⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 901/2559

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 901/2559

พ.ร.บ.ปุ๋ย ม.3, 4, 30 ฯลฯ · ป.อาญา ม.83, 91

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแตกต่างกันในข้อที่มิใช่สาระสำคัญระหว่างข้อเท็จจริงตามฟ้องและข้อเท็จจริงที่ได้ความจากการพิจารณา ไม่เป็นเหตุให้ศาลต้องยกฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

แม้ทางพิจารณาได้ความว่าปุ๋ยเคมีปลอมที่จำเลยทั้งสองร่วมกันผลิตเพื่อการค้าและร่วมกันขายปุ๋ยเคมีปลอม เป็นปุ๋ยสูตร 16 - 8 - 8 ชื่อการค้า ท๊อปพรอดคัท เครื่องหมายการค้า ตรามังกรเรือ ทะเบียนเลขที่ 2438/2551 และข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องปรากฏว่าปุ๋ยเคมีปลอมที่จำเลยทั้งสองร่วมกันผลิตเพื่อการค้าและร่วมกันขายปุ๋ยเคมีปลอม เป็นปุ๋ยสูตร 16 - 8 - 8 ชื่อการค้า มังกรเรือ เครื่องหมายการค้า ตรามังกรเรือ ทะเบียนเลขที่ 2438/2551 ก็ตาม แต่ข้อแตกต่างดังกล่าวก็แตกต่างกันเฉพาะชื่อการค้าเท่านั้น ส่วนสูตร เครื่องหมายการค้า เลขทะเบียน และผู้ผลิต ยังคงตรงตามคำฟ้อง เมื่อผลคือปุ๋ยเคมีปลอมที่ผลิตเพื่อการค้าและขายปุ๋ยเคมีปลอมดังกล่าวเป็นปุ๋ยเคมีปลอมอันเกิดจากการร่วมกันผลิตและร่วมกันขายของจำเลยทั้งสองแล้ว จึงเป็นการแตกต่างกันในข้อที่มิใช่สาระสำคัญ ทั้งจำเลยทั้งสองก็ให้การรับสารภาพแสดงให้เห็นว่าจำเลยทั้งสองมิได้หลงต่อสู้ในข้อดังกล่าว ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาจึงไม่แตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องจนศาลต้องยกฟ้อง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.208 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 ม.3 พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 ม.4 พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 ม.30 พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 ม.32 พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 ม.34 พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 ม.63 พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 ม.64 พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 ม.72

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.208 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 มาตรา 3, 4, 30, 32, 34, 63, 64, 72/5, 72/6 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 นับโทษจำคุกของจำเลยทั้งสองในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยทั้งสองในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2523/2557, 2531/2557, 2532/2557, 2533/2557, 2534/2557, 2615/2557, 2728/2557, 2733/2557, 2792/2557, 3412/2557 และ 3413/2557 ของศาลชั้นต้น และริบปุ๋ยเคมีปลอมของกลางให้แก่กรมวิชาการเกษตรเพื่อทำลายเสียหรือจัดการตามที่เห็นสมควร จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยทั้งสองขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้อง และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยทั้งสองในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ริบปุ๋ยเคมีปลอมของกลางให้กรมวิชาการเกษตรเพื่อทำลายหรือจัดการตามที่เห็นสมควร โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องจนศาลต้องยกฟ้องหรือไม่ เห็นว่า แม้ทางพิจารณาได้ความว่าปุ๋ยเคมีปลอมที่จำเลยทั้งสองร่วมกันผลิตเพื่อการค้าและร่วมกันขายปุ๋ยเคมีปลอม เป็นปุ๋ยสูตร 16 - 8 - 8 ชื่อการค้าท๊อปพรอดคัท เครื่องหมายการค้า ตรามังกรเรือ ทะเบียนเลขที่ 2438/2551 และข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องปรากฏว่าปุ๋ยเคมีปลอมที่จำเลยทั้งสองร่วมกันผลิตเพื่อการค้าและร่วมกันขายปุ๋ยเคมีปลอม เป็นปุ๋ยสูตร 16 - 8 - 8 ชื่อการค้า มังกรเรือ เครื่องหมายการค้า ตรามังกรเรือ ทะเบียนเลขที่ 2438/2551 ก็ตาม แต่ข้อแตกต่างดังกล่าวก็แตกต่างกันเฉพาะชื่อการค้าเท่านั้น ส่วนสูตร เครื่องหมายการค้า เลขทะเบียน และผู้ผลิต ยังคงตรงตามคำฟ้อง เมื่อผลคือปุ๋ยเคมีปลอมที่ผลิตเพื่อการค้าและขายปุ๋ยเคมีปลอมดังกล่าวเป็นปุ๋ยเคมีปลอมอันเกิดจากการร่วมกันผลิตและร่วมกันขายของจำเลยทั้งสองแล้ว จึงเป็นการแตกต่างกันในข้อที่มิใช่สาระสำคัญ ทั้งจำเลยทั้งสองก็ให้การรับสารภาพแสดงให้เห็นว่า จำเลยทั้งสองมิได้หลงต่อสู้ในข้อดังกล่าว ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาจึงไม่แตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องจนศาลต้องยกฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสอง ที่ศาลล่างทั้งสองยกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น แต่เมื่อศาลล่างทั้งสองยกฟ้องโจทก์ในปัญหาข้อกฎหมายซึ่งเป็นการไม่ชอบดังวินิจฉัยข้างต้น โดยยังไม่ได้วินิจฉัยว่าพยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานร่วมกันผลิตปุ๋ยเคมีปลอมเพื่อการค้าและร่วมกันขายปุ๋ยเคมีปลอมหรือไม่ ดังนี้ เพื่อให้การพิจารณาคดีเป็นไปตามลำดับศาล ศาลฎีกาเห็นควรย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208 (2) ประกอบมาตรา 225 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 901/2559 พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี โจทก์ บริษัทเกษตรอุดมทรัพย์ อินเตอร์เทรด จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี · จำเลย - บริษัทเกษตรอุดมทรัพย์ อินเตอร์เทรด จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพโรจน์ นวานุช · ปิยกุล บุญเพิ่ม · สุรางคนา กมลละคร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลพบุรี - นายภูสิต กองทรัพย์เจริญ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวีระวัตร บุณยบุตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.264/2559

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1178/2494ฎีกา 492/2539ฎีกา 6299/2534ฎีกา 959/2531ฎีกา 1837/2531ฎีกา 9026/2553ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 681/2491ฎีกา 7651/2552ฎีกา 4180/2548ฎีกา 2147/2521ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 917/2564
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา