมเฟตามีนที่ปลายเตียงแล้วได้หยิบส่งให้พันตำรวจโทอิสระ ก่อน หลังจากนั้นจึงเข้ามาตรวจค้นในห้องนอนจำเลยอีกครั้งที่ชั้นวางโทรทัศน์ แล้วหยิบตะกร้าซึ่งใส่แผ่นซีดีอยู่มาตรวจค้นโดยไม่ได้เทตะกร้า แล้วจึงพบห่อกระดาษหมากฝรั่งซึ่งบรรจุเมทแอมเฟตามีนไว้ ไม่ได้นับว่ามีแผ่นซีดีกี่แผ่น เมื่อหยิบแผ่นซีดีออกจากตะกร้าดังกล่าวแล้วจึงเห็นห่อกระดาษหมากฝรั่งดับเบิ้ลมิ้นต์ซึ่งบรรจุเมทแอมเฟตามีนไว้ แกะห่อกระดาษหมากฝรั่งออกดูจึงพบเมทแอมเฟตามีน ดังนี้ จึงเห็นได้ว่าทนายจำเลยไม่สามารถถามค้านทำลายน้ำหนักข้อเท็จจริงการค้นพบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 44 เม็ด ซึ่งอยู่ในตะกร้าใส่แผ่นซีดีที่ชั้นวางโทรทัศน์และมีแผ่นซีดีทับไว้ได้ ส่วนทางนำสืบของจำเลยไม่มีการนำสืบโต้แย้งข้อเท็จจริงในส่วนนี้ เพียงแต่จำเลยนำสืบต่อสู้เป็นสาระสำคัญว่า เมทแอมเฟตามีนของกลางทั้งหมดเป็นของชายวัยรุ่นที่วิ่งหนีออกทางหน้าต่างห้องนอนของจำเลยขณะที่เจ้าพนักงานตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านที่เกิดเหตุเท่านั้น โดยให้รายละเอียดว่าชายวัยรุ่นดังกล่าวชื่อนายปราโมทย์ มาหาจำเลยขณะที่จำเลยกำลังทำกับข้าวในห้องครัว ขอยืมแฟลชไดรว์ ตอนแรกจำเลยไม่ให้เพราะจำเลยยืมมาจากนายวิชัย ลูกพี่ลูกน้องของจำเลย นายปราโมทย์บอกขอยืมเดี๋ยวเดียวเดี๋ยวจะเอามาคืน ขณะนั้นมือจำเลยกำลังเปื้อนเลอะเพราะทำกับข้าวอยู่ และเห็นในบ้านมีหลายคน จึงให้นายปราโมทย์ไปหยิบแฟลชไดรว์เองที่เสียบไว้ที่เครื่องเล่นซีดีในห้องนอนจำเลย มีเจ้าพนักงานตำรวจมาขอตรวจค้นบ้าน นายปราโมทย์จึงหนีออกทางหน้าต่าง จากข้อเท็จจริงดังกล่าวนี้เห็นว่าข้อนำสืบของจำเลยไม่น่าเชื่อ เพราะการขอยืมแฟลชไดรว์ไม่มีเหตุผลใดที่นายปราโมทย์ต้องเปิดกระเป๋าสะพายแล้วทำเมทแอมเฟตามีนจำนวนมากถึง 125 เม็ด ที่บรรจุในถุงพลาสติกตกที่ปลายเตียงในลักษณะเปิดเผยที่หนึ่ง และทำเมทแอมเฟตามีนห่อกระดาษหมากฝรั่งอีก 44 เม็ด ตกในตะกร้าใส่ซีดีที่ชั้นวางโทรทัศน์อีกที่หนึ่งคนละจุดแยกต่างหากจากกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตะกร้าที่ใส่ซีดีที่ชั้นวางโทรทัศน์ในห้องนอนจำเลยตามภาพถ่าย ภาพล่างนั้น การหยิบแฟลชไดรว์ที่เสียบอยู่ที่เครื่องเล่นซีดีหากเป็นจริงตามที่จำเลยอ้าง ก็ไม่มีทางที่นายปราโมทย์ผู้หยิบจะทำห่อเมทแอมเฟตามีนตกในตะกร้าได้โดยบังเอิญ เพราะตำแหน่งของตะกร้าใส่ซีดีและเครื่องเล่นซีดีตามภาพดังกล่าวไม่อยู่ในวิสัยที่จะเกิดข้อเท็จจริงตามที่จำเลยอ้างได้ ทั้งห่อเมทแอมเฟตามีนในตะกร้าใส่แผ่นซีดีที่มีแผ่นซีดีปิดทับลักษณะเป็นการซุกซ่อน ไม่มีเหตุผลที่นายปราโมทย์จะมาซุกซ่อนเมทแอมเฟตามีนหากจำเลยไม่ได้รู้เห็นเกี่ยวข้องกับนายปราโมทย์ข้ออ้างของจำเลยดูผิดธรรมชาติจนไม่น่าเชื่อ ด้วยเหตุนี้ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยโดยละเอียดและฟังว่าจำเลยมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนเฉพาะส่วนในตะกร้าใส่ซีดีจำนวน 44 เม็ด ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยและเป็นคุณแก่จำเลยมากแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น อนึ่ง เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีน 44 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แม้โจทก์ไม่ได้บรรยายว่าเมทแอมเฟตามีน 44 เม็ด มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เท่าใด แต่โจทก์บรรยายฟ้องมาแล้วว่า เมทแอมเฟตามีนของกลาง 169 เม็ด จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายมีน้ำหนัก 15.192 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 3.166 กรัม และเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย 44 เม็ด ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเมทแอมเฟตามีน 169 เม็ด ดังนั้น จึงย่อมสามารถคำนวณหาสารบริสุทธิ์ของเมทแอมเฟตามีน 44 เม็ด โดยคำนวณเทียบกับปริมาณสารบริสุทธิ์ของเมทแอมเฟตามีน 169 เม็ด ซึ่งคำนวณแล้วปรากฏว่ามีสารบริสุทธิ์ 0.824 กรัม ซึ่งเกินกว่าสามร้อยเจ็ดสิบห้ามิลลิกรัมแต่ไม่ถึงยี่สิบกรัม การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 วรรคสอง ซึ่งตามมาตรา 100/1 บัญญัติว่า ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษจำคุกและโทษปรับ ให้ศาลลงโทษปรับด้วยเสมอโดยคำนึงถึงการลงโทษในทางทรัพย์สินเพื่อป้องปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ปรับด้วยนั้นจึงไม่ถูกต้อง ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 แต่โจทก์มิได้ฎีกาในปัญหาดังกล่าว ศาลฎีกาไม่อาจลงโทษปรับได้ เพราะจะเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลยซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212 และ 225 ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสอง ส่วนโทษและนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12906/2558 พนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรี โจทก์ นางเกษราหรือก้อย ศิริครุฑ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรี · จำเลย - นางเกษราหรือก้อย ศิริครุฑ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธีระ เบญจรัศมีโรจน์ · สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย · สมศรี หรูจิตตวิวัฒน์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6575/2551ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 2530/2527ฎีกา 9647/2557ฎีกา 7651/2552ฎีกา 8080/2538ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1992/2530ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5598/2540ฎีกา 917/2564ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 647/2563ฎีกา 628/2493ฎีกา 2813/2566
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ