คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4576/2560
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีอาญาจะกระทำโดยคู่ความเท่านั้น ผู้ที่มิใช่คู่ความตามกฎหมายไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่อ้างว่าผิดระเบียบได้
ย่อคำพิพากษา
การดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีจะต้องกระทำโดยคู่ความ ซึ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (15) คู่ความ หมายความถึงโจทก์ฝ่ายหนึ่งและจำเลยอีกฝ่ายหนึ่ง และตามมาตรา 2 (14) โจทก์หมายความถึงพนักงานอัยการ หรือผู้เสียหายซึ่งฟ้องคดีอาญาต่อศาล หรือทั้งคู่ในเมื่อพนักงานอัยการและผู้เสียหายเป็นโจทก์ร่วมกัน แม้ผู้ร้องอ้างว่าได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยทั้งสาม แต่เมื่อผู้ร้องไม่ใช่คู่ความตามบทบัญญัติดังกล่าว ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องเข้ามาในคดีเพื่อขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่อ้างว่าผิดระเบียบ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 31, 65 วรรคหนึ่ง, 70 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 2 เดือน และปรับคนละ 20,000 บาท จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 1 เดือน และปรับคนละ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบเพื่อให้โจทก์ดำเนินคดีในข้อหาอื่นที่ยังไม่ขาดอายุความ ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก 30 วันและขอให้ไต่สวนกับมีคำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณา เพราะคดีนี้ไม่มีเหตุรอการลงโทษให้จำเลยทั้งสาม
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่มีเหตุเพิกถอนกระบวนพิจารณา และผู้ร้องไม่ใช่คู่ความในคดีนี้ จึงให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องเข้ามาในคดีนี้หรือไม่ เห็นว่า การดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ในคดีจะต้องกระทำโดยคู่ความ ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (15) คู่ความ หมายความถึงโจทก์ฝ่ายหนึ่งและจำเลยอีกฝ่ายหนึ่ง และมาตรา 2 (14) บัญญัติว่า โจทก์หมายความถึงพนักงานอัยการ หรือผู้เสียหายซึ่งฟ้องคดีอาญาต่อศาล หรือทั้งคู่ในเมื่อพนักงานอัยการและผู้เสียหายเป็นโจทก์ร่วมกัน แม้คดีนี้ผู้ร้องจะฎีกาอ้างว่า ผู้ร้องได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยทั้งสาม แต่เมื่อผู้ร้องไม่ใช่คู่ความตามความหมายของบทบัญญัติดังกล่าว ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องเข้ามาในคดีนี้เพื่อขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่อ้างว่าเป็นการผิดระเบียบดังทำนองที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไว้ชอบด้วยเหตุผลแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4576/2560
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์
นายสุนทร ธรรมเสนอ ผู้ร้อง
นายพิศาล พลอาวุธ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · ผู้ร้อง - นายสุนทร ธรรมเสนอ · จำเลย - นายพิศาล พลอาวุธ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธนาพนธ์ ชวรุ่ง · ถมรัตน์ เลิศไพรวัน · สมจิตร์ ทองศรี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพระโขนง - นายวิเชียร พัฒนาไพศาล · ศาลอุทธรณ์ - นายชัยชนะ กิจทวีปวัฒนา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | อ.1019/2560 |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา